![[ครบชุด] T1009331_สาวบ านนอกเผลอท](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260910_111636.jpg)
การแข่งขันด้านสมรรถนะของรถซีดานสมรรถนะสูงระดับพรีเมียมกลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง เมื่อแบรนด์รถยนต์สัญชาติอิตาลีอย่าง Alfa Romeo สร้างความฮือฮาด้วยการประกาศสถิติเวลาต่อรอบใหม่บนสนาม Nürburgring ในประเทศเยอรมนี โดยรุ่นที่ทำผลงานนี้ไม่ใช่รุ่นธรรมดา แต่เป็นรถที่ได้รับการยกระดับสมรรถนะจนกลายเป็นรถยนต์ซูเปอร์คาร์ที่ขับเคลื่อนด้วย 4 ล้ออย่างแท้จริง
สำหรับค่ายรถสปอร์ตหรูอย่าง Alfa Romeo ชื่อเสียงของแบรนด์ผูกพันอยู่กับภาพลักษณ์ของรถสปอร์ตสัญชาติอิตาลีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในเรื่องดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว เส้นสายที่ดูมีชีวิตชีวา และที่สำคัญคือเรื่องของสมรรถนะที่เร้าใจ นับตั้งแต่ยุครถสปอร์ตยุคคลาสสิกมาจนถึงปัจจุบัน Alfa Romeo ได้พยายามรักษามาตรฐานความเป็นผู้นำด้านนี้เอาไว้เสมอ และความพยายามล่าสุดนี้ถือเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนอีกครั้งว่าแบรนด์นี้ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่
ก่อนที่จะไปเจาะลึกในรายละเอียดของสถิติครั้งนี้ เราต้องย้อนกลับไปทำความเข้าใจถึงบริบทการแข่งขันในสนาม Nürburgring ก่อน สนามแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันดีในวงการมอเตอร์สปอร์ตว่าเป็นสนามทดสอบสมรรถะชั้นยอดที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยความยาวกว่า 20.8 กิโลเมตร ที่เต็มไปด้วยทางตรงยาว ทางโค้งที่หลากหลาย และสภาพพื้นผิวถนนที่มีความท้าทายสูง การทำเวลาต่อรอบบนสนามแห่งนี้จึงไม่ได้วัดกันแค่เพียงเรื่องพละกำลังของเครื่องยนต์ แต่ยังรวมไปถึงระบบช่วงล่าง ระบบเบรก และทักษะของคนขับด้วย
และหากมองย้อนกลับไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สนามแห่งนี้กลายเป็นเวทีแจ้งเกิดของรถซีดานสมรรถนะสูงอย่างแท้จริง โดยมีค่ายรถหรูหลายค่ายที่พยายามช่วงชิงบัลลังก์ “ซีดานที่เร็วที่สุดในสนาม Nürburgring” อยู่เสมอ ครั้งล่าสุดที่เคยสร้างความฮือฮาคือเมื่อค่ายรถสปอร์ตจากเยอรมนีอย่าง Porsche ได้ประกาศสถิติเวลาของรถรุ่น Panamera Turbo ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรถยนต์สี่ประตูสมรรถนะสูงที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่เพียงไม่นานหลังจากนั้น Alfa Romeo ก็ได้ออกมาประกาศทวงบัลลังก์คืนด้วยรถรุ่น Giulia Quadrifoglio ที่สร้างสถิติได้เร็วเสียจนต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด
Alfa Romeo Giulia Quadrifoglio ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกในช่วงปี 2015 และสร้างความฮือฮาอย่างมากให้กับวงการยานยนต์ ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นและสมรรถนะที่น่าจับตามอง ในช่วงเปิดตัวทางค่ายได้ประกาศว่า รถซีดานสมรรถนะสูงคันนี้สามารถทำเวลาต่อรอบบนสนาม Nürburgring ได้ในเวลา 7 นาที 39 วินาที ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับรถซีดาน แต่พอทางค่ายได้นำรถคันจริงไปทดสอบบนสนาม สิ่งที่ได้กลับมากลับสร้างความประหลาดใจให้กับหลายฝ่าย นั่นคือตัวเลขที่ทำได้ดีกว่าที่เคลมไว้เล็กน้อย โดยเวลาที่ทำได้จริงอยู่ที่ 7 นาที 32 วินาที ซึ่งถือเป็นชัยชนะที่เด็ดขาดอย่างแท้จริง
รถที่ถูกนำมาใช้ในการทำสถิติครั้งนี้ได้รับการติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ซึ่งถือเป็นออปชั่นเสริมที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ หากเป็นรุ่นสแตนดาร์ดจะใช้ระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ส่วนคนขับที่รับหน้าที่ในการรีดเค้นสมรรถนะของตัวรถคือฟาบิโอ ฟรานเซีย นักแข่งรถชาวอิตาเลียน ซึ่งจากวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ออกมานั้นสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาได้ใช้พละกำลังของตัวรถอย่างเต็มที่ในทุกจังหวะ บางช่วงสามารถทำความเร็วได้ถึง 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนทางตรงยาวของสนามแห่งนี้
สำหรับตัวเครื่องยนต์ของ Alfa Romeo Giulia Quadrifoglio นั้นมาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์บล็อกวี6 ขนาด 3.0 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จ ขุมพลังบล็อกนี้ได้รับการปรับจูนเพิ่มเรี่ยวแรงโดยบริษัทคู่บุญอย่าง Ferrari ทำให้มีพละกำลังสูงสุดระดับ 503 แรงม้า ความสามารถในการเร่งความเร็วนั้นทำได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในเวลาเพียง 3.9 วินาที นอกจากนี้รถรุ่นนี้ยังมีการกระจายน้ำหนักหน้า-หลังอย่างสมดุลที่ 50-50 และมีระบบควบคุมแรงบิดในโค้งอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ Alfa Romeo Giulia Quadrifoglio บนสนาม Nürburgring นั้นดูเหมือนจะไม่หยุดอยู่แค่นั้น เพราะหลังจากที่รถรุ่นนี้ได้รับการเปิดตัวและสร้างกระแสความฮือฮาไปทั่ววงการยานยนต์ ล่าสุดแบรนด์ Alfa Romeo ก็ได้เปิดตัวรถรุ่นพิเศษอีกหนึ่งรุ่นหนึ่งที่ได้รับการยกระดับสมรรถนะให้สูงขึ้นไปอีกขั้น นั่นก็คือรุ่น Alfa Romeo Giulia GTA และ GTAm ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษที่ผลิตออกมาเพียง 500 คันเท่านั้น
ในแง่ของตำแหน่งการตลาดแล้ว Alfa Romeo Giulia GTA ถือเป็นรถยนต์ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับรถสปอร์ตซีดานสมรรถนะสูงที่มีขนาดใกล้เคียงกันอย่าง BMW M3 การเปิดตัวรุ่นพิเศษนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของ Alfa Romeo ในการยกระดับแบรนด์ให้มีความพรีเมียมและเป็นที่ยอมรับในตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงระดับโลกมากขึ้น โดยรุ่นพิเศษนี้ได้ถูกแยกออกมาเป็น 2 รุ่นย่อย คือ GTA และ GTAm ซึ่งมีหน้าตาที่ใกล้เคียงกันมาก แต่มีความแตกต่างในด้านสมรรถนะและรายละเอียดบางอย่างที่สำคัญ
หนึ่งในจุดเด่นที่สำคัญที่สุดของรุ่นพิเศษนี้คือเรื่องของน้ำหนัก โดยรุ่น GTA และ GTAm มีน้ำหนักรถเปล่าอยู่ที่ 1,520 กิโลกรัม ซึ่งเบากว่ารุ่น Quadrifoglio ที่เป็นเวอร์ชั่นปกติอยู่ร่วม 100 กิโลกรัม สาเหตุสำคัญที่ทำให้น้ำหนักเบาลงได้มากขนาดนี้ เป็นเพราะการใช้วัสดุน้ำหนักเบาอย่างคาร์บอนไฟเบอร์ อลูมิเนียม และคอมโพสิท ซึ่งเป็นวัสดุที่นิยมใช้ในรถแข่งและรถยนต์ซูเปอร์คาร์เพื่อลดน้ำหนักโดยรวมของตัวรถ
นอกจากเรื่องของน้ำหนักแล้ว ยังมีการติดตั้งชุดพาร์ท Sauber Aerokit รอบคัน เพื่อเพิ่มแรงกดอากาศ หรือที่เรียกกันว่า Downforce และช่วยให้การจัดเรียงอากาศได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการทำความเร็วบนสนามแข่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับรถซีดานที่ต้องการเสถียรภาพในการทรงตัวที่ดีเยี่ยม และหากเป็นรุ่น GTAm ผู้ใช้งานจะได้ปีกท้ายคาร์บอนไฟเบอร์ขนาดใหญ่พิเศษ และชุดท่อไอเสียไทเทเนียมปลายดำด้านเพิ่มเติมเข้ามา ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มสมรรถนะให้สูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวรถอีกด้วย
ในส่วนของช่วงล่างก็ได้รับการปรับปรุงยกชุดใหม่ เพื่อให้การควบคุมมีประสิทธิภาพสูงขึ้นในทุกจังหวะของการขับขี่ นอกจากนี้ ยังได้นำเทคโนโลยีจากรถแข่งเข้ามาใช้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้รถรุ่นนี้สามารถตอบสนองต่อการขับขี่ได้อย่างแม่นยำ และให้ความรู้สึกสปอร์ตในทุกสภาวะการขับขี่
ภายในห้องโดยสารของรุ่นพิเศษนี้ได้รับการออกแบบในโทนสีดำ ให้ความรู้สึกเรียบหรูและสปอร์ต พวงมาลัยถูกหุ้มด้วยหนังแท้และคาร์บอนไฟเบอร์ แผงคอนโซลตกแต่งด้วยวัสดุ Alcantara และในรุ่น GTAm จะมีการลดน้ำหนักในส่วนแผงประตู และได้รับการติดตั้งเบาะนั่งแบบ Bucket Seats พร้อมเข็มขัดนิรภัย 6 จุด จาก Sabelt เสริม Roll cage เพื่อความปลอดภัย และเบาะหลังถูกถอดออกไป ใช้เป็นหลุมสำหรับวางหมวกกันน็อค และถังดับเพลิงขนาดเล็กไว้ใช้กรณีฉุกเฉิน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Alfa Romeo ที่ต้องการยกระดับรถรุ่นนี้ให้เป็นรถแข่งที่สามารถนำมาวิ่งบนถนนได้
ในส่วนของเครื่องยนต์ของรุ่น GTA และรุ่น GTAm นั้นจะใช้รูปแบบเดียวกัน คือเบนซิน V6 ขนาด 2.9 ลิตร เทอร์โบคู่ รีดกำลังได้สูงสุด 540 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 ภายใน 3.6 วินาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และที่สำคัญสำหรับรุ่นพิเศษนี้คือ เป็นรถยนต์ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออย่างแท้จริง ซึ่งแตกต่างจากรุ่นปกติที่ขับเคลื่อนล้อหลัง
ทั้งนี้รุ่น GTA และรุ่น GTAm จะถูกผลิตออกมาเพียง 500