![[ครบชุด] T0909128_ผ ร บเหมาโกงเง นเจ าของบ าน](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260910_082129.jpg)
สัมผัสแรกจากอิตาลี: รีวิวประสบการณ์ขับ Maserati Levante, Ghibli และ GranTurismo ที่สนามแข่ง Autodromo (2026)
การเดินทางสู่ต้นกำเนิดของแบรนด์รถสปอร์ตระดับโลกเช่น Maserati เป็นประสบการณ์ที่หาได้ยาก แม้แต่สำหรับผู้ที่หลงใหลในรถยนต์หรู การได้เหยียบธรณีแห่งอิตาลีและสัมผัสกับสัญลักษณ์ตรีศูลถึงถิ่นกำเนิดนั้น นับเป็นโอกาสทองที่หาได้ยาก
สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณา ซื้อรถยนต์ Maserati หรือมองหา รถสปอร์ตหรู การได้เห็นและขับขานสมรรถนะของรถเหล่านี้ด้วยตนเอง คือข้อมูลเชิงลึกที่เหนือกว่าการอ่านรีวิวใดๆ ในบริบทเศรษฐกิจปี 2026 ที่ ราคารถยนต์หรู มีแนวโน้มผันผวนตามอัตราดอกเบี้ยและการเติบโตของตลาดโลก บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกประสบการณ์จริง ที่จะช่วยตอบคำถามว่า “การลงทุนในรถสปอร์ตสัญชาติอิตาลีคุ้มค่าหรือไม่” รวมถึงกลยุทธ์ทางการเงินที่จะช่วยให้คุณเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น
การเดินทางที่เต็มไปด้วยความประทับใจ (แบบละเอียดฉบับปี 2026)
ด้วยเที่ยวบิน EK093 ของสายการบิน Emirates ซึ่งพาเราบินจากนครดูไบมายังสนามบินโบโลญญา (Bologna) หลังจากเริ่มต้นการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่นี้ด้วยเครื่องบิน Airbus A380 เที่ยวบิน EK419 ตรงจากสนามบินสุวรรณภูมิ การเดินทางสู่ “ดินแดนแห่งกาแฟ เจลาโต และซูเปอร์คาร์” ในครั้งนี้ นับเป็นการเดินทางที่เกินความคาดหมาย
ผมมาถึงอิตาลีในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2017 ในตอนนั้นยังรู้สึกเหมือนฝัน เพราะไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้เยือนประเทศที่เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมรถยนต์ระดับพรีเมียม และเป็นฐานการผลิตหลักของกลุ่ม Fiat Chrysler Automotive (FCA)
การเดินทางในครั้งนี้ จัดขึ้นโดยบริษัท MGC Asia (Millenium Group Corporation Asia) ซึ่งเพิ่งได้รับสิทธิ์เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Maserati อย่างเป็นทางการจากอิตาลี พวกเขาได้เชิญคณะสื่อมวลชนและกลุ่ม VIP เข้าร่วมทริปสุดพิเศษนี้ เพื่อเปิดประสบการณ์ให้ชาวไทยได้รู้จักกับแบรนด์ตรีศูลมากขึ้นอย่างแท้จริง
สำนักงานใหญ่และโรงงาน Maserati: หัวใจแห่งความคลาสสิก
เราเริ่มต้นทริปด้วยการเดินทางไปยังโรงงาน Maserati ที่ Viale Ciro Menotti, 322, เมือง Modena ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัท ที่นี่เคยเป็นโรงงานเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1939 ด้วยกำลังการผลิตที่ไม่สูงนักในยุคแรกเริ่ม ต่อมาในปี 1997 ได้มีการเปิดใช้อาคารใหม่ที่มีความทันสมัย ประกอบด้วยอาคารสำนักงานสูง 9 ชั้น โชว์รูมขนาดใหญ่ และศูนย์อำนวยความสะดวกสำหรับพนักงานและแขกผู้มาเยือน ซึ่งเป็นปีที่ Ferrari เข้ามาช่วยเหลือด้านการเงินและฟื้นฟูกิจการของ Maserati จนกลายเป็น Ferrari-Maserati Group ในช่วงเวลาดังกล่าว
ในวันเข้าเยี่ยมชม เราได้พบกับรถยนต์รุ่นต่างๆ ที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณของ Maserati อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นรถสปอร์ต SUV รุ่นใหม่อย่าง Maserati Levante ที่วางอยู่บนแท่นวงแหวนยักษ์สีน้ำเงินเข้มซึ่งเป็นสีประจำแบรนด์ นอกจากนี้ยังมีรถแข่งรุ่นดังอย่าง Maserati MC12 Corsa ปี 2006 ซึ่งเป็นรถที่มีจำนวนจำกัดมากเพียง 12 คันในโลก (มีอีก 3 คันสำหรับทดสอบและจัดแสดง)
Maserati MC12 Corsa: ราชาแห่งสนามแข่ง
Maserati MC12 Corsa เป็นรถแข่งที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการแข่งขันระดับสากลภายใต้กฎของสมาพันธ์กีฬาแข่งรถนานาชาติ (FIA) ในประเภทรถสปอร์ต (GT) โดยมีคุณสมบัติที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร
ข้อมูลทางเทคนิคที่เหนือชั้น
เครื่องยนต์: V12 สูบ ทำมุม 65 องศา DOHC 48 วาล์ว ความจุ 5,998 ซีซี รหัส M144A
ระบบหล่อลื่น: อ่างน้ำมันเครื่องแบบ Dry Sump (พัฒนาจากเครื่องยนต์ใน Ferrari Enzo)
กำลังสูงสุด: 755 แรงม้า (PS) ที่ 8,000 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด: 710 นิวตันเมตร (72.3 กก.-ม.) ที่ 6,000 รอบ/นาที
รถรุ่นนี้เปิดตัวครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2006 ด้วยราคาเริ่มต้นถึง 1 ล้านยูโร และล่าสุด ราคาขายต่อ Maserati (Used Cars) ในสหรัฐอเมริกาสูงถึง 3 ล้านยูโร! เนื่องจากเป็นรถที่สร้างมาเพื่อการขับในสนามเป็นการส่วนตัวเท่านั้น และไม่ได้ผ่านการรับรอง (Homologation) เพื่อการใช้งานบนถนนทั่วไป
นอกเหนือจากการจัดแสดงเครื่องยนต์และโครงสร้างเฟรมรถแข่งในอดีตแล้ว ภายในโรงงานยังมี Maserati Collection Shop ที่มีสินค้าหลากหลาย ตั้งแต่เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ไปจนถึงหนังสือและโมเดลรถยนต์ ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์ตรีศูล
พิพิธภัณฑ์ Panini: การเก็บรักษามรดกของแบรนด์
หลังจากเยี่ยมชมโรงงานหลัก เราได้เดินทางต่อไปยังฟาร์ม Hombre ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์รถยนต์ส่วนตัวของ Umberto Panini ผู้ผลิตชีส Parmigiano Reggiano ชื่อดัง ความประทับใจเริ่มต้นตั้งแต่การเดินทางไปยังฟาร์ม ที่นี่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของชีสและบรรยากาศแบบชนบทอิตาเลียน แต่ภายในมีคอลเลคชันรถยนต์ Maserati ที่น่าทึ่งซ่อนอยู่
รถ Maserati ที่สะสมโดยครอบครัว Panini
Umberto Panini ซึ่งเป็นผู้ที่มีความหลงใหลในรถยนต์อย่างมาก ได้สะสมรถยนต์ Maserati รุ่นหายากไว้ถึง 22 คัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรุ่นที่ผลิตในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
| ปีที่ผลิต | รุ่นรถ |
| :——– | :—————————————————– |
| 1934 | Maserati 6C 34 |
| 1936 | Maserati 6CM |
| 1953 | Maserati A6GCS 53 “Berlinetta” |
| 1954 | Maserati A6G 54 2000 Allemanno |
| 1957 | Maserati 250F V12 (รุ่นที่ชนะในสนามแข่ง) |
| 1958 | Maserati 3500 GT |
| 1958 | Maserati TIPO 420/M/58 ELDORADO |
| 1961 | Maserati TIPO 61 BIRDCAGE DROGO |
| 1961 | Maserati TIPO 63 V12 Serenissima |
| 1965 | Maserati MISTRAL Coupe |
| 1968 | Maserati GHIBLI Coupe |
| 1968 | Maserati SIMUN Prototipo |
| 1970 | Maserati GHIBLI Spyder |
| 1971 | Maserati BORA |
| 1974 | Maserati TIPO 124 Italdesign Prototipo |
| 1975 | Maserati KHAMSIN |
| 1980 | Maserati MERAK SS Turbo Prototipo (รถสีเหลือง) |
| 1989 | Maserati QUATTROPORTE Royale (รถสีเทา) |
| 1990 | Maserati CHUBASCO Prototipo (รถสีแดงบนชั้น 2) |
| 1991 | Maserati BARCHETTA Stradale Maquette |
| 1996 | Maserati GHIBLI Open Cup |
| 2002 | Maserati 3200 GT Trofeo |
นอกจากนี้ ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีการจัดแสดงรถยนต์รุ่นหายากอื่นๆ เช่น Cadillac Limousine 355 จากสำนักวาติกัน, Mercedes Benz 300SL Gullwing, รถยนต์จากค่าย Fiat, Alfa Romeo และ Lancia รวมถึงจักรยานยนต์โบราณหลากหลายยี่ห้อ
การกอบกู้มรดกทางประวัติศาสตร์
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่เพียงแค่สะสมรถยนต์รุ่นหายากเท่านั้น แต่ยังช่วยอนุรักษ์รถยนต์เหล่านี้จากการถูกประมูลขายด้วย เรื่องมีอยู่ว่า ในปี 1993 Fiat ได้เข้าซื้อกิจการ Maserati จาก DeTomaso ทำให้รถในคอลเลคชันทั้งหมดถูกย้ายไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ของบริษัท และงาน