![[ครบชุด] T1509118 EP.1 เห นแฟนม ช ต](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260917_105117.jpg)
MASERATI GRANCABRIO FOLGORE 2026: ขุมพลังไฟฟ้าพลิกนิยามรถเปิดหลังคา
ย้อนรอยวงการยานยนต์หรูจากแดนมักกะโรนีที่กลับมาเขย่าตลาดอีกครั้ง ไม่ใช่ด้วยเครื่องยนต์สันดาปในตำนาน แต่เป็นพลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อมความแรงและความหรูหราเหนือกาลเวลา วันนี้ ผมในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการมากว่าสิบปี จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ “Maserati Grancabrio Folgore” รถเปิดหลังคาพลังงานไฟฟ้า 100% (BEV) รุ่นแรกของแบรนด์จากอิตาลี ที่เตรียมเปิดไลน์การผลิตอย่างเต็มรูปแบบในปี 2026
ก้าวต่อไปของตำนานตรีศูล
กว่าศตวรรษที่ Maserati ยืนหยัดในฐานะผู้สร้างสรรค์ยานยนต์ระดับโลก ด้วยเครื่องหมายการค้า “ตรีศูล” ที่เป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราและสมรรถนะอันไร้ที่ติ ประสบการณ์ของค่ายนี้กับการสร้างสรรค์รถเปิดประทุนนั้นยาวนานตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม โดยรถเปิดประทุนรุ่นแรกของ Maserati ออกสู่สายการผลิตในชื่อ Maserati 4CS เมื่อปี ค.ศ. 1931
ในยุคปัจจุบัน กลุ่มผลิตภัณฑ์รถเปิดประทุนยังคงมีชื่อรุ่นเดียวนั่นคือ Maserati Grancabrio ซึ่งเป็นคู่ฝาคู่แฝดของรถคูเป้ 2 ประตู 4 ที่นั่งในชื่อ Maserati Granturismo ที่เริ่มวางจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 2010 และอยู่คู่ตลาดยาวนานจนถึงปี 2019 ก่อนจะถูกปลดประจำการ และส่งต่อความท้าทายให้กับเจเนอเรชันใหม่
การกลับมาของความแรงในยุคมังกรไฟ
ครึ่งทศวรรษหลังจากที่ค่าย “ตรีศูล” ได้ถอนรถเปิดประทุนออกจากไลน์การผลิต การกลับมาอีกครั้งในฐานะผู้นำแห่งยุคพลังงานไฟฟ้าได้ถือกำเนิดขึ้น ในปีมังกรไฟ 2024 (ตรงกับวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2024) Maserati ได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ถึงสองรุ่นในวันเดียวกัน ได้แก่ Maserati Grancabrio Trofeo และ Maserati Grancabrio Folgore
ในฐานะรถยนต์ที่เน้นความแรงระดับสุดยอด Maserati Grancabrio Trofeo เป็นสัญลักษณ์ของการผสมผสานความหรูหราเข้ากับขุมกำลังอันเร้าใจ ด้วยมิติตัวถังที่ยาวถึง 4.966 เมตร กว้าง 1.957 เมตร และสูง 1.365 เมตร ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน V6 ทวินเทอร์โบ ขนาด 2,992 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 542 แรงม้า (399 กิโลวัตต์) แรงบิดระดับมหาศาลถูกส่งผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ขับเคลื่อนสู่ล้อทั้งสี่ สามารถทำอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 3.6 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 316 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
แต่ไฮไลต์สำคัญที่กำลังจะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์คือ Maserati Grancabrio Folgore รถเปิดประทุนแห่งอนาคตที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% ได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือนเมษายน 2024 พร้อมคำประกาศที่สะเทือนวงการว่านี่คือรถเปิดประทุนหรูรุ่นแรกในยุโรปที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และยังเป็นรถเปิดประทุนพลังไฟฟ้าที่วิ่งได้เร็วที่สุดในเวลานั้นอีกด้วย
🔥 ความได้เปรียบทางการเงิน: รถเปิดประทุนไฟฟ้าไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คืออนาคต
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่ติดตามตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามาอย่างใกล้ชิด ผมต้องบอกว่าการเปลี่ยนแปลงจากเครื่องยนต์สันดาปมาเป็นระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าของแบรนด์หรูอย่าง Maserati Grancabrio Folgore ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนเทคโนโลยี แต่เป็นการก้าวสู่ทิศทางที่คุ้มค่าทางการเงินในระยะยาว
ทำไมต้องพิจารณา Grancabrio Folgore ในปี 2026?
ในช่วงต้นปี 2026 ตลาดรถยนต์หรูเริ่มมีการแข่งขันด้านเทคโนโลยีอย่างดุเดือด โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) แม้ราคาเริ่มต้นของ Grancabrio Folgore อาจดูสูง แต่เมื่อพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้ คุณจะเห็นถึงความคุ้มค่าในระยะยาว:
ประหยัดค่าเชื้อเพลิง: การเปลี่ยนจากน้ำมันเบนซินเป็นไฟฟ้าช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างมาก
สมรรถนะที่เหนือกว่า: ขุมกำลังไฟฟ้าที่แรงกว่ารถยนต์สันดาประดับเดียวกัน ทำให้รู้สึกได้ถึงประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือกว่า
เทคโนโลยีล้ำสมัย: การได้รับการสนับสนุนจากทีมพัฒนา Formula E ทำให้รถรุ่นนี้มีประสิทธิภาพสูง และล้ำหน้ากว่าคู่แข่งในตลาด
ขุมพลังไฟฟ้าจากแรงบันดาลใจ Formula E
ค่าย “ตรีศูล” ได้นำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากสนามแข่งรถพลังงานไฟฟ้าระดับโลกอย่าง Formula E มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนารถรุ่นใหม่นี้ Maserati Grancabrio Folgore ถูกวางตำแหน่งให้เป็นสุดยอดรถเปิดประทุนไฟฟ้าที่มีขนาดตัวถังยาว 4.966 เมตร กว้าง 1.957 เมตร และสูง 1.365 เมตร (ใกล้เคียงกับรุ่น Trofeo)
ระบบขับเคลื่อนของรถคันนี้ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ติดตั้งอยู่บนล้อทั้งสี่ เพื่อให้มีกำลังขับเคลื่อนสูงสุดถึง 408 แรงม้า (300 กิโลวัตต์) ต่อ 1 ล้อทำงานร่วมกับระบบส่งกำลังอัตโนมัติ 1 จังหวะ และระบบแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 92.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง (92.5 kWh) ซึ่งมีอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยที่ 22.4 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตร ทำให้รถสามารถวิ่งได้ไกลถึง 447 กิโลเมตร ต่อการชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP
กำลังสูงสุดจากมอเตอร์ไฟฟ้า:
แรงบิดสูงสุด (Peak Torque): 560 กิโลวัตต์ / 762 แรงม้า
แรงบิดสูงสุดเมื่อบูสต์ (Boosted): 610 กิโลวัตต์ / 830 แรงม้า
ผู้ขับขี่มีทางเลือกโหมดการขับขี่ 4 รูปแบบ ได้แก่ MAX RANGE, GT, SPORT และ CORSA ซึ่งแต่ละโหมดจะปรับสมดุลระหว่างประสิทธิภาพสูงสุดและระยะทางวิ่งให้เหมาะสมกับความต้องการขณะนั้น
สมรรถนะที่เร็ว แรง และประหยัด
Grancabrio Folgore ได้รับการออกแบบมาให้เป็นรถเปิดประทุนที่เร็วที่สุดในโลก โดยมีอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลาเพียง 2.8 วินาที และอัตราเร่งจาก 0 ถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ใน 9.1 วินาที แม้ความเร็วสูงสุดจะอยู่ที่ 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ซึ่งอาจไม่สูงเท่ารถน้ำมัน) แต่ด้วยเทคโนโลยีของมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้การไต่ระดับความเร็วทำได้อย่างต่อเนื่องและแม่นยำ ในขณะที่ระบบเบรกสามารถหยุดรถจากระยะ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในระยะทางไม่ถึง 37 เมตร
ข้อควรพิจารณาด้านการใช้จ่ายและราคา
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนจะซื้อรถยนต์หรูในปี 2026 สิ่งที่ต้องพิจารณาไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่ต้องรวมถึงค่าใช้จ่ายในการครอบครองในระยะยาวด้วย Maserati Grancabrio Folgore มาพร้อมกับราคาเริ่มต้นที่ค่อนข้างสูง แต่เราลองมาดู Cost Breakdown (รายละเอียดค่าใช้จ่าย) ที่อาจช่วยประกอบการตัดสินใจของคุณ:
| รายการ | ราคา (โดยประมาณ) | รายละเอียด |
| :— | :— | :— |
| ราคาเริ่มต้นในยุโรป | €210,700 (ประมาณ 8 ล้านบาทไทย) | ยังไม่รวมภาษีนำเข้าและค่าจดทะเบียนในไทย |
| ค่าบำรุงรักษาต่อปี | ต่ำกว่ารถเครื่องยนต์สันดาป | ไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง, น้ำมันเกียร์, หัวเทียน |
| ค่าพลังงาน (ไฟฟ้า) | ต่ำกว่าน้ำมัน | หากชาร์จที่บ้าน จะประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้อย่างมาก |
| ราคาขายต่อ (Resale Value) | ค่อนข้างคงที่ | กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าหรูยังมีความต้องการในตลาดมือสอง |
##