![[ครบชุด] T0709951_รปภ.คนน ทำไมถ งเข ยนแบบบ านได](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260908_134427.jpg)
Maserati GranTurismo ใหม่ 2026: นิยามใหม่แห่งยนตรกรรม GT ขุมพลังเบนซินหรือไฟฟ้า 100% ราคาเริ่มต้น 14.9 ล้านบาท
[ภาพรถ Maserati GranTurismo รุ่นใหม่ 2026]
แหล่งที่มา: Maserati
ในวงการรถสปอร์ตหรู ยนตรกรรมสไตล์ Grand Touring (GT) คือการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างพละกำลังสูงสุด สมรรถนะสไตล์รถแข่ง และความสะดวกสบายสำหรับการเดินทางไกล ซึ่งหลายต่อหลายครั้ง การอัพเกรดสู่เจเนอเรชันใหม่ ไม่ได้เป็นเพียงการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ แต่เป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเมื่อเราพูดถึง
Maserati GranTurismo รถสปอร์ตรุ่นเรือธงที่กลับมาสร้างตำนานบทใหม่ในตลาดประเทศไทยอีกครั้ง
การเปิดตัว
Maserati GranTurismo โฉมใหม่ 2026 ไม่ใช่แค่การแนะนำรถใหม่ที่สวยงามและแรงขึ้น แต่คือการประกาศศักดาของแบรนด์จากอิตาลีว่าพวกเขาก้าวทันกระแสโลกได้อย่างสมบูรณ์ โดยมาพร้อมทางเลือกขุมพลังที่ตอบโจทย์ทั้งคนที่รักเสียงคำรามของเครื่องยนต์สันดาป และผู้ที่มองหาการขับเคลื่อนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ภายใต้ดีไซน์ที่ยังคงรักษาจิตวิญญาณ “Tridente” หรือตราตรีศูลอันสง่างามเอาไว้
ความเปลี่ยนแปลงที่เหนือความคาดหมาย: ขุมพลังและสมรรถนะปี 2026
หากคุณกำลังมองหา
Maserati GranTurismo ราคาใหม่ล่าสุดในประเทศไทย ปี 2026 ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุด เพราะ Maserati ไม่เพียงนำเสนอรถที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและหรูหรากว่าเดิม แต่ยังปรับปรุงในทุกมิติ ตั้งแต่โครงสร้าง ไปจนถึงระบบขับเคลื่อนที่ล้ำสมัย โดยแบ่งออกเป็น 3 รุ่นหลักที่ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน ดังนี้
Maserati GranTurismo Modena: จุดเริ่มต้นของตำนาน
รุ่นเริ่มต้น
Maserati GranTurismo Modena โฉมใหม่นี้ ได้รับการยกระดับจากรถสปอร์ตระดับพรีเมียม สู่รถ GT ที่สามารถขับขี่ได้อย่างสะดวกสบายในทุกวัน พร้อมมอบสมรรถนะอันดุดันตามแบบฉบับมาเซราติ ด้วยการใช้เครื่องยนต์เบนซิน V6 Nettuno ขนาด 3.0 ลิตร Twin-Turbo ซึ่งเป็นเครื่องยนต์บล็อกเดียวกับในรุ่นเรือธงอย่าง MC20
หัวใจของรุ่น Modena ปล่อยกำลังสูงสุดออกมาถึง 490 แรงม้า (PS) พร้อมแรงบิดสูงสุดที่ 600 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ภายใน 3.9 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 302 กม./ชม. ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ที่มาพร้อมกับโหมดการขับขี่ 3 โหมด คือ GT, Comfort และ Sport ซึ่งทำให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างราบรื่น และตอบสนองต่อทุกสไตล์การขับขี่
Maserati GranTurismo Modena เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถ GT ที่มีสมรรถนะเยี่ยม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และตอบโจทย์การใช้งานแบบ All-round ที่ไม่ใช่แค่ในสนามแข่ง แต่ยังสามารถพาคุณเดินทางข้ามจังหวัดหรือเดินทางไปทำงานได้อย่างสบายใจ
Maserati GranTurismo Trofeo: พละกำลังที่ไร้ขีดจำกัด
สำหรับผู้ที่มองหาสุดยอดสมรรถนะแบบไร้ขีดจำกัด
Maserati GranTurismo Trofeo คือคำตอบที่แท้จริง รุ่นนี้ได้รับการอัพเกรดกำลังเครื่องยนต์ให้เหนือชั้นกว่า Modena ไปอีกขั้น โดยใช้ขุมพลัง V6 Nettuno Twin-Turbo ขนาด 3.0 ลิตร เช่นเดียวกัน แต่ถูกจูนให้รีดเค้นพละกำลังออกมาสูงสุดถึง 550 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 650 นิวตันเมตร
แรงม้าที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้อัตราเร่งนั้นกระฉับกระเฉงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด โดย
Maserati GranTurismo Trofeo สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.5 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 320 กม./ชม. ระบบส่งกำลังยังคงเป็นเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ แต่เพิ่มเติมโหมดการขับขี่ให้เป็น 4 โหมด คือ GT, Comfort, Sport และ Corsa ซึ่งโหมด Corsa นี้จะปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดของตัวรถออกมา ทำให้การขับขี่รู้สึกสปอร์ตและเร้าใจยิ่งขึ้น
การเลือก
Maserati GranTurismo Trofeo หมายถึงการที่คุณไม่เพียงแค่ต้องการความสวยงามและหรูหรา แต่คุณยังต้องการประสบการณ์การขับขี่ที่เข้มข้นจริงจัง ด้วยพละกำลังระดับ Supercar ที่อยู่ในรถยนต์ GT คันนี้ ถือเป็นการนิยามคำว่า “สปอร์ต” ใหม่ทั้งหมด
Maserati GranTurismo Folgore: พลังแห่งอนาคต
เมื่อโลกยานยนต์กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคไฟฟ้า
Maserati GranTurismo Folgore ถือเป็นก้าวสำคัญของ Maserati ในการนำเสนอรถ GT ขุมพลังไฟฟ้า 100% ที่ไม่เพียงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังมีสมรรถนะที่แรงกว่าคู่แข่งในตลาดอย่างเห็นได้ชัด
รุ่น Folgore ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าถึง 3 ตัว (ติดตั้งมอเตอร์หน้า 1 ตัว และหลัง 2 ตัว) ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 761 แรงม้า และเพิ่มพละกำลังเป็น 830 แรงม้า เมื่อใช้โหมด MaxBoost แรงบิดสูงสุดสูงถึง 1,350 นิวตันเมตร ซึ่งทำให้
Maserati GranTurismo Folgore สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 2.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 325 กม./ชม. ตัวเลขเหล่านี้ถือเป็นสมรรถนะระดับรถ Hypercar ซึ่งไม่เคยมีใครคาดคิดว่ารถสไตล์ GT คันนี้จะทำได้
นอกจากนี้
Maserati GranTurismo Folgore ยังมาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800V ขนาดความจุ 92.5 kWh ที่ถูกพัฒนามาจากเทคโนโลยีรถแข่ง Formula E ติดตั้งแบตเตอรี่ไว้บริเวณโครงสร้างกลางรถแบบ T-Bone เพื่อให้จุดศูนย์ถ่วงของรถดีที่สุด ทำให้การเข้าโค้งและการทรงตัวเป็นเลิศ สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 450 กม. (WLTP) และรองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 270 kW ที่สามารถเติมพลังงานให้วิ่งได้ 100 กม. ภายในเวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น
Maserati GranTurismo Folgore เป็นการพิสูจน์ว่า Maserati เข้าใจความต้องการของตลาดในยุคใหม่ โดยไม่ทิ้งความเป็นมาเซราติที่เน้นสมรรถนะและความหรูหรา
ราคาและการจัดวางตำแหน่งในตลาด (Pricing and Market Positioning)
สำหรับราคาจำหน่ายของ
Maserati GranTurismo ในประเทศไทยปี 2026 นั้น ถือว่ามีความน่าสนใจอย่างยิ่ง โดยบริษัท มาเซราติ ประเทศไทย จำกัด ได้เคาะราคาเริ่มต้นไว้ดังนี้
Maserati GranTurismo Modena: ราคาเริ่มต้น 14.9 ล้านบาท
Maserati GranTurismo Trofeo: ราคาเริ่มต้น 17.9 ล้านบาท
Maserati GranTurismo Folgore: ราคาเริ่มต้น 15.9 ล้านบาท
การตั้งราคาเช่นนี้ ทำให้
Maserati GranTurismo เป็นรถที่มีการแข่งขันสูงในตลาดรถสปอร์ตหรู โดยรุ่น Folgore ที่มีราคาเริ่มต้นน้อยกว่ารุ่น Modena อาจเป็นโมเดลที่ดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ต้องการรถไฟฟ้าที่มีสมรรถนะสูง และตอบโจทย์ความยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน
ดีไซน์: การผสมผสานระหว่างความคลาสสิกและนวัตกรรม
เมื่อพูดถึง
Maserati GranTurismo สิ่งที่โดดเด่นที่สุดอย่างหนึ่งคือความงามของการออกแบบ ซึ่งได้รับการยอมรับมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา มาเซราติได้ผสมผสานความสง่างามของรถสไตล์ GT เข้ากับความโฉบเฉี่ยวของรถสปอร์ตได้อย่างลงตัว ทำให้รถมีรูปลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร และเป็นที่จดจำได้ทันที
เส้นสายของ
Maserati GranTurismo ยังคงเน้นความเรียบง่ายแต่เด่นชัด มีการออกแบบให้มีฝากระโปรงหน้ายาว และตำแหน่งผู้ขับที่อยู่กึ่งกลางระหว่างล้อทั้งสี่ เพื่อสมดุลการกระจายน้ำหนักที่ดีเยี่ยม หลังคาลาดต่ำลงจรดด้านหลัง เน้นให้เห็นเส้นสายที่โค้งมนของเสา C พร้อมการติดตั้งโลโก้ตรีศูลอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้รถดูแข็งแกร่งแต่ก็ยังคงความสง่างามแบบอิตาเลียนไว้ได้อย่างครบถ้วน
ในด้านการตกแต่งภายในห้อง