![[ครบชุด] T0709937_เง นเด อนหาย เพราะเจ านายเอาไปใช หน !](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260908_134239.jpg)
Maserati GranTurismo ใหม่: ตำนาน GT ตื่นขึ้นด้วยหัวใจสันดาปและพลังไฟฟ้า ขุมพลังสูงสุด 761 แรงม้า ราคาเริ่มต้น 12.9 ล้านบาท
ภาษาไทย | ระดับความเชี่ยวชาญ: สูง | ปีที่เผยแพร่: 2569
Maserati ประเทศไทย ได้เปิดตัว “Maserati GranTurismo” โฉมใหม่ อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นยนตรกรรมคูเป้สมรรถนะสูงในแบบฉบับ Gran Turismo (GT) ที่ผสมผสานความหรูหราสง่างามเข้ากับความแรงระดับซูเปอร์คาร์ได้อย่างลงตัว การมาถึงของ Maserati GranTurismo ใหม่ ในปี 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของแบรนด์ในการขยายกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยมาพร้อมกับทางเลือกขุมพลังที่หลากหลาย โดยเฉพาะการรุกเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเรือธงที่มาพร้อมพละกำลังมหาศาล
ในปี 2024 ราคาเริ่มต้นสำหรับรุ่นพื้นฐานในประเทศไทยอยู่ที่ 14.5 ล้านบาท สำหรับรุ่น Modena, 16.9 ล้านบาท สำหรับรุ่น Trofeo และ 12.9 ล้านบาทสำหรับรุ่นไฟฟ้า 100% อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากสภาวะตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด และความต้องการของผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ที่สะท้อนรสนิยมหรูหราพร้อมความยั่งยืน Maserati GranTurismo ใหม่ จึงเป็นตัวเลือกที่น่าจับตาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการพลิกโฉมครั้งใหญ่ของแบรนด์เพื่อรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต
ประวัติความเป็นมา: การเดินทางของ GT อันเป็นตำนาน
การเปิดตัว Maserati GranTurismo ใหม่ เป็นการสานต่อมรดกทางประวัติศาสตร์อันยาวนานของมาเซราติ โดยมีรากฐานมาจากรถยนต์รุ่นแรกอย่าง Maserati A6 1500 ในปี 1947 ซึ่งเป็นผู้กำหนดนิยามของรถยนต์ประเภท Gran Turismo ได้อย่างแท้จริง ตลอดระยะเวลากว่าเจ็ดทศวรรษ มาเซราติ ได้สร้างสรรค์ยนตรกรรมที่รวบรวมความงดงามเหนือกาลเวลา ความสะดวกสบายในการขับทางไกล และสมรรถนะอันเร้าใจ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์แบบของการเดินทาง
Maserati GranTurismo ใหม่ ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นรถคู่ใจของนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสความแรงและความหรูหราในทุกสภาวะการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไกลข้ามทวีป หรือการขับขี่ในชีวิตประจำวัน รถคันนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์ที่มากกว่าแค่การเดินทาง แต่เป็นการเติมเต็มไลฟ์สไตล์ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความสำเร็จ
การออกแบบและรูปลักษณ์: ความสง่างามเหนือกาลเวลาในทุกรายละเอียด
Maserati GranTurismo ใหม่ ยังคงเอกลักษณ์ด้านการออกแบบอันเป็นที่จดจำของแบรนด์ ที่ผสมผสานความสง่างามไร้ที่ติเข้ากับหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง เส้นสายการออกแบบที่เรียบง่ายแต่ชัดเจน ไม่ได้ทำให้รถดูธรรมดา แต่กลับสื่อถึงความประณีตและความพิเศษเฉพาะตัว รูปลักษณ์ภายนอกของ Maserati GranTurismo ใหม่ สะท้อนถึงความพิถีพิถันในการสร้างสรรค์ โดยคงความสมดุลของสัดส่วนตัวรถไว้ได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นฝากระโปรงหน้าที่ยาว โฉบเฉี่ยว และการวางตำแหน่งผู้ขับขี่ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างล้อทั้งสี่ ให้ความรู้สึกมั่นคงและปลอดภัยขณะขับขี่
เอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือหลังคาที่ลาดต่ำไปทางด้านหลังอย่างนุ่มนวล เสริมด้วยเสาซีที่โค้งมนอย่างมีศิลปะ พร้อมตราสัญลักษณ์ตรีศูลของ Maserati ติดตั้งอย่างโดดเด่น กลายเป็นภาพจำที่ทำให้ Maserati GranTurismo ใหม่ แตกต่างจากรถสปอร์ตทั่วไป การออกแบบนี้ไม่เพียงแค่สวยงาม แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านแอโรไดนามิก ทำให้รถมีแรงกดและการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์ประเภท Gran Turismo
นอกจากนี้ Maserati GranTurismo ใหม่ ยังได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ในหลายส่วนของตัวรถ เพื่อให้รถมีความทันสมัยและเข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการนำไฟหน้าแบบ Crystal Diode matrix LED มาใช้ ซึ่งให้ความสว่างที่เหนือกว่าและดูทันสมัยกว่า นอกจากนี้ยังมีการดีไซน์ไฟท้ายให้มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และการนำโลหะมาใช้ในบางชิ้นส่วนของตัวรถ เพื่อให้รถมีน้ำหนักที่เบาลงและมีความแข็งแรงทนทานมากขึ้น
ภายในห้องโดยสาร: หรูหรา สง่างาม และล้ำสมัย
เมื่อเปิดประตูเข้ามาสัมผัสบรรยากาศภายในห้องโดยสารของ Maserati GranTurismo ใหม่ ผู้ใช้งานจะพบกับความหรูหราและความทันสมัยที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ขับขี่ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและประสบการณ์ใช้งานระดับพรีเมียม หัวใจสำคัญของระบบความบันเทิงภายในรถคือหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ที่ควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ของรถยนต์ โดยแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ ที่ชัดเจนเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นระบบมัลติมีเดีย Maserati Intelligent Assistant (MIA) ที่ออกแบบมาเพื่อมอบความสะดวกสบายและประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่า ระบบอินโฟเทนเมนท์รุ่นใหม่ล่าสุดนี้มาพร้อมฟังก์ชันที่หลากหลาย สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกได้อย่างง่ายดาย และสามารถปรับแต่งให้เข้ากับความต้องการของผู้ใช้แต่ละคนได้ นอกจากนี้ยังมีหน้าจอ Comfort Display ที่รวมเอาฟังก์ชันหลักของระบบทัชสกรีนอเนกประสงค์ไว้ในที่เดียว ช่วยลดจำนวนปุ่มควบคุมบนแผงหน้าปัด และเพิ่มความเรียบหรูให้กับห้องโดยสาร
อีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจคือนาฬิกาดิจิทัลอัจฉริยะ หรือ Digital Smart Clock ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลกที่ถูกนำมาใช้ในรถยนต์ โดยนาฬิกาดิจิทัลนี้ไม่ได้มีไว้แค่บอกเวลา แต่ยังสามารถแสดงข้อมูลการขับขี่ต่างๆ ที่จำเป็นต่อผู้ใช้งาน นอกจากนี้ Maserati GranTurismo ใหม่ ยังมีตัวเลือกในการติดตั้งเฮด-อัพ ดิสเพลย์ ซึ่งช่วยแสดงข้อมูลสำคัญบนกระจกหน้ารถ ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนนขณะขับขี่ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการเดินทางไกล
นอกจากนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี Maserati GranTurismo ใหม่ ยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์ทางเสียง หรือ All-round Sound Experience อันเป็นเอกลักษณ์ของมาเซราติ ซึ่งเกิดจากการพัฒนาของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญจาก Maserati Innovation Lab โดยมีการติดตั้งระบบเครื่องเสียง Maserati Sound Audio System ที่ให้เสียงคุณภาพระดับพรีเมียม พร้อมตัวเลือกสำหรับลูกค้าที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์เสียงขั้นสุดยอดด้วยระบบเครื่องเสียงแบรนด์อิตาเลียน Sonus Faber ซึ่งมาพร้อมทางเลือกตั้งแต่ 12 ตำแหน่ง ไปจนถึง 19 ตำแหน่ง การออกแบบระบบเครื่องเสียงนี้ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับประสบการณ์การฟังเพลงที่สมบูรณ์แบบในทุกๆ การเดินทาง
สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความหรูหราและเทคโนโลยีล้ำสมัยของ Maserati GranTurismo ใหม่ ด้วยตนเอง สามารถทดลองขับได้ที่โชว์รูมมาเซราติ ประเทศไทย หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสั่งซื้อ Maserati GranTurismo ราคา หรือทางเลือกในการเป็นเจ้าของรถยนต์สปอร์ตคันนี้ได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าของมาเซราติโดยตรง
ระบบขุมพลังและสมรรถนะ: พลังแรงและตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Maserati GranTurismo ใหม่ ได้รับความสนใจอย่างมากในปี 2026 คือทางเลือกของระบบขุมพลังที่ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภค ในส่วนของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน Maserati GranTurismo ใหม่ จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน V6 Nettuno ขนาด 3.0 ลิตร พ่วงเทอร์โบ ซึ่งเป็นบล็อกเครื่องยนต์เดียวกันกับที่ใช้ในรถซูเปอร์คาร์อย่าง Maserati MC20 แต่มีการปรับจูนให้เหมาะสมกับการขับขี่ในแบบฉบับ Gran Turismo
สำหรับรุ่น Maserati GranTurismo Modena จะมาพร้อมกำลังสูงสุดที่ 490 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 600 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 3.9 วินาที และความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 302 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยมีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 3 โหมด ได้แก่ GT (Grand Touring), Comfort (การขับขี่ที่นุ่มนวลสบาย), และ Sport (การขับขี่ที่สปอร์ตเร้าใจ) ซึ่งเป็นโหมดที่เน้นประสิทธิภาพการขับ