![[ครบชุด] T0709956_ประธานไล รปภ.](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260908_134505.jpg)
บทความ: Maserati GranTurismo เปิดตัวโฉมใหม่ 2026: พลังสันดาปและระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบ พร้อมราคาเริ่มต้น 14.5 ล้านบาท
พาดหัว: ปลดปล่อยความแรงระดับตำนาน: Maserati GranTurismo 2026 เปิดตัวโฉมใหม่ พร้อมตัวเลือกเครื่องยนต์เบนซินและไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
คำนำ:
ก้าวเข้าสู่ปี 2026 ยนตรกรรมสปอร์ตระดับตำนานอย่าง Maserati GranTurismo ได้กลับมาอีกครั้งในโฉมใหม่ (All-new) พร้อมการปรับปรุงและวิวัฒนาการครั้งใหญ่ เพื่อตอกย้ำตำแหน่ง ‘สุดยอดสปอร์ตแกรนด์ทัวริสโม’ ในตลาดโลก มาเซราติ ประเทศไทย ได้จัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เพื่อนำเสนอรถรุ่นนี้แก่ผู้รักความหรูหราและสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์อย่างเป็นทางการ ความพิเศษของโฉมใหม่นี้คือ การมาพร้อมทางเลือกของขุมพลังขับเคลื่อนถึง 2 รูปแบบ ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซินสันดาปประสิทธิภาพสูง และเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเต็มรูปแบบ 100% การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างจิตวิญญาณแห่งความเร็วและนวัตกรรมแห่งโลกอนาคตนี้เองที่ทำให้ Maserati GranTurismo ยังคงเป็นรถสปอร์ตคู่ใจของนักขับมากประสบการณ์ที่มองหามากกว่าแค่ความแรง แต่คือการถ่ายทอดเอกลักษณ์และรสนิยมอันสูงส่ง
ในโลกของยนตรกรรมหรูหรา การตัดสินใจเลือกรถสักคันไม่ใช่เพียงแค่การมองหาความสวยงามหรือสมรรถนะตามตัวเลขแรงม้า แต่คือการพิจารณา ‘คุณค่า’ ที่มาพร้อมกับรถรุ่นนั้นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง การลงทุนในรถสปอร์ตราคาหลายสิบล้านบาท จำเป็นต้องผ่านการวิเคราะห์อย่างรอบด้าน ทั้งในแง่ของมูลค่าทางอารมณ์ ประโยชน์ใช้สอย และแนวโน้มในอนาคต บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงรายละเอียดของ Maserati GranTurismo โฉมใหม่ ปี 2026 เพื่อช่วยให้ผู้ที่กำลังมองหาที่สุดแห่งความสมบูรณ์แบบ ได้ตัดสินใจได้อย่างแม่นยำและคุ้มค่าที่สุด
หัวใจแห่งตำนาน: วิวัฒนาการขุมพลังขับเคลื่อน 2 รูปแบบ
Maserati GranTurismo ไม่เคยทำให้แฟนๆ ผิดหวังในเรื่องของพละกำลัง และโฉมใหม่นี้ก็เช่นกัน โดยแบ่งขุมพลังออกเป็น 3 รุ่นย่อย ซึ่งมีแนวทางที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นความดุดันของเครื่องยนต์สันดาป หรือความเงียบสงบแต่ทรงพลังของระบบไฟฟ้า
1.1 รถสปอร์ตจากสายเลือดอิตาลี: รุ่น Modena และ Trofeo
สำหรับผู้ที่ยังคงภักดีต่อเสน่ห์ของเครื่องยนต์สันดาป การกลับมาของเครื่องยนต์เบนซิน V6 Nettuno ถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่ง เครื่องยนต์บล็อกนี้ถือเป็นหัวใจหลักที่ได้รับการพัฒนามาจากรุ่น MC20 ซูเปอร์คาร์ระดับเรือธงของค่าย ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากสนามแข่งมาสู่รถถนนได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Maserati GranTurismo Modena ถือเป็นรุ่นเริ่มต้นที่มอบความหรูหราและสมรรถนะครบครัน มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V6 Nettuno ความจุ 3.0 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 490 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 600 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในเวลาเพียง 3.9 วินาที พร้อมความเร็วสูงสุดแตะระดับ 302 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ Maserati GranTurismo Modena ก็มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่หลากหลายถึง 3 โหมด ได้แก่ GT, Comfort และ Sport ให้ความยืดหยุ่นในการปรับแต่งตามสภาพถนนและความต้องการของผู้ขับ
สำหรับผู้ที่ต้องการความเร้าใจที่มากกว่า Maserati GranTurismo Trofeo คือคำตอบที่ลงตัว รุ่นนี้ได้รับการปรับจูนเครื่องยนต์ให้ทรงพลังยิ่งขึ้น โดยให้กำลังสูงสุดถึง 550 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 650 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ลดลงเหลือเพียง 3.5 วินาที และความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การอัพเกรดนี้ทำให้ Maserati GranTurismo Trofeo กลายเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นสำหรับผู้ที่มองหาความเร็วสูงสุดและความรู้สึกตื่นเต้นในการขับขี่แบบรถแข่ง โดยทั้งสองรุ่นจะถูกส่งกำลังผ่านชุดเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อมการรองรับโหมดการขับขี่ถึง 4 โหมด ได้แก่ GT, Comfort, Sport และ Corsa ซึ่งเป็นโหมดที่มอบสมรรถนะสูงสุดและตอบสนองต่อการขับขี่ในสนามแข่ง
1.2 อนาคตแห่งยนตรกรรมสปอร์ต: รุ่น Folgore
ก้าวข้ามขีดจำกัดของยานยนต์พลังงานแบบเดิม Maserati GranTurismo Folgore ได้รับการเปิดตัวขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความเปลี่ยนแปลง และการผสมผสานเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงเข้ากับความสง่างามตามแบบฉบับ Maserati การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นการเดิมพันที่สำคัญของค่ายรถจากอิตาลี ที่ต้องการพิสูจน์ว่ารถสปอร์ตไฟฟ้าสามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่ารถเครื่องยนต์สันดาปได้
Maserati GranTurismo Folgore ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า 100% โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าถึง 3 ตัว (ด้านหน้า 1 ตัว และด้านหลัง 2 ตัว) ซึ่งให้กำลังรวมสูงสุดถึง 761 แรงม้า และสามารถเพิ่มเป็น 830 แรงม้า เมื่อเปิดใช้งานโหมด MaxBoost แรงบิดสูงสุดที่สูงถึง 1,350 นิวตันเมตร ช่วยให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ลดลงมาเหลือเพียง 2.7 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ Maserati GranTurismo Folgore ยังมาพร้อมโหมดการขับขี่ที่หลากหลายถึง 4 โหมด ได้แก่ GT, Max Range, Sport และ Corsa ที่มอบความยืดหยุ่นในการเลือกใช้ตามสถานการณ์
วิศวกรรมและเทคโนโลยีแบตเตอรี่: นวัตกรรมที่มากกว่าแค่ตัวเลข
นอกจากความแรงและสมรรถนะแล้ว สิ่งที่ทำให้ Maserati GranTurismo โฉมใหม่แตกต่าง คือเทคโนโลยีแบตเตอรี่และความอัจฉริยะที่ถูกนำมาใช้ในการพัฒนารถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้ารุ่นนี้ โดยเฉพาะในรุ่น Folgore ที่ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800V ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในรถแข่ง Formula E
2.1 แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง
Maserati GranTurismo Folgore มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ความจุ 92.5 kWh ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสิทธิภาพสูงสุดในการขับขี่ระยะยาว จุดเด่นสำคัญคือ การติดตั้งแบตเตอรี่ไว้บริเวณโครงสร้างกลางรถ (T-Bone) แทนที่จะติดตั้งไว้ใต้เบาะผู้ขับ ส่งผลดีอย่างยิ่งต่อจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถ ทำให้ Maserati GranTurismo Folgore มีเสถียรภาพในการทรงตัวที่ดีเยี่ยม นอกจากนี้ การติดตั้งเทคโนโลยีนี้ยังช่วยลดการสั่นสะเทือน และมอบความเงียบสงบในการขับขี่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้า
ด้วยเทคโนโลยีการชาร์จที่ทันสมัย Maserati GranTurismo Folgore สามารถชาร์จไฟเต็มที่วิ่งได้ระยะทางไกลสุดถึง 450 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) พร้อมรองรับการชาร์จไฟด้วยกระแสตรง (DC) ขนาด 270 kW ซึ่งถือเป็นขนาดที่สูงที่สุดในกลุ่มรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า ด้วยการชาร์จเพียง 5 นาที ก็สามารถให้ระยะทางการวิ่งได้มากถึง 100 กิโลเมตร การอัปเกรดนี้ทำให้ผู้ขับขี่ Maserati GranTurismo Folgore มั่นใจได้ว่าจะสามารถเดินทางได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลเรื่องระยะทาง
2.2 ความหรูหราและระบบความบันเทิงภายในห้องโดยสาร
ภายในห้องโดยสารของ Maserati GranTurismo ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ โดยผสานความหรูหราเข้ากับนวัตกรรมล้ำสมัยได้อย่างลงตัว ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ระบบมัลติมีเดีย Maserati Intelligent Assistant (MIA) ซึ่งได้รับการอัพเกรดให้ทันสมัยและใช้งานง่ายขึ้น พร้อมอินโฟเทนเมนท์ใหม่ล่าสุดที่ตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
สิ่งพิเศษที่น่าสนใจภายในห้องโดยสารคือหน้าจอ comfort display ที่ทำหน้าที่รวบรวมฟ