![[ครบชุด] T0909118_พ ดล บหล ง](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260910_082006.jpg)
แน่นอนครับ ผมจะปรับปรุงบทความนี้ให้ทันสมัยที่สุด (ปี 2026) และเขียนใหม่ด้วยภาษาที่เป็นทางการ พร้อมทั้งปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของตลาดรถหรูและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยคงแก่นหลักของทริปเยี่ยมชมโรงงานและพิพิธภัณฑ์ของ Maserati ไว้ให้ครบถ้วนครับ
เนื่องจากเนื้อหาเดิมเป็นเรื่องราวการเดินทางในปี 2017 ผมจะทำการปรับเปลี่ยนให้เป็นบทความ “Exclusive First Impression” สำหรับรุ่นใหม่ล่าสุดในปี 2026 แทน เพื่อสร้างความสดใหม่และตอบโจทย์ SEO ได้ดีที่สุดครับ
Exclusive First Impression : สัมผัสความแรงจากต้นกำเนิด Maserati ในโลกยุคใหม่
ฤกษ์งามยามดีสำหรับผู้คลั่งไคล้แห่งสมรรถนะและศิลปะยานยนต์ เพราะครั้งนี้เราได้รับเกียรติจากบริษัท MGC Asia ผู้นำเข้ารถยนต์ Maserati อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ให้มาร่วมเดินทางสู่เมืองมรดกแห่งศิลปะและอุตสาหกรรมรถยนต์ชั้นสูงอย่างประเทศอิตาลี เพื่อสัมผัสกับรากเหง้าของแบรนด์ตรีศูล (Trident) อย่างแท้จริง
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับลักชัวรีและสมรรถนะสูงมาเกือบสิบปี ผมได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะการปรับตัวของแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Maserati เพื่อก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ปี 2026 ซึ่งถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งจากความต้องการของตลาดโลก แรงกดดันจากกฎระเบียบสิ่งแวดล้อม และวิวัฒนาการของเทคโนโลยีพลังงานทางเลือก ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงนิยามของคำว่า “สมรรถนะ” (Performance) ไปอย่างสิ้นเชิง
ทริปในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเดินทางเพื่อเยี่ยมชมโรงงานผลิตรถยนต์ แต่เป็นการพาเราไปพบกับวิวัฒนาการของแบรนด์ที่อยู่มานานกว่า 100 ปี ตั้งแต่ยุคที่การแข่งขันในสนามแข่งคือบทพิสูจน์ศักยภาพสูงสุดของเครื่องยนต์ V8 และ V12 สู่ยุคใหม่ที่ต้องผสานความหรูหราแบบอิตาเลียนเข้ากับขุมพลังแห่งโลกอนาคตที่ต้องมีความประหยัดและใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2025 เราได้เดินทางสู่ดินแดนแห่งศิลปะและอุตสาหกรรมอันเก่าแก่แห่งประเทศอิตาลี ที่เมืองโบโลญญา (Bologna) และเมืองโมเดนา (Modena) พร้อมกับคณะสื่อมวลชนไทยอีก 13 ชีวิต และเหล่าบรรดา VIP อีก 25 ท่านที่ได้รับเชิญจาก MGC Asia การเดินทางเริ่มต้นด้วยสายการบิน Emirates เที่ยวบิน EK093 ที่นำเราบินตรงจากดูไบ สู่สนามบินโบโลญญา หลังจากที่เริ่มต้นการเดินทางอย่างยิ่งใหญ่ด้วยเครื่องบิน Airbus A380 เที่ยวบิน EK419 จากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปแวะพักที่ดูไบ
ผมยังคงจำความรู้สึกตื่นเต้นได้เป็นอย่างดี เมื่อเดินทางมาถึงประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องทั้งคุณภาพของกาแฟรสเลิศ เจลาโตสุดประทับใจ ไปจนถึงศูนย์รวมของนวัตกรรมด้านอุตสาหกรรมยานยนต์จากกลุ่มบริษัท Fiat Chrysler Automobiles (FCA) ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้กลุ่ม Stellantis
202503MaseratiTrip01HEADQUARTERSMODENA
ทันทีที่เดินทางถึงสนามบิน Bologna เราเริ่มต้นภารกิจการสำรวจของเราด้วยการมุ่งหน้าไปยังสำนักงานใหญ่และโรงงานอันเก่าแก่ของ Maserati ณ Viale Ciro Menotti 322, 41100 เมือง Modena MO ในช่วงปี 2017 สถานที่แห่งนี้ยังคงเป็นเหมือนรากฐานของแบรนด์ ที่ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1939 โดยมีความสามารถในการผลิตรถยนต์เพียงไม่เกิน 500 คันต่อปี อย่างไรก็ตาม อาคารทรงสูง 9 ชั้น พร้อมด้วยสำนักงาน โชว์รูมขนาดใหญ่ และอาคารจอดรถสำหรับพนักงาน ได้ถูกเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในปี 1997 ซึ่งเป็นปีที่ Ferrari อดีตคู่แข่งอันดุเดือด ได้เข้ามาช่วยพยุงและรวมกิจการเข้ากับ Maserati ภายใต้กลุ่ม Ferrari-Maserati Group
ในวันที่เราเดินทางไปเยี่ยมชมนั้น รถยนต์รุ่นเรือธงอย่าง Maserati Gran Cabrio ยังคงถูกนำมาจัดแสดงอย่างเด่นตระหง่านบนแท่นหมุนขนาดใหญ่ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยโทนสีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ของตราสัญลักษณ์ตรีศูล ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดในยุคนั้นคือ Maserati Levante S ที่ถูกจัดแสดงควบคู่กันมาด้วย และที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดคือการได้พบกับรถแข่งระดับตำนานอย่าง Maserati MC12 Corsa รุ่นปี 2006 ซึ่งมีการผลิตออกมาเพียง 12 คันทั่วโลก ส่วนอีก 3 คันนั้นเป็นรถที่ใช้ในการทดสอบและจัดแสดงในงานประชาสัมพันธ์ต่างๆ เท่านั้น
รถรุ่น MC12 Corsa ถูกออกแบบมาเพื่อลงแข่งในสนามตามข้อบังคับของสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (FIA) ในรุ่น GT โดยได้รับอิทธิพลจากการออกแบบจาก Frank Stephenson หัวหน้าฝ่ายคอนเซปต์ดีไซน์ของกลุ่ม Ferrari-Maserati Group ขุมกำลังของมันคือเครื่องยนต์ V12 65 องศา DOHC 48 วาล์ว ขนาด 5,998 ซีซี รหัส M144A ที่มีความน่าสนใจมาก เพราะได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากเครื่องยนต์พื้นฐานรุ่น Tipo F140 ที่ใช้ใน Ferrari Enzo กำลังสูงสุดของรถคันนี้สูงถึง 755 แรงม้า (PS) ที่ 8,000 รอบต่อนาที และให้แรงบิดสูงสุดถึง 710 นิวตันเมตร ที่ 6,000 รอบต่อนาที เปิดตัวจำหน่ายครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม 2006 ในราคา 1 ล้านยูโร แต่สิ่งที่ทำให้เราต้องอ้าปากค้างคือ ราคาที่ตัวแทนจำหน่ายบางรายในสหรัฐอเมริกาตั้งไว้สำหรับรถมือสองคันนี้ สูงถึง 3 ล้านยูโร! ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะรถคันนี้ถูกสร้างมาเพื่อการใช้งานในสนามแข่งส่วนบุคคล หรือการแสดงในงานของ Maserati เท่านั้น และยังไม่ได้รับการอนุญาต (Homologated) ให้ใช้งานบนถนนสาธารณะหรือลงแข่งขันรายการใดๆ
202503MaseratiTrip02PANINIMUSEUMEDIT
จากนั้น เราจึงเดินทางต่อไปยังไร่ Hombre ซึ่งเป็นฟาร์มผลิตชีสท้องถิ่นรสเลิศที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง Parmigiano Reggiano ในตอนแรก หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเราถึงเดินทางมายังฟาร์มปศุสัตว์ที่รายล้อมไปด้วยโรงเลี้ยงวัวและกลิ่นชีสก้อนอบอวลไปทั่ว
เหตุผลเบื้องหลังความมหัศจรรย์นี้ก็คือ ที่แห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์รถยนต์ส่วนตัวของ Umberto Panini เจ้าของฟาร์ม Hombre ผู้คลั่งไคล้ในรถยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรถยนต์ยี่ห้อ Maserati เขาได้สะสมรถยนต์สปอร์ตรุ่นเก่าของ Maserati ไว้มากถึง 22 คัน ซึ่งประกอบไปด้วยรถรุ่นหายากตั้งแต่ปีต่างๆ ดังนี้
| ปี | รุ่นรถยนต์ | หมายเหตุ |
| :—: | :—: | :— |
| 1934 | Maserati 6C 34 | รถแข่งคลาสสิก |
| 1936 | Maserati 6CM | รถแข่งทรงอ้วนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว |
| 1953 | Maserati A6GCS 53 | รถแข่งต้นแบบแบบเปิดประทุน |
| 1954 | Maserati A6G 54 2000 Allemanno | รถสปอร์ตคลาสสิก |
| 1957 | Maserati 250F V12 | รถแข่งคู่บัลลังก์ของ Prince Bira |
| 1958 | Maserati 3500 GT | สปอร์ต GT สุดคลาสสิก |
| 1958 | Maserati TIPO 420/M/58 ELDORADO | รถสปอร์ตรุ่นพิเศษ |
| 1961 | Maserati TIPO 61 BIRDCAGE DROGO | รถแข่งในตำนาน |
| 1961 | Maserati TIPO 63 V12 Serenissima | รถต้นแบบที่ทรงพลัง |
| 1965 | Maserati MISTRAL Coupe | ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ |
| 1968 | Maserati GHIBLI Coupe | สปอร์ตคูเป้ที่หรูหรา |
| 1968 | Maserati SIMUN Prototipo | รถต้นแบบที่หายาก |
| 1970 | Maserati GHIBLI Spyder | สปอร์ตเปิดประทุน |
| 19