![[ครบชุด] T0709303 Ep3 ม กรดา แต](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260908_174624.jpg)
Maserati GranTurismo โฉมใหม่ 2026: รถสปอร์ตสุดหรูทางเรียบ พร้อมขุมพลังสันดาปและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานไฟฟ้า
บทนำ
Maserati GranTurismo โฉมใหม่ ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของยนตรกรรมสไตล์สปอร์ต แกรนด์ ทัวริ่ง (GT) ที่ผสานความคลาสสิกเหนือกาลเวลาเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยแห่งยุคดิจิทัล เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยช่วงปี 2566 ถือเป็นการยืนยันถึงสถานะของประเทศไทยในฐานะตลาดหลักที่สำคัญสำหรับแบรนด์ตรีศูลจากแดนมะกะโรนี บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกรายละเอียดของ Maserati GranTurismo โฉมใหม่ (ปี 2026) ทั้งในด้านดีไซน์ เทคโนโลยีสมรรถนะ และทางเลือกในการเป็นเจ้าของรถสปอร์ตสุดพรีเมียมแห่งยุค
สำหรับประเทศไทย การเปิดตัว Maserati GranTurismo โฉมใหม่ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น ด้วยทางเลือกทั้งขุมพลังเครื่องยนต์สันดาปสุดคลาสสิก และขุมพลังไฟฟ้า 100% ที่ตอบโจทย์กระแสรักสิ่งแวดล้อมและความประหยัดด้านพลังงาน
ความเป็นมาและวิวัฒนาการของ Maserati GranTurismo
Maserati GranTurismo นับเป็นตำนานบทใหม่ที่เริ่มขึ้นจากความสำเร็จของ Maserati A6 1500 เมื่อ 77 ปีที่แล้ว ยนตรกรรมต้นแบบแห่งยุค GT ซึ่งถือกำเนิดขึ้นด้วยแนวคิดการผสานระหว่างรถสปอร์ตที่มีสมรรถนะสูงเข้ากับความสะดวกสบายสำหรับการขับทางไกล
ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา Maserati GranTurismo ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะรถสปอร์ตคูเป้ 2 ประตู ที่มอบประสบการณ์ขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ ผสานกลิ่นอายของความเป็นอิตาลีที่เน้นด้านดีไซน์และความประณีตเข้ากับสมรรถนะอันเร้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอกลักษณ์ด้านเสียงของเครื่องยนต์อันเป็นที่ชื่นชอบของบรรดานักขับมืออาชีพ
การเปิดตัว Maserati GranTurismo โฉมใหม่ ถือเป็นการต่อยอดจากความสำเร็จในอดีต โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด พร้อมตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคในยุคที่ยานยนต์ไฟฟ้ากำลังเติบโต
การออกแบบภายนอก: ความสง่างามที่ไร้ขอบเขต
ในด้านงานออกแบบ ภายนอกของ Maserati GranTurismo โฉมใหม่ นับเป็นการผสานความสง่างามเข้ากับสมรรถนะอย่างลงตัว ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ และสามารถจดจำได้ในทันที
เส้นสายภายนอกถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ผสมผสานความโค้งมนของรูปทรงตามแบบฉบับรถสปอร์ตอิตาลี เข้ากับความแข็งแกร่งและดุดันของเส้นสายที่คมชัด ตัวถังเน้นความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง สะท้อนถึงความพิถีพิถันในการออกแบบของ Maserati พร้อมรักษาเอกลักษณ์สัดส่วนเดิมไว้ได้อย่างครบถ้วน ด้วยกระโปรงหน้าทรงยาว ตำแหน่งของผู้ขับขี่ที่วางตัวอยู่กึ่งกลางระหว่างล้อทั้งสี่ และหลังคาที่ลาดต่ำลงสู่ด้านหลัง เน้นให้เห็นถึงเสาซีที่โค้งมน และโลโก้ตรีศูลอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่โดดเด่น
การออกแบบด้านหน้ารถมาพร้อมกระจังหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ของ Maserati และโคมไฟหน้าดีไซน์ใหม่ที่เฉียบคมยิ่งขึ้น พร้อมด้วยช่องรับลมขนาดใหญ่ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการระบายความร้อนและแอโรไดนามิกของรถ ในขณะเดียวกัน ดีไซน์โดยรวมก็สะท้อนถึงความเป็นรถซูเปอร์สปอร์ตที่สามารถขับขี่ในชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องตัว
การออกแบบภายใน: ประสบการณ์สุดพิเศษเหนือระดับ
ภายในห้องโดยสารของ Maserati GranTurismo โฉมใหม่ ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ด้วยการผสานเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ากับวัสดุคุณภาพสูง และการออกแบบที่เน้นความหรูหราและสะดวกสบาย
ห้องโดยสารติดตั้งนวัตกรรมล้ำสมัยมากมาย ประกอบด้วยระบบมัลติมีเดีย Maserati Intelligent Assistant (MIA) ใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมหน้าจอ Infotainment อัจฉริยะ และหน้าจอ Comfort Display ที่รวมฟังก์ชันหลักของทัชสกรีนอเนกประสงค์เข้าไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ ยังมีนาฬิกาดิจิทัลอัจฉริยะ (Digital Smart Clock) และระบบ Head-Up Display (เป็นออปชั่นเสริม) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมระบบต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบายและแม่นยำ
อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของ Maserati GranTurismo โฉมใหม่ คือประสบการณ์ด้านเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งได้รับการพัฒนาโดยวิศวกรจาก Maserati Innovation Lab การันตีสุ้มเสียงเครื่องยนต์อันเร้าใจไม่เหมือนใคร แม้ในรุ่นรถไฟฟ้าก็ตาม พร้อมทั้งมีออปชั่นพิเศษด้วยระบบเครื่องเสียงระดับ Hi-End จาก Sonus Faber แบรนด์เครื่องเสียงชั้นนำจากอิตาลี ที่มีให้เลือกทั้งแบบ 12 ตำแหน่ง และ 19 ตำแหน่ง เพื่อมอบประสบการณ์การฟังเพลงที่สมบูรณ์แบบ
เบาะนั่งของ Maserati GranTurismo โฉมใหม่ ถูกออกแบบมาให้โอบรับสรีระของผู้ขับขี่อย่างลงตัว เน้นความสบายสำหรับการขับทางไกล แต่ยังคงไว้ซึ่งความสปอร์ตและควบคุมได้ง่าย พร้อมด้วยวัสดุคุณภาพสูงและการเย็บที่ประณีต สะท้อนถึงมาตรฐานความหรูหราของแบรนด์
ขุมพลังและความแรง: ทางเลือกที่แตกต่างเพื่อสมรรถนะสูงสุด
Maserati GranTurismo โฉมใหม่ (2026) มาพร้อมทางเลือกด้านขุมพลังให้เลือก 3 รุ่นย่อย โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ ขุมพลังเครื่องยนต์สันดาปสุดคลาสสิก และขุมพลังไฟฟ้า 100% อันทันสมัย
รุ่น Modena (เครื่องยนต์สันดาป)
รุ่น Modena ใช้ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน V6 Nettuno ความจุ 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ แบบเดียวกับที่ใช้ใน Maserati MC20 แต่ได้รับการปรับแต่งให้มีความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและความสะดวกสบายในการใช้งานทั่วไป
กำลังสูงสุด: 490 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด: 600 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 3.9 วินาที
ความเร็วสูงสุด: 302 กม./ชม.
รุ่น Modena มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 โหมด ได้แก่ GT, Comfort และ Sport เพื่อตอบสนองสไตล์การขับขี่ที่หลากหลาย ตั้งแต่การขับในชีวิตประจำวันไปจนถึงการขับขี่บนสนามแข่ง
รุ่น Trofeo (เครื่องยนต์สันดาป)
รุ่น Trofeo ได้รับการอัพเกรดเพิ่มกำลังเครื่องยนต์ให้สูงสุด เพื่อตอบสนองความต้องการของนักขับที่ชื่นชอบสมรรถนะแบบรถซูเปอร์สปอร์ตเต็มรูปแบบ
กำลังสูงสุด: 550 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด: 650 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 3.5 วินาที
ความเร็วสูงสุด: 320 กม./ชม.
รุ่น Trofeo ใช้ชุดเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือก 4 โหมด ได้แก่ GT, Comfort, Sport และ Corsa ซึ่งเป็นโหมดที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการขับขี่ในสนามแข่ง
รุ่น Folgore (ไฟฟ้า 100%)
รุ่น Folgore ถือเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของ Maserati อย่างแท้จริง โดยขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100%
ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว (1 ตัวด้านหน้า, 2 ตัวด้านหลัง)
กำลังสูงสุด: 761 แรงม้า
กำลังสูงสุด (MaxBoost): 830 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด: 1,350 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 2.7 วินาที
ความเร็วสูงสุด: 325 กม./ชม.
รุ่น Folgore มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 4 โหมด ได้แก่ GT, Max Range, Sport และ Corsa ซึ่งตอบสนองความต้องการของผู้ที่ต้องการสมรรถนะสูงสุดและความยั่งยืนด้านพลังงาน
เทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบชาร์จ
Maserati GranTurismo Folgore มาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800V ที่ล้ำสมัยที่สุด โดยติดตั้งชุดแบตเตอรี่ขนาดความจุ 92.5 kWh ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในรถแข่ง Formula E การติดตั้งแบตเตอรี่ไว้บริเวณโครง