![[ครบชุด] T1808149_จะเล อกแม หร อเล อกเม ย](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/08/fb_natural_20260818_110114.jpg)
Lotus Emira Turbo First Edition: ข้อเสนอราคาพิเศษสุดเร้าใจ (Updated 2026)
อัปเดตใหม่ล่าสุด: Lotus Emira I4 Turbo กำลังจะหมดสต๊อกในประเทศไทย! ช้าหมดอดของรักราคาโดน
นี่คือโอกาสสุดท้ายสำหรับผู้ที่ใฝ่ฝันอยากครอบครอง Lotus Emira I4 Turbo ในราคาที่คุ้มค่าที่สุด เพราะตอนนี้เหลือเพียง 3 คันสุดท้ายเท่านั้นในประเทศไทย ก่อนที่ “ตำนานแห่งความสปอร์ต” นี้จะจากไปอย่างแท้จริง หากคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้รถสปอร์ตสัญชาติอังกฤษแท้ๆ นี่คือช่วงเวลาที่คุณต้องตัดสินใจ เพราะดีลนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว
ก่อนอื่นต้องบอกว่า ตลาดรถยนต์สปอร์ตระดับพรีเมียมในไทยช่วงต้นปี 2026 ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจภาพรวมจะผันผวนอยู่บ้าง แต่ความต้องการรถสปอร์ตที่มีดีไซน์โดดเด่นสมรรถนะยอดเยี่ยมยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะแบรนด์อย่าง Lotus ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่งผลโดยตรงต่อราคานำเข้าทำให้ผู้ผลิตต้องปรับราคาครั้งใหญ่ แต่ข่าวดีก็คือสำหรับบางรุ่นยังพอมีโอกาสได้ในราคางามอยู่ ซึ่ง Lotus Emira Turbo First Edition คันนี้ คือตัวอย่างที่ชัดเจน
ทำความรู้จัก Lotus Emira I4 Turbo First Edition ให้ลึกซึ้ง
Lotus Emira ถือเป็นรถสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลางลำดับเริ่มต้น (Entry-Level Mid-Engine Sports Car) ที่เข้ามาแทนที่ 3 โมเดลในตำนานของ Lotus ได้อย่างสมภาคภูมิ ทั้ง Elise, Exige และ Evora ที่ได้ปิดสายการผลิตไปอย่างน่าเสียดาย Emira ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “For The Drivers” อย่างแท้จริง ทุกรายละเอียดถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อตอบโจทย์คนรักการขับขี่เป็นหลัก ไม่ใช่แค่เรื่องความแรง แต่เป็นเรื่องของ “ความรู้สึก” เมื่อได้สัมผัสและควบคุมรถ
สำหรับรุ่น I4 Turbo First Edition นี้นำเข้าทั้งคัน (CBU) โดย Wearnes Automotive (Thailand) ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์ Lotus อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ทำให้มั่นใจได้ในเรื่องการรับประกันและบริการหลังการขาย
การรับประกันคุณภาพตัวรถ (Warranty) นาน 3 ปี พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 3 ปี ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับรถยนต์สปอร์ตนำเข้าที่ควรมีบริการรองรับอย่างมืออาชีพ
ข้อเสนอพิเศษ 3 คันสุดท้ายในประเทศไทย (Updated 2026)
สำหรับผู้ที่ตัดสินใจได้แล้วหรือกำลังลังเล นี่คือ “โอกาสสุดท้าย” ที่คุณจะได้ Lotus Emira Turbo First Edition ในราคาที่ต่ำกว่าปกติ
Lotus Emira First Edition (Meridian Blue)
Special Price: 10,990,000 บาท
Steering Wheel Black Leather & Yellow TDC Mark: 45,000 บาท
Total Price: 11,035,000 บาท
Lotus Emira First Edition (Osmium Silver)
Special Price: 10,990,000 บาท
Extended Black Pack: 135,000 บาท
Steering Wheel Black Alcantara & Red TDC Mark: 45,000 บาท
Total Price: 11,170,000 บาท
Lotus Emira First Edition (Vivid Red)
Special Price: 10,990,000 บาท
Total Price: 10,990,000 บาท
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: หากเปรียบเทียบทั้ง 3 คันแล้ว สี Vivid Red จะได้ราคาที่พิเศษที่สุด แต่หากคุณชอบความสปอร์ตที่ดุดันมากขึ้น การเพิ่มแพ็คเกจ Extended Black Pack ในรุ่น Osmium Silver ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุ้มค่า แต่ถ้าคุณต้องการความเรียบหรูสไตล์ผู้ดีอังกฤษ การเลือก Meridian Blue ที่มีเพียง Steering Wheel Black Leather & Yellow TDC Mark อาจเป็นตัวเลือกที่ใช่
ขุมพลังที่ซ่อนอยู่ใต้ฝาหลัง
หัวใจของ Lotus Emira Turbo First Edition คือเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ รหัส M139 ที่พัฒนาโดย AMG นับเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบที่ทรงพลังที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน (2026) ซึ่งเป็นเครื่องยนต์บล็อกเดียวกับที่ใช้ใน Mercedes-AMG A45 S
ข้อมูลเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง:
Engine: AMG M139 2.0L Inline-4 DOHC 16-valve, TwinScroll Turbocharger
Injection: Direct Injection (200 bar Piezo) + Port Injection
VVT: Variable Valve Timing
Power: 365 แรงม้า (PS)
Torque: 430 นิวตันเมตร
Transmission: AMG Speedshift 8DCT (8-speed Dual-Clutch)
Drivetrain: RWD (Rear-Wheel Drive)
สมรรถนะที่พิสูจน์แล้ว:
0-100 km/h: ภายใน 4.2 วินาที
Top Speed: 284 km/h
เครื่องยนต์ AMG รหัส M139 นี้ให้พละกำลังที่เหนือชั้นสำหรับรถยนต์ขนาดเล็กถึงกลาง แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการที่ Lotus เลือกใช้เครื่องยนต์นี้มาวางกลางลำ (Mid-Engine) ทำให้การกระจายน้ำหนักของรถมีความสมดุลสูงมาก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรถสปอร์ตที่ต้องการการควบคุมที่แม่นยำ และนั่นคือเหตุผลที่นักขับหลายคนชื่นชอบรถของ Lotus รวมถึง Emira ด้วย
ระบบกันสะเทือนและความคล่องตัวแบบฉบับ Lotus
สำหรับรถสปอร์ตที่มีขนาดเครื่องยนต์ใหญ่ การเซ็ตช่วงล่างให้ดีเป็นเรื่องสำคัญมาก Lotus ใช้ชุดช่วงล่างแบบ Sport Chassis ซึ่งถูกเซ็ตให้มีความแข็งเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการควบคุมและรองรับการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง
Wheel & Tire:
คู่หน้า: ล้อขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 ขนาด 245/35 ZR20
คู่หลัง: ล้อขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง 295/30 ZR20
Brakes:
จานเบรก: Two-piece brake discs พร้อมคาลิปเปอร์เบรกลายพิเศษเฉพาะรุ่น First Edition
หน้า: 370 x 32 มม.
หลัง: 350 มม. x 32 มม.
การใช้ยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 เป็นการตอกย้ำความเป็นรถสปอร์ตที่เน้นสมรรถนะสูง สามารถเกาะถนนได้ดีเยี่ยมทั้งในสภาวะแห้งและเปียก พร้อมกับจานเบรกแบบ Two-piece ทำให้ตอบสนองได้ไวและทนทานต่อการใช้งานหนัก ซึ่งในตลาดรถสปอร์ตทั่วไป การอัปเกรดยางและเบรกเหล่านี้อาจต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมถึงหลักแสนบาท แต่ในรุ่น First Edition นี้ถือว่าครบครันมาให้พร้อมเลย
อุปกรณ์มาตรฐานที่น่าสนใจและครบครัน
สำหรับรุ่น First Edition นี้ สิ่งที่ทำให้รถคันนี้แตกต่างจากรุ่นมาตรฐาน คือการเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานที่ทันสมัยและครบครันกว่าเดิม ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและอรรถรสในการขับขี่
ภายนอก:
ไฟหน้า: Vertical LED
ไฟท้าย: LED
กระจกมองข้าง: ปรับและพับด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบไล่ฝ้า
ปลายท่อไอเสีย: Titanium finish
กระจก: Privacy glass
ใบปัดน้ำฝน: Aero blades (ระบบปัดน้ำอัตโนมัติ)
ล้ออัลลอย: ขนาด 20 นิ้ว น้ำหนักเบา แบบ V-spoke forged alloy wheels
ยางหน้า: 245/35/R20
ยางหลัง: 295/30/R20
ภายใน:
พวงมาลัย: แบบท้ายตัด ตกแต่งด้วยวัสดุสี Satin Chrome
แผงคอนโซลหน้า และแผงประตู: บุนุ่ม
หน้าปัดเรือนไมล์ดิจิตอล: TFT ขนาด 12.3 นิ้ว
หน้าจอกลาง: ระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 10.25 นิ้ว
ระบบเสียง: KEF แบบ 10-channel/340W พร้อมเทคโนโลยี Uni-Q™
ระบบปรับอากาศ: อัตโนมัติ
ระบบสตาร์ท: Keyless Start
ระบบควบคุมความเร็ว: Cruise Control