![[ครบชุด] T1009601_าเทอมไปไหน ส ต อไป](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260918_133315.jpg)
Maserati Grancabrio Folgore 2026: เมื่อศิลปะแห่งการเปิดประทุนผสานกับอนาคตพลังไฟฟ้า
ในวงการยานยนต์ที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงและเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ การประกาศเปิดตัวยนตรกรรมแห่งความหรูหราที่พลิกโฉมประสบการณ์การขับขี่คือสิ่งที่นักสะสมและผู้หลงใหลในเสียงเครื่องยนต์รอคอย และในปี 2026 นี้ Maserati (มาเซราติ) แบรนด์สัญลักษณ์แห่งความสง่างามจากอิตาลี ได้นำเสนอการผสมผสานที่สมบูรณ์แบบระหว่างความหรูหราเหนือกาลเวลาและเทคโนโลยีพลังงานสะอาด กับการเปิดตัว Maserati Grancabrio Folgore (มาเซราติ กรันกาบริโอ โฟลโกเร) ยนตรกรรมเปิดประทุนไฟฟ้าสมบูรณ์แบบที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเซกเมนต์นี้
มรดกแห่งความแรงและศิลปะจากอิตาลี: มากกว่า 1 ศตวรรษภายใต้โลโก้ตรีศูล
บริษัท Maserati ก่อตั้งขึ้นในปี 1914 โดยเริ่มต้นจากการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องยนต์และความเร็ว ด้วยประสบการณ์กว่า 100 ปีในอุตสาหกรรมยานยนต์ มุ่งเน้นการผลิตรถยนต์สมรรถนะสูงที่ผสมผสานงานฝีมือระดับสูงเข้ากับจิตวิญญาณแห่งการแข่งขัน ชื่อเสียงของมาเซราติถูกสร้างขึ้นจากความหลงใหลในเครื่องยนต์อันทรงพลัง และประวัติศาสตร์อันยาวนานในการผลิตรถยนต์เปิดประทุน
รถเปิดประทุนคันแรกของแบรนด์คือ Maserati 4CS ซึ่งเปิดตัวในปี 1931 และถือเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานแห่งการขับขี่แบบเปิดโล่ง ในปัจจุบัน กลุ่มผลิตภัณฑ์รถเปิดประทุนของ Maserati ประกอบด้วยรถยนต์ 2 ประตู 4 ที่นั่ง ภายใต้ชื่อรุ่น Maserati Grancabrio (มาเซราติ กรันกาบริโอ) ซึ่งได้รับการออกแบบและพัฒนาควบคู่ไปกับ Maserati Granturismo (มาเซราติ กรันตูริสโม) รถรุ่นแรกเริ่มการวางจำหน่ายในปี 2010 และได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งหยุดสายการผลิตในรุ่นดั้งเดิมเมื่อปี 2019 เพื่อหลีกทางให้กับวิวัฒนาการของยานยนต์
หลังจากห่างหายไปนานถึงครึ่งทศวรรษ แบรนด์ตรีศูลได้นำรถเปิดประทุนกลับมาสู่สายการผลิตอีกครั้ง พร้อมกับวิสัยทัศน์ใหม่แห่งโลกอนาคต ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2024 ซึ่งเป็นปีมังกรไฟ บริษัทได้เปิดตัว Maserati Grancabrio Trofeo (มาเซราติ กรันกาบริโอ ตโรเฟโอ) อย่างเป็นทางการ โดยรุ่นนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบเบนซิน V6 ขนาด 2,992 ซีซี พละกำลังสูงสุด 542 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ และทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.6 วินาที ความเร็วสูงสุดแตะระดับ 316 กม./ชม.
Maserati Grancabrio Folgore: รถเปิดประทุนไฟฟ้าระดับหรูแห่งปี 2026
การมาถึงของ Maserati Grancabrio Folgore ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเพิ่มโมเดลใหม่ในไลน์อัพ แต่เป็นการปฏิวัติที่เปลี่ยนนิยามของรถเปิดประทุนหรูให้ก้าวสู่ยุคใหม่ การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน 2024 ไม่ได้เป็นเพียงแค่วันเปิดตัวรถ แต่เป็นหมุดหมายสำคัญที่ประกาศว่าโลกของรถยนต์สปอร์ตเปิดประทุนได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มตัว Maserati ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่านี่คือ รถเปิดประทุนระดับหรูแห่งแรกในยุโรปที่เป็นรถพลังไฟฟ้าล้วนๆ และถือเป็นรถเปิดประทุนไฟฟ้าที่วิ่งได้เร็วที่สุดในตลาด ณ ขณะนั้น
หัวใจสำคัญของนวัตกรรมนี้คือการที่แบรนด์ตรีศูลใช้เทคโนโลยีและประสบการณ์อันล้นเหลือจากการแข่งขันรถยนต์ไฟฟ้า Formula E (ฟอร์มูลา อี) มาใช้ในการออกแบบและพัฒนารถรุ่นใหม่นี้ ตัวถังของ Maserati Grancabrio Folgore มีขนาดเทียบเท่ากับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน คือ ยาว 4.966 ม. กว้าง 1.957 ม. และสูง 1.365 ม. แต่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงจำนวน 3 ชุด (มอเตอร์ขนาด 300 กิโลวัตต์ 1 ชุดที่ด้านหน้า และ 2 ชุดที่ด้านหลัง) ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 1 จังหวะ
ประสิทธิภาพเหนือความคาดหมาย: พลังไฟฟ้าที่เร้าใจไม่แพ้เครื่องยนต์เบนซิน
ภายใต้ฝากระโปรงที่โฉบเฉี่ยวของ Grancabrio Folgore ซ่อนเร้นขุมพลังไฟฟ้าที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่ธรรมดา แม้ว่ามอเตอร์แต่ละตัวจะใช้ขนาด 300 กิโลวัตต์ แต่เมื่อทำงานร่วมกัน พลังขับเคลื่อนรวมที่ได้คือ 560 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 762 แรงม้า และหากใช้ระบบ Boost สูงสุด พลังขับเคลื่อนจะพุ่งไปถึง 610 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 830 แรงม้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า
มาเซราติได้พัฒนาโหมดการขับขี่ให้เลือกหลากหลาย เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถปรับประสบการณ์ได้ตามต้องการ โดยแบ่งออกเป็น 4 โหมด คือ MAX RANGE, GT, SPORT และ CORSA แต่ละโหมดได้รับการจูนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ขับขี่ที่แตกต่างกัน ตั้งแต่โหมดประหยัดพลังงานที่เน้นระยะทางไกล ไปจนถึงโหมด CORSA ที่มอบสมรรถนะสูงสุดสำหรับการขับในสนามแข่ง
สมรรถนะและระยะทาง: สำหรับด้านความเร็วและระยะทางการขับขี่ ตัวเลขจากผู้ผลิตเผยให้เห็นถึงความสามารถที่เหนือชั้นของยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. สามารถทำได้ในเวลาเพียง 2.8 วินาที อัตราเร่ง 0-200 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 9.1 วินาที และความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 290 กม./ชม. ในส่วนของการหยุดรถ อัตราเร่งจาก 100-0 กม./ชม. ใช้ระยะทางไม่ถึง 37 เมตร และสามารถวิ่งได้ไกลถึง 447 กิโลเมตร ต่อการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP โดยมีอัตราสิ้นเปลืองพลังงานอยู่ที่ 22.4 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตร
ระบบแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อน: ในด้านโครงสร้างพื้นฐานของระบบไฟฟ้า แบตเตอรี่ที่ใช้เป็นชนิดลิเธียม-ไอออน (LITHIUM-ION) ซึ่งมีความจุรวม 92.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง (ความจุใช้งานจริง 83 กิโลวัตต์ชั่วโมง) การวางตำแหน่งของแบตเตอรี่ถูกออกแบบมาอย่างชาญฉลาดเพื่อให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำที่สุด เพิ่มความมั่นคงในการเข้าโค้ง และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สปอร์ตอย่างแท้จริง
การออกแบบที่ลงตัว: การผสมผสานความหรูหราแบบดั้งเดิมกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต
ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเครื่องยนต์เบนซินหรือรุ่นพลังไฟฟ้า ตัวถังของ Maserati Grancabrio Folgore ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์อันหรูหราและสง่างามของมาเซราติ รถเปิดประทุนรุ่นนี้มาพร้อมประทุนหลังคาแบบอ่อน (Soft Top) ซึ่งสามารถเปิด-ปิดได้ด้วยการกดปุ่ม และที่สำคัญคือสามารถทำได้ขณะที่รถกำลังวิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. ซึ่งถือเป็นความสะดวกสบายที่เพิ่มประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น การเปิดประทุนใช้เวลาประมาณ 14 วินาที ส่วนการปิดจะใช้เวลามากกว่าเล็กน้อย คือ ประมาณ 16 วินาที
วัสดุและการเลือกสี: ประทุนหลังคาทำจากผ้าแฟบริคชั้นดี และมาพร้อมตัวเลือกสีที่หลากหลายถึง 5 สี เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งรถให้เข้ากับสไตล์ของตนเองได้ ตัวเลือกสีมีตั้งแต่ สีดำ, สีฟ้า BLUE MARINE, สีเทา TITAN GREY, สีครีมเทา GREIGE และสีแดง GRANATA การเลือกสีที่แตกต่างกันไม่เพียงแต่บ่งบอกถึงรสนิยมส่วนตัว แต่ยังสะท้อนถึงความพิถีพิถันที่มาเซราติมอบให้กับลูกค้า
ราคาและการเข้าถึงตลาด
สำหรับด้านการลงทุนและความคุ้มค่า รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสมรรถนะสูงในปัจจุบันมักมีระดับราคาที่สูงกว่ารุ่นเครื่องยนต์เบนซิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ซูเปอร์สปอร์ตเปิดประทุน เพื่อให้เห็นภาพรวมด้านราคา Maserati Grancabrio Folgore ได้เปิดราคาเริ่มต้นในประเทศอิตาลีอยู่ที่