![[ครบชุด] T0709912_ส ดท าย ฟ าก เห นค าคนด](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260908_133923.jpg)
Maserati GranTurismo 2026: ปฐมบทแห่งยุคไฟฟ้าความหรูหราสไตล์ GT ระดับโลก
มาเซราติ ประเทศไทย ประกาศกร้าวเปิดตัวสปอร์ตคูเป้ 2 ประตูในตำนานโฉมใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ มอบทางเลือกที่หลากหลายกว่าที่เคยแก่ผู้บริโภคที่มองหารถหรูที่ตอบสนองทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นความแรงแบบดิบเถื่อน หรือความสง่างามแห่งเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ด้วยการเปิดตัว All-new Maserati GranTurismo ในประเทศไทย ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานรถยนต์สปอร์ตพรีเมียมในบ้านเราขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการผสมผสานความสุนทรีย์แห่งการขับขี่ระยะไกลเข้ากับสมรรถนะสูงสุดที่เหนือชั้นกว่าใคร บทความนี้จะเจาะลึกข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับสปอร์ตคูเป้เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของแบรนด์จากโมเดนาแห่งนี้
ตั้งแต่สปอร์ตคูเป้ Maserati A6 1500 เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 77 ปีก่อน มาเซราติได้สร้างชื่อเสียงในฐานะผู้ผลิตยานยนต์ระดับลักชัวรีที่ผสมผสานจิตวิญญาณของความเร็วเข้ากับความสง่างามได้อย่างลงตัว และในปัจจุบัน แบรนด์สัญชาติอิตาลีแห่งนี้ยังคงรักษาเอกลักษณ์ดังกล่าวไว้ได้อย่างไม่เสื่อมคลาย ในการเปิดตัว All-new Maserati GranTurismo 2026 ในประเทศไทย มาเซราติได้มอบทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งให้กับลูกค้า ด้วยการนำเสนอรถสปอร์ต 2 ประตู ใน 3 รุ่นย่อยที่มาพร้อมขุมพลังที่แตกต่างกันถึงสองรูปแบบ ทั้งเครื่องยนต์สันดาปและพลังงานไฟฟ้า 100%
เรามาเจาะลึกถึงรายละเอียดราคาและรุ่นย่อยต่างๆ ที่เปิดตัวในตลาดประเทศไทย ดังนี้:
Maserati GranTurismo Modena: เริ่มต้นที่ราคา 14.5 ล้านบาท (รุ่นมาตรฐาน)
Maserati GranTurismo Trofeo: เริ่มต้นที่ราคา 16.9 ล้านบาท (รุ่นสมรรถนะสูง)
Maserati GranTurismo Folgore: เริ่มต้นที่ราคา 12.9 ล้านบาท (รุ่นขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า)
สำหรับผู้ที่สนใจ Maserati GranTurismo นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของแบรนด์ ด้วยการเปิดตัวรุ่นพลังงานไฟฟ้า Folgore ในขณะที่ยังคงสานต่อความยอดเยี่ยมของเครื่องยนต์สันดาปในรุ่น Modena และ Trofeo บทความนี้จะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกทุกด้านเพื่อให้คุณเข้าใจว่าทำไมรถรุ่นนี้จึงเป็นมากกว่าแค่รถสปอร์ตทั่วไป แต่เป็นนิยามใหม่ของความหรูหราในยุคดิจิทัล
การออกแบบและรูปลักษณ์: ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีแห่งอนาคต
ในการออกแบบ All-new Maserati GranTurismo 2026 เส้นสายของตัวรถยังคงถ่ายทอด DNA อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน แต่ได้รับการตีความใหม่ด้วยความทันสมัยและประสิทธิภาพที่เหนือกว่า โดยเน้นการผสานความสง่างามเข้ากับสมรรถนะในอัตราส่วนที่ลงตัวที่สุด ด้วยรูปทรงที่สะดุดตาและจดจำได้ในทันที
เส้นสายที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์
Maserati GranTurismo 2026 ยังคงรักษาองค์ประกอบที่ทำให้รถรุ่นนี้โดดเด่นไว้ได้อย่างครบถ้วน ฝากระโปรงหน้าที่ยาวเป็นพิเศษพร้อมตำแหน่งผู้ขับขี่ที่ถูกวางอยู่กึ่งกลางระหว่างล้อทั้งสี่ล้อ ทำให้เกิดความรู้สึก “ขับตรงกลาง” ที่เป็นเอกลักษณ์ของรถสปอร์ตชั้นดี ขณะเดียวกัน หลังคาที่ลาดต่ำลงสู่ด้านหลังอย่างนุ่มนวล เน้นให้เห็นความโค้งมนของเสา C ที่มีการประทับตราโลโก้ตรีศูลอันสง่างาม
รายละเอียดที่สะกดทุกสายตา
แผงหน้าปัด (Grille) ของ Maserati GranTurismo โฉมใหม่มีการออกแบบที่ทันสมัยมากขึ้น โดยได้แรงบันดาลใจมาจากรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า ทำให้ดูดุดันและเพรียวกว่าเดิม ในส่วนของไฟหน้า ไฟหน้า LED แบบ Matrix พร้อมลูกเล่นไฟวิ่ง DRL รูปตัว “T” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสายฟ้า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความแรงและเทคโนโลยีไฟฟ้า
ด้านท้ายรถยังคงเอกลักษณ์ของความสง่างาม ไฟท้าย LED ดีไซน์เฉียบคมที่ผสานรวมเข้ากับเส้นสายของตัวถังอย่างลงตัว โดยมีแผงตกแต่งด้านหลังที่เรียบหรูตัดกับไฟท้ายอย่างชัดเจน
ภายในห้องโดยสาร: หรูหรา ขับสนุก และเต็มเปี่ยมด้วยเทคโนโลยี
การออกแบบภายในของ All-new Maserati GranTurismo 2026 มุ่งเน้นไปที่การมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับด้วยการผสานวัสดุคุณภาพสูงเข้ากับเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ในโลกยุคใหม่
ระบบมัลติมีเดียและอินโฟเทนเมนท์อัจฉริยะ
ภายในห้องโดยสารติดตั้งระบบมัลติมีเดีย Maserati Intelligent Assistant (MIA) ที่ได้รับการอัปเกรดใหม่ล่าสุด รวมถึงระบบอินโฟเทนเมนท์ที่ตอบสนองรวดเร็วและใช้งานง่าย หน้าจอ Comfort Display ที่รวมฟังก์ชันหลักของระบบสัมผัสเอาไว้ในหน้าจอเดียว ทำให้การควบคุมระบบต่างๆ เป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังมี นาฬิกาดิจิทัลอัจฉริยะ (Digital Smart Clock) ที่นอกจากจะทำหน้าที่บอกเวลาแล้ว ยังสามารถแสดงข้อมูลสำคัญระหว่างการขับขี่ได้ด้วย (มีเป็นออปชั่นเสริม)
ประสบการณ์เสียงระดับพรีเมียม
มาเซราติขึ้นชื่อเรื่องระบบเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ และในรุ่นใหม่นี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยเทคโนโลยี All-round Sound Experience ที่ได้รับการพัฒนาโดยวิศวกรจาก Maserati Innovation Lab เพื่อมอบประสบการณ์เสียงที่สมบูรณ์แบบที่สุดให้กับผู้โดยสาร Maserati Sound Audio System มอบความคมชัดและความลึกของมิติเสียงในระดับสูง แต่สำหรับผู้ที่ต้องการที่สุดของความสมบูรณ์แบบ ยังมีออปชั่นเครื่องเสียง Hi-End จากแบรนด์ Sonus Faber โดยมีให้เลือกทั้งแบบ 12 ตำแหน่ง และ 19 ตำแหน่งในรุ่นที่สูงขึ้น
ตัวเลือกเครื่องเสียงและความแตกต่าง
สำหรับผู้บริโภค การตัดสินใจเลือกระบบเครื่องเสียงนั้นสามารถส่งผลต่อต้นทุนโดยรวมของรถอย่างมีนัยสำคัญ หากคุณเป็นนักลงทุนที่ต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างแม่นยำ การเริ่มต้นด้วยระบบมาตรฐานอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากระบบ Maserati Sound Audio System ก็ให้คุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว หรือหากต้องการสุดยอดประสบการณ์เสียง การลงทุนในออปชั่น Sonus Faber จะช่วยเพิ่มมูลค่าและความสมจริงของยานยนต์ได้มาก
ขุมกำลังขับเคลื่อน: ตัวเลือกที่ไร้ขีดจำกัดสำหรับผู้กำหนดอนาคต
สิ่งที่ทำให้ All-new Maserati GranTurismo 2026 น่าสนใจที่สุดคือความหลากหลายของขุมกำลังที่มอบให้ ทั้งรุ่นเครื่องยนต์สันดาปและรุ่นพลังงานไฟฟ้า ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของมาเซราติในการตอบสนองทุกความต้องการของตลาด
รุ่นเครื่องยนต์สันดาป: พลังจากเครื่องยนต์ V6 Nettuno
สำหรับรุ่น Modena และ Trofeo จะมาพร้อมกับหัวใจหลักคือเครื่องยนต์เบนซิน V6 Nettuno ขนาด 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ซึ่งเป็นบล็อกเครื่องยนต์เดียวกับที่ใช้ในรถซูเปอร์คาร์ระดับตำนานอย่าง MC20
Maserati GranTurismo Modena:
กำลังสูงสุด: 490 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด: 600 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 3.9 วินาที
ความเร็วสูงสุด: 302 กม./ชม.
โหมดการขับขี่: GT, Comfort, Sport
Maserati GranTurismo Trofeo:
กำลังสูงสุด: 550 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด: 650 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 3.5 วินาที
ความเร็วสูงสุด: 320 กม./ชม.
โหมดการขับขี่: GT, Comfort, Sport, Corsa
ทั้งสองรุ่นมาพร้อมระบบส่งกำลังอัตโนมัติ 8 จังหวะ ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับรถยนต์สมรรถนะสูง ทำให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างนุ่มนวลและตอบสนองได้ฉับไว
รุ่นไฟฟ้า 100%: พลังแห่งอนาคตกับ Folgore
สำหรับผู้ที่มองหาเทคโนโลยีแห่ง