![[ครบชุด] T1009600_ยนช ว ตได แค ไหน ส ต อไป_Part 1](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260918_133248.jpg)
Maserati Grancabrio Folgore 2026: สุดยอดรถเปิดประทุนไฟฟ้า ประสิทธิภาพไร้ขีดจำกัด
เปิดประวัติศาสตร์: Maserati จากเครื่องยนต์สันดาป สู่การปฏิวัติพลังงานไฟฟ้า
ในโลกของรถยนต์หรูที่ความแรงและความหรูหราคือหัวใจสำคัญ ชื่อของ “Maserati” หรือที่คนไทยคุ้นเคยในนาม “ตรีศูล” หรือ “สามง่าม” ถือเป็นตำนานแห่งวงการยานยนต์สัญชาติอิตาลี บริษัทนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าศตวรรษ เริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่ปี 1914 ในยุคแรกเริ่ม Maserati สร้างชื่อเสียงจากการแข่งขันรถยนต์ในสนาม จนกระทั่งเข้าสู่วงการผลิตรถยนต์หรู
Maserati มีประสบการณ์ในการสร้างสรรค์รถเปิดประทุนมาอย่างต่อเนื่อง โดยรถเปิดประทุนคันแรกของแบรนด์คือ Maserati 4CS เปิดตัวครั้งแรกในปี 1931 แม้จะมีการปรับเปลี่ยนสายการผลิตอยู่เสมอ แต่รถเปิดประทุนสายการผลิตปัจจุบันที่ได้รับการยอมรับคือ Maserati Grancabrio ซึ่งเป็นรถยนต์สปอร์ต 2 ประตู 4 ที่นั่ง ที่ถูกออกแบบและพัฒนาควบคู่มากับรถคูเป Maserati GranTurismo รุ่นแรกเริ่มเปิดตัวในปี 2010 และอยู่ในตลาดต่อเนื่องจนถึงปี 2019 ก่อนจะยุติการผลิตลง เพื่อเปิดทางให้กับรุ่นใหม่ที่จะเข้าสู่สายการผลิตในอนาคต
การกลับมาครั้งใหม่: Maserati Grancabrio รุ่นใหม่ 2026
หลังจากครึ่งทศวรรษ Maserati ได้ตัดสินใจนำรถเปิดประทุนกลับสู่สายการผลิตอีกครั้ง โดยได้เผยโฉม Maserati Grancabrio รุ่นที่ 2 ในปีมังกรไฟ 2024 ในการเปิดตัวครั้งแรกนี้ มีการนำเสนอรถโมเดลเดียวคือ Maserati Grancabrio Trofeo ซึ่งถือเป็นเรือธงแห่งยุค ด้วยขนาดตัวถังยาว 4.966 เมตร กว้าง 1.957 เมตร และสูง 1.365 เมตร ติดตั้งเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบเบนซิน V6 ขนาด 2,992 ซีซี ให้กำลัง 399 กิโลวัตต์ หรือ 542 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 3.6 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 316 กม./ชม.
Maserati Grancabrio Folgore 2026: สุดยอดรถเปิดประทุนพลังงานไฟฟ้า
นอกจากรุ่นเครื่องยนต์เบนซินแล้ว Maserati ยังได้เปิดตัวรถยนต์เปิดประทุนรุ่นใหม่ที่ถือเป็นการพลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ไปตลอดกาล คือ Maserati Grancabrio Folgore ซึ่งเพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน 2024 การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการประกาศศักดาอย่างยิ่งใหญ่ เพราะนี่คือ รถเปิดประทุนระดับหรูคันแรกในยุโรปที่ใช้พลังงานไฟฟ้าล้วนๆ และยังเป็นรถเปิดประทุนไฟฟ้าที่ เร็วที่สุดในโลกขณะนี้ อีกด้วย
เทคโนโลยีจากสนามแข่ง: พลังไฟฟ้าไร้ขีดจำกัด
ค่าย “ตรีศูล” ใช้เทคโนโลยีและประสบการณ์อันล้นเหลือจากการแข่งขัน FORMULA E ซึ่งเป็นการแข่งขันรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามาปรับใช้ในการออกแบบและพัฒนารถรุ่นนี้ ตัวถังของ Maserati Grancabrio Folgore มีขนาดใหญ่โตเทียบเท่ากับรถเบนซินที่เปิดตัวไปก่อนหน้า คือ ยาว 4.966 เมตร กว้าง 1.957 เมตร และสูง 1.365 เมตร ภายในติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 300 กิโลวัตต์/408 แรงม้า จำนวน 3 ชุด (1 ชุดด้านหน้า และ 2 ชุดด้านหลัง) ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 1 จังหวะ และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนขนาดความจุรวม 92.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง (ความจุใช้งาน 83 กิโลวัตต์ชั่วโมง)
Maserati Grancabrio Folgore สามารถผลิตกำลังรวมได้สูงสุดถึง 560 กิโลวัตต์ หรือ 762 แรงม้า (และสูงสุดถึง 610 กิโลวัตต์ หรือ 830 แรงม้า เมื่อใช้ระบบบูสต์สูงสุด) ตัวรถมีโหมดการขับขี่ให้เลือกใช้ 4 โหมด คือ MAX RANGE, GT, SPORT, และ CORSA เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ในแต่ละสไตล์
สมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์: ความเร็วที่น่าทึ่ง
ตามตัวเลขข้อมูลจากผู้ผลิต Maserati Grancabrio Folgore สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 2.8 วินาที และอัตราเร่ง 0-200 กม./ชม. ทำได้ภายในเวลาเพียง 9.1 วินาที นอกจากนี้ ความเร็วสูงสุดของรถรุ่นนี้อยู่ที่ 290 กม./ชม. ส่วนระยะเบรกจากการหยุดที่ความเร็ว 100 กม./ชม. ไปจนถึง 0 กม./ชม. ใช้ระยะทางไม่ถึง 37 เมตร
ในด้านของประสิทธิภาพพลังงานไฟฟ้า Maserati Grancabrio Folgore มีอัตราสิ้นเปลืองพลังงานเฉลี่ยอยู่ที่ 22.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กม. และสามารถวิ่งได้ไกลถึง 447 กม. เมื่อชาร์จไฟเต็มตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งถือเป็นระยะทางการขับขี่ที่ดีเยี่ยมสำหรับรถยนต์เปิดประทุนพลังงานไฟฟ้า
การออกแบบที่เหนือระดับ: ความหรูหราและเอกลักษณ์เฉพาะตัว
Maserati Grancabrio Folgore ถูกออกแบบมาให้มีความหรูหราเป็นพิเศษ ด้วยการออกแบบตัวถังที่สอดคล้องกับรุ่นเครื่องยนต์เบนซินอย่างลงตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของหลังคาประทุนแบบอ่อนที่สามารถเปิด-ปิดได้เพียงการกดปุ่ม และที่น่าทึ่งคือสามารถเปิดประทุนขณะที่รถวิ่งอยู่ได้ด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. การเปิดประทุนใช้เวลาเพียง 14 วินาที ส่วนการปิดใช้เวลานานกว่าเล็กน้อยที่ 16 วินาที
สีสันของความหรูหรา: ประทุนที่มีให้เลือก 5 สี
Maserati Grancabrio Folgore มีหลังคาประทุนแบบอ่อนที่ผลิตจากวัสดุผ้าแฟบริคเกรดพรีเมียม และมีสีสันให้เลือกถึง 5 สี ได้แก่ สีดำ, สีฟ้า BLUE MARINE, สีเทา TITAN GREY, สีครีมเทา GREIGE, และสีแดง GRANATA ซึ่งแต่ละสีล้วนสะท้อนถึงความหรูหราและมีรสนิยมอันเป็นเอกลักษณ์ของ Maserati
ราคาและตลาด: การลงทุนในนวัตกรรม
ราคาเริ่มต้นของ Maserati Grancabrio Folgore ในประเทศอิตาลีอยู่ที่ 210,700 ยูโร หรือคิดเป็นประมาณ 7.80 ล้านบาทไทย ซึ่งถือเป็นราคาสูงสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า แต่เมื่อพิจารณาถึงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ความหรูหราที่เหนือระดับ และสมรรถนะอันเป็นเลิศแล้ว ก็ถือเป็นราคาที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักลงทุนหรือผู้ที่ต้องการรถยนต์เปิดประทุนระดับพรีเมียม
ข้อควรรู้ในการลงทุนซื้อรถเปิดประทุนพลังงานไฟฟ้า
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปี ในตลาดรถยนต์หรู ผมขอให้คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อรถยนต์เปิดประทุนพลังงานไฟฟ้า หรือรถหรูในตลาดปี 2026 ว่าควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้อย่างรอบด้าน เพื่อให้การตัดสินใจของคุณคุ้มค่าที่สุด
ต้นทุนแฝงและค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของ
หลายคนอาจมองแค่ราคาป้ายหน้า แต่ในความเป็นจริง การเป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหรูอย่าง Maserati Grancabrio Folgore มีค่าใช้จ่ายที่ต้องคำนึงถึงหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นค่าประกันภัยที่อาจสูงกว่ารถยนต์ทั่วไปเนื่องจากมีมูลค่ารถสูง, ค่าบำรุงรักษาแบตเตอรี่ในระยะยาว, และค่าใช้จ่ายในการติดตั้งสถานีชาร์จที่บ้าน
กรณีศึกษา: นักลงทุนรายหนึ่งที่เพิ่งซื้อ Maserati Grancabrio Folgore ได้กล่าวว่า แม้รถจะสวยและแรงมาก แต่เขากลับต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นกว่า 2 แสนบาทในการติดตั้งเครื่องชาร์จ AC ความเร็วสูงที่บ้าน เพื่อให้การชาร์จสะดวกและรวดเร็วตามความต้องการ
การเปรียบเทียบราคากับตลาดอเมริกาและยุโรป
ในขณะที่ราคาของ Maserati Grancabrio Folgore ในอิตาลีเริ่มต้นที่ประมาณ 7.8 ล้านบาทไทย การนำเข้ารถยนต์รุ่นนี้มายังประเทศไทยอาจมีค่าใช้จ่ายด้านภาษีและอัตราแลกเปลี่ยนที่แตกต่างกันไป ซึ่งอาจทำให้ราคาสุทธิในประเทศไทยสูงกว่านี้มาก สิ่งสำคัญคือผู้ซื้อควรเปรียบ