![[ครบชุด] T0909109_อย าให อารมณ อย เหน อเหต ผล](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260910_081849.jpg)
เจาะลึกประสบการณ์สัมผัสสมรรถนะจริง: Maserati Levante, Ghibli และ GranTurismo ณ สนามแข่ง Autodromo, อิตาลี (2026)
ในโลกยานยนต์ระดับลักชัวรีที่การแข่งขันดุเดือดและงบประมาณในการวิจัยและพัฒนามีมูลค่ามหาศาล ไม่ใช่แค่เพียงกระดาษแห่งภาพร่าง แต่ยังมีอีกเวทีแห่งการทดสอบที่มีเดิมพันสูงอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงกลยุทธ์ทางการเงินในตลาดรถพรีเมียมในปี 2026 แม้ว่าจะดูเหมือนห่างไกลจากแบรนด์อิตาเลียนสัญลักษณ์ตรีศูล แต่เรื่องราวเบื้องหลังวงล้อเหล่านี้ คือภาพสะท้อนความมุ่งมั่นที่ขับเคลื่อนผู้คนทั่วโลกสู่การยอมรับแบรนด์ในระดับสากล และการตัดสินใจด้านสินเชื่อสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่
สำหรับผมในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการนี้มากว่าสิบปี การได้รับโอกาสเข้าร่วมทริปสุดพิเศษนี้ ถือเป็นประสบการณ์ที่มิอาจลืมเลือน การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเยี่ยมชมโรงงานหรือโชว์รูม แต่เป็นโอกาสในการเจาะลึกถึงรากเหง้าของแบรนด์ Maserati อย่างแท้จริง ณ ประเทศต้นกำเนิด ที่ซึ่งชื่อเสียงด้านสมรรถนะและงานออกแบบอันโดดเด่นของแบรนด์ตรีศูล ได้ถือกำเนิดและสั่งสมมายาวนาน
การเปิดตัวทางเลือกใหม่: ความท้าทายทางการเงินและความคาดหวังในปี 2026
การเดินทางอันน่าประทับใจเริ่มต้นขึ้นบนเครื่องบิน Boeing 777-300 ของสายการบิน Emirates เที่ยวบิน EK093 โดยใช้เส้นทางเชื่อมต่อจากเมือง Dubai มายังสนามบิน Bologna ประเทศอิตาลี การเปลี่ยนเครื่องครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเริ่มต้นการเดินทางด้วยเครื่องบิน Airbus A380 เที่ยวบิน EK419 ซึ่งแล่นตรงมาจากสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งแม้จะดูธรรมดา แต่ก็นับเป็นการวางแผนการเดินทางที่รัดกุม เพื่อให้พร้อมสำหรับภารกิจสำคัญ
ผมรู้สึกตื่นเต้นและแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าจะได้มาเยือนอิตาลี ประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องเสน่ห์เฉพาะตัว ทั้งกลิ่นอายของกาแฟชั้นเลิศ ไอศกรีม Gelato อันเลื่องลือ สถาปัตยกรรมที่น่าหลงใหล ไปจนถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก ภายใต้กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Fiat Chrysler Automotive (FCA) ในช่วงเวลาที่ตลาดรถพรีเมียมปี 2026 กำลังเผชิญกับความผันผวนทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี การปรับตัวของ Maserati เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
201703MaseratiTrip01 – การเดินทางครั้งสำคัญ
การมาถึงเมือง Bologna และ Modena เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2017 ได้รวบรวมคณะสื่อมวลชนไทยอีก 13 ชีวิต ร่วมกับกลุ่ม VIP อีก 25 คน ภายใต้คำเชิญของบริษัท MGC Asia หรือกลุ่ม Millenium ซึ่งเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Maserati อย่างเป็นทางการในประเทศไทย การลงทุนครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของบริษัทในการผลักดันแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในระดับโลก
ดังนั้น เพื่อให้คนไทยได้สัมผัสถึงเอกลักษณ์และความเป็นตัวตนของ Maserati บริษัท MGC Asia จึงจัดทริปพิเศษนี้ เพื่อนำเสนอแหล่งกำเนิดของแบรนด์ตรีศูลอย่างใกล้ชิด การเข้าถึงสถานที่เหล่านี้บางแห่งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แม้แต่การเดินทางมาอิตาลีด้วยตนเองก็อาจไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมชมอย่างเป็นทางการ
201703MaseratiTrip02HeadquarterModena – โรงงานแห่งการรังสรรค์
ทริปของเราเริ่มต้นด้วยการเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่และโรงงาน Maserati Viale Ciro Menotti, 322, 41100 เมือง Modena ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการรังสรรค์รถยนต์ระดับซูเปอร์คาร์ โดยสถานที่แห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ปี 1939 และเดิมมีกำลังการผลิตเพียง 500 คันต่อปี อาคารสูง 9 ชั้น พร้อมสำนักงานและโชว์รูมขนาดใหญ่ ถูกเปิดใช้งานในปี 1997 ซึ่งเป็นปีที่ Ferrari อดีตคู่แข่งคู่ใจ เข้ามาช่วยกอบกู้กิจการของ Maserati และรวมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม Ferrari-Maserati
ในวันที่เราเข้าเยี่ยมชม มีรถยนต์รุ่น Maserati Gran Cabrio จอดเด่นอยู่บนแท่นวงแหวนสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งเป็นสีประจำแบรนด์อย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์ SUV รุ่นใหม่อย่าง Maserati Levante S ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง และที่น่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กัน คือรถแข่งรุ่นดังอย่าง Maserati MC12 Corsa ปี 2006 ซึ่งมีจำนวนเพียง 12 คันในโลก และอีก 3 คันที่เป็นรถทดสอบและจัดแสดงเท่านั้น! (หมายเหตุ: ในปี 2016 ยอดขาย Maserati ในไทยสูงถึง 40,000 คัน และคาดการณ์เป้าหมายในปี 2018 ไว้ที่ 75,000 คันต่อปี ซึ่งมีสัดส่วนของยอดขายจาก Levante สูงถึงประมาณ 35,000 คัน)
MC12 Corsa เป็นเวอร์ชันที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อลงสนามแข่งตามกฎของสมาพันธ์กีฬาแข่งรถนานาชาติ (FIA) ในรุ่น GT โดยรถคันนี้ได้รับการออกแบบโดย Frank Stephenson หัวหน้าฝ่ายคอนเซปต์ดีไซน์ของกลุ่ม Ferrari-Maserati ขุมพลัง V12 สูบ ทำมุม 65 องศา DOHC 48 วาล์ว ขนาดความจุ 5,998 ซีซี ใช้รหัสเครื่องยนต์ M144A และมีอัตรากำลังอัด 11.2:1 พร้อมระบบอ่างน้ำมันเครื่องแบบ Dry Sump ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อยอดมาจากเครื่องยนต์พื้นฐานรุ่น Tipo F140 ที่ใช้ใน Ferrari Enzo ทำให้รถรุ่นนี้มีกำลังสูงสุด 755 แรงม้า (PS) ที่ 8,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 710 นิวตันเมตร (72.3 กก.-ม.) ที่ 6,000 รอบต่อนาที เปิดตัวเมื่อเดือนพฤษภาคม 2006 ด้วยราคา 1,000,000 ยูโร แต่ปัจจุบันมีดีลเลอร์ในสหรัฐอเมริกาตั้งราคาสำหรับรถมือสองนี้ไว้สูงถึง 3,000,000 ยูโร! เนื่องจากรถคันนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อวิ่งในสนามแข่งเป็นการส่วนบุคคลหรือจัดแสดงในงานของ Maserati เท่านั้น และไม่ได้รับการรับรอง (homologated) สำหรับการขับขี่บนถนนสาธารณะหรือในการแข่งขันรายการใดๆ
นอกเหนือจากการจัดแสดงเครื่องยนต์รุ่นสำคัญและโครงสร้างเฟรมรถแข่งในอดีตแล้ว ยังมีร้านขายของที่ระลึก Maserati Collection Shop ที่มีสินค้าครบวงจร ตั้งแต่เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ ไปจนถึงหนังสือขนาดใหญ่ที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับแบรนด์ Maserati
การอนุรักษ์มรดก: พิพิธภัณฑ์รถยนต์ส่วนตัวของ Umberto Panini
จากนั้น เราเดินทางไปยังฟาร์ม Hombre เพื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์รถยนต์ส่วนตัวของ Umberto Panini ผู้ผลิตชีส Parmiggiano Reggiano ชื่อดัง แม้จะฟังดูแตกต่างจากอุตสาหกรรมรถหรู แต่เหตุผลที่พาเรามาที่นี่ก็คือความหลงใหลอย่างไม่หยุดยั้งในรถยนต์ โดยเฉพาะรถ Maserati ของท่าน ซึ่งสะสมไว้มากถึง 22 คัน! ดังรายการต่อไปนี้:
1934 Maserati 6C 34
1936 Maserati 6CM
1953 Maserati A6GCS 53 “Berlinetta”
1954 Maserati A6G 54 2000 Allemanno
1957 Maserati 250F V12 (รถที่พระองค์เจ้าพีระฯ ใช้คว้าชัยชนะในสนามแข่งระดับโลก)
1958 Maserati 3500 GT
1958 Maserati TIPO 420/M/58 ELDORADO
1961 Maserati TIPO 61 BIRDCAGE DROGO
1961 Maserati TIPO 63 V12 Serenissima
1965 Maserati MISTRAL Coupe
1968 Maserati GHIBLI Coupe
1968 Maserati SIMUN Prototipo
1970 Maserati GHIBLI Spyder
1971 Maserati BORA
1974 Maserati TIPO 124 Italdesign Prototipo