![[ครบชุด] T0909110_ถ กหวยก หย าเลยส](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260910_081859.jpg)
Maserati 2026: ถอดรหัสแรงผลักดันสู่ตลาดเอเชีย และโอกาสลงทุนสุดพิเศษ
ระยะเวลาการเดินทาง: 6 มีนาคม 2017 – 13 มีนาคม 2017
บทนำ: การเยือนแหล่งกำเนิดอัศวินตรีศูลแห่งอิตาลี
ภาพแรกที่ตราตรึงใจในความทรงจำของผมคือการเดินทางที่แสนยาวนานบนเครื่องบิน Boeing 777-300 สายการบิน Emirates เที่ยวบิน EK093 ตรงยาวจากเมืองดูไบ มุ่งหน้าสู่สนามบิน Bologna ประเทศอิตาลี การเดินทางที่เริ่มต้นด้วยเครื่อง Airbus A380 เที่ยวบิน EK419 จากกรุงเทพฯ ไปเปลี่ยนเครื่องที่ศูนย์กลางการบินระดับโลกอย่างดูไบ เป็นการเปิดฉากการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ที่หลายคนอาจไม่เคยจินตนาการถึง
การก้าวเท้าลงสู่สนามบิน Bologna นั้น ให้ความรู้สึกเหมือนได้ก้าวเข้าสู่โลกอีกใบหนึ่งอย่างแท้จริง ผมยังคงรู้สึกทึ่งจนถึงทุกวันนี้ ไม่เคยคิดมาก่อนว่าชีวิตนี้จะมีโอกาสได้มาเยือนอิตาลี ประเทศที่มีชื่อเสียงด้านกาแฟรสเลิศ ไอศกรีมเจลาโต้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว (ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีการขโมยทรัพย์สินเกิดขึ้นในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่างแน่นอน – อันนี้พิสูจน์แล้ว!) และที่สำคัญที่สุด คือการเป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมรถสปอร์ตระดับตำนาน ที่ควบคุมโดยบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างกลุ่ม Fiat Chrysler Automotive (FCA) ในช่วงปี 2017 นั้น การได้เดินทางเยือนถิ่นกำเนิดของ Maserati จึงเปรียบเสมือนการได้สัมผัสกับ “ต้นธาร” ของแบรนด์ระดับโลกนี้อย่างแท้จริง
วันที่ 6 มีนาคม 2017: การเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ – โรงงาน Maserati และ MC12 Corsa
ผมเดินทางมาถึงเมือง Bologna และ Modena พร้อมกับคณะสื่อมวลชนไทยอีก 13 ชีวิต และคณะผู้แทนจากกลุ่ม VIP อีก 25 คน การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้คำเชิญของบริษัท MGC Asia หรือกลุ่ม Millenium ซึ่งเป็นผู้ที่เพิ่งจะได้รับสิทธิ์ในการเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Maserati อย่างเป็นทางการในประเทศไทย
เพื่อเป็นการแนะนำแบรนด์ Maserati ให้คนไทยได้รู้จักอย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น MGC Asia จึงได้จัดทริปพิเศษนี้ขึ้น โดยพาพวกเรามาเยี่ยมชมถึงต้นกำเนิดของแบรนด์อัศวินตรีศูลที่แท้จริงในอิตาลี นับเป็นครั้งแรกที่ผมจะได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสกับรากเหง้าของแบรนด์รถยนต์ระดับ Premium อย่าง Maserati อย่างเต็มรูปแบบ เพราะสถานที่บางแห่งในกำหนดการของทริปนี้นั้น ต่อให้คุณพยายามบินมาด้วยตัวเองที่อิตาลี ก็ยังไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะได้รับการอนุญาตให้เข้าเยี่ยมชม
ความตื่นตาตื่นใจ ณ สำนักงานใหญ่ Maserati Viale Ciro Menotti
ทันทีที่เดินทางมาถึงสนามบิน Bologna เราก็ได้เริ่มต้นทริปด้วยการเข้าเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่และโรงงานของ Maserati ที่ตั้งอยู่ที่ Viale Ciro Menotti, 322, 41100 เมือง Modena แผนกที่เก่าแก่ที่สุดของที่นี่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1939 ด้วยกำลังการผลิตเพียงไม่เกิน 500 คันต่อปี แต่ด้วยการปรับปรุงครั้งใหญ่ในภายหลัง สำนักงานใหญ่พร้อมกับโชว์รูมขนาดใหญ่ และอาคารจอดรถสำหรับพนักงานและแขกผู้มาเยือน ได้เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในปี 1997 ซึ่งเป็นปีที่ Ferrari ซึ่งเป็นคู่แข่งเก่าแก่ ได้เข้ามาช่วยกอบกู้และฟื้นฟูกิจการของ Maserati ภายใต้กลุ่มบริษัท Ferrari-Maserati Group
ในวันที่พวกเราเดินทางไปเยี่ยมชมนั้น ความประทับใจแรกที่ฉายชัดคือการปรากฏตัวของรถยนต์รุ่นสำคัญๆ ของ Maserati ทั้งสามรุ่นเด่น ได้แก่ Maserati Gran Cabrio ซึ่งจอดตระหง่านอยู่บนแท่นหมุนสีน้ำเงินเข้ม (สีประจำแบรนด์) ตามมาด้วย Maserati Levante S รถยนต์ Sport Utility รุ่นใหม่ล่าสุดที่กำลังได้รับความนิยมสูง และที่ทำให้ผู้ร่วมทริปหลายคนถึงกับต้องอ้าปากค้างก็คือการปรากฏตัวของรถแข่งระดับตำนานอย่าง Maserati MC12 Corsa รุ่นปี 2006 ที่มีจำนวนการผลิตเพียง 12 คัน (+3 คันสำหรับงานทดสอบและประชาสัมพันธ์) ทั่วโลก รถคันนี้เป็นเหมือนเพชรเม็ดงามของคอลเลคชัน ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อการลงแข่งขันในสนามตามกฎของสมาพันธ์กีฬาแข่งรถนานาชาติ (FIA) ในรุ่น GT
รายละเอียดเชิงเทคนิคของ MC12 Corsa: สุดยอดเทคโนโลยีในยุคนั้น
MC12 Corsa ถูกออกแบบโดย Frank Stephenson หัวหน้าฝ่าย Concept Design ของกลุ่ม Ferrari-Maserati Group ในเวลานั้น ตัวรถได้รับการวางขุมพลังด้วยเครื่องยนต์ V12 สูบ ทำมุม 65 องศา พร้อมระบบวาล์วคู่ (DOHC) 48 วาล์ว ขนาดความจุ 5,998 ซีซี รหัสเครื่องยนต์ M144A ที่มาพร้อมอัตราส่วนกำลังอัด 11.2:1 และระบบอ่างน้ำมันเครื่องแบบ Dry Sump ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อยอดมาจากเครื่องยนต์พื้นฐานรุ่น Tipo F140 ที่ใช้ในรถซูเปอร์คาร์ในตำนานอย่าง Ferrari Enzo
ด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว ทำให้ตัวรถสามารถผลิตกำลังสูงสุดได้ถึง 755 แรงม้า (PS) ที่ 8,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 710 นิวตัน-เมตร (ประมาณ 72.3 กก.-ม.) ที่ 6,000 รอบ/นาที รถคันนี้ถูกเปิดตัวและวางจำหน่ายครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม ปี 2006 ด้วยราคาตั้งต้นอยู่ที่ 1,000,000 ยูโร แต่ล่าสุด มีรายงานว่าตัวแทนจำหน่ายของ Maserati ในสหรัฐอเมริกา ได้เปิดราคารถแข่งคันนี้ (Used Car) ไว้สูงถึง 3,000,000 ยูโร!!! เนื่องจากรถคันนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการทดสอบส่วนบุคคล หรือจัดแสดงในงานของ Maserati เท่านั้น และไม่ได้รับการอนุญาตให้วิ่งบนถนนสาธารณะหรือลงแข่งขันรายการใดๆ ทั้งสิ้น
นอกจากนี้ ภายในสำนักงานใหญ่ยังมีการจัดแสดงเครื่องยนต์รุ่นสำคัญๆ รวมถึงโครงสร้างเฟรมตัวถังของรถแข่งในอดีต และยังมีร้านจำหน่ายของที่ระลึก “Maserati Collection Shop” ที่มีสินค้าให้เลือกมากมาย ตั้งแต่เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ของใช้เล็กๆ น้อยๆ รถโมเดล ไปจนถึงหนังสือรวมประวัติศาสตร์และข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์ Maserati
วันที่ 7 มีนาคม 2017: ความมหัศจรรย์แห่งรสชาติและความหลงใหล – พิพิธภัณฑ์ Panini
หลังจากได้เยี่ยมชมโรงงาน Maserati แล้ว คณะสื่อมวลชนและ VIP ได้ออกเดินทางต่อไปยังฟาร์ม Hombre ซึ่งเป็นผู้ผลิตชีสParmiggiano Reggiano ชื่อดัง ระดับโลก ฟังดูอาจจะแปลกที่พวกเราต้องมาทำอะไรในไร่ที่มีโรงเลี้ยงวัวและโรงบ่มชีสขนาดเล็กที่อบอวลไปด้วยกลิ่นชีส แต่เหตุผลเบื้องหลังการเดินทางมาที่นี่นั้นน่าสนใจอย่างยิ่ง
ที่นี่ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งผลิตชีสชั้นเลิศเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์รถยนต์ส่วนตัวของ Umberto Panini เจ้าของโรงงานชีส Hombre ซึ่งเป็นผู้ที่มีความหลงใหลในรถยนต์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแบรนด์ Maserati เขาสะสมรถยนต์สปอร์ตโบราณของ Maserati ไว้ถึง 22 คันเลยทีเดียว!
รายการรถยนต์คอลเลกชันเด่นในพิพิธภัณฑ์ Panini (2017):
1934 Maserati 6C 34
1936 Maserati 6CM
1953 Maserati A6GCS 53 “Berlinetta”
1954 Maserati A6G 54 2000 Allemanno
1957 Maserati 250F V12 (รถแข่งที่เจ้าฟ้าชายสิริวัณณวรีนเรศวรทรงเป็นเจ้าของ)
1958 Maserati 3500 GT
1958 Maserati TIPO 420/M/58 ELDORADO
1961 Maserati TIPO 61 BIRDCAGE DROGO
1961 Maserati TIPO 63 V12 Serenissima
1965 Maserati MISTRAL Coupe
1968 Maserati GHIBLI Coupe
1968 Maserati SIMUN Prototipo
1970 Maserati GHIBLI Spyder
1971 Maserati BORA
1974 Maserati TIPO 124 Italdesign Prototipo
1975 Maserati KHAMSIN
1980 Maserati MERAK SS Turbo Prototipo (