![[ครบชุด] T1009652_ด นร ความล บบร ษ ท ท ไม ควรร เลยโดนแบบน](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260918_134435.jpg)
Maserati เปิดตัว GranCabrio Folgore รถสปอร์ตไฟฟ้าเปิดประทุนในงาน “Folgore Day”
เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2024 Maserati ได้จัดงาน “Folgore Day” เพื่อประกาศความมุ่งมั่นอย่างเต็มตัวในการเข้าสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า 100% พร้อมเปิดตัวรถสปอร์ตเปิดประทุนพลังไฟฟ้า “GranCabrio Folgore” ที่เมืองริมินี ประเทศอิตาลี งานนี้เป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 110 ปีของแบรนด์ Maserati ในช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตอันยั่งยืน การเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าในครั้งนี้เป็นการประกาศวิสัยทัศน์ของ Maserati ในฐานะผู้เล่นสำคัญในตลาดรถยนต์พรีเมียมไฟฟ้า (Premium Electric Vehicles) และย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หรูหรา ทรงพลัง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Maserati GranCabrio Folgore: ยนตรกรรมไฟฟ้าเปิดประทุนแห่งอนาคต
Maserati GranCabrio Folgore คือที่สุดของการรวมกันระหว่างดีไซน์สไตล์อิตาเลียนที่คลาสสิกและความล้ำสมัยของเทคโนโลยีขับเคลื่อนไฟฟ้า เปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมกับรถยนต์ไฟฟ้าในตระกูล Folgore อย่าง GranTurismo Folgore และ Grecale Folgore SUV ซึ่งล้วนเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคไฟฟ้าเต็มรูปแบบของ Maserati
คุณสมบัติทางเทคนิคที่โดดเด่นของ Maserati GranCabrio Folgore:
ขนาดแบตเตอรี่: 92.5 kWh (ใช้งานได้ 83 kWh)
ระยะทางการขับขี่สูงสุด (WLTP): 451 กิโลเมตร/การชาร์จหนึ่งครั้ง
ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์ 3 ตัว (Tri-motor) พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD)
พละกำลังสูงสุด: 761 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด: 1,350 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม.: 2.8 วินาที
ความเร็วสูงสุด: 290 กม./ชม.
สถาปัตยกรรมแบตเตอรี่: 800V รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 270kW
ระยะเวลาชาร์จ: 20–80% ใช้เวลาเพียง 18 นาที
Maserati GranCabrio Folgore: การผสมผสานที่เหนือชั้นด้านพลังและประสิทธิภาพ
Maserati GranCabrio Folgore ใช้เทคโนโลยีมอเตอร์ขับเคลื่อน 3 ตัว (Tri-motor) แบบเดียวกับใน Maserati GranTurismo Folgore ซึ่งมอบพละกำลังสูงสุดถึง 761 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 1,350 นิวตันเมตร ที่ส่งผ่านระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไปยังล้อทั้งสี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากโครงสร้างหลังคาเปิดประทุนแบบผ้า แต่รถคันนี้ก็ยังคงให้สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ด้วยแบตเตอรี่แบบ T-Bone ขนาด 83 kWh ที่มอบระยะทางการขับขี่สูงสุดถึง 451 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP
ความแรงและการตอบสนองที่เหนือความคาดหมาย
ด้วยกำลังแรงม้าที่สูงที่สุดถึง 761 ตัว และแรงบิดสูงสุด 1,350 นิวตันเมตร GranCabrio Folgore สามารถเร่งความเร็วจาก 0–100 กม./ชม. ได้ภายใน 2.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 290 กม./ชม. ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อให้การยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยม และด้วยสถาปัตยกรรม 800V ทำให้รองรับการชาร์จเร็ว DC ได้สูงถึง 270kW ซึ่งช่วยลดเวลาที่ผู้ขับขี่ต้องรอลงอย่างมาก จากการทดสอบพบว่าสามารถชาร์จได้ระยะทาง 100 กิโลเมตร เพียงแค่ 5 นาที และชาร์จจาก 20–80% ใช้เวลาเพียง 18 นาทีเท่านั้น
หนึ่งในนวัตกรรมที่สำคัญของ Maserati ในรุ่น Folgore คือระบบกำเนิดเสียงจำลองที่ล้ำสมัย คล้ายคลึงกับระบบใน Abarth 500 ซึ่งทาง Maserati ได้ระบุว่าเสียงที่เลียนแบบได้นั้นทั้งจากภายนอกและภายในจะมีความดุดันและน่าเร้าใจไม่แพ้เครื่องยนต์สันดาปภายใน
การออกแบบภายในและเทคโนโลยีที่หรูหรา
ภายใน Maserati GranCabrio Folgore ได้รับการออกแบบให้มีที่นั่ง 4 ตำแหน่ง เช่นเดียวกับรุ่นมาตรฐาน มาพร้อมกับอุปกรณ์และคุณสมบัติที่ทันสมัยครบครัน ประกอบด้วยจอระบบความบันเทิงขนาด 12.3 นิ้ว ระบบอุ่นคอที่ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และระบบเครื่องเสียง Sonus faber เพื่อมอบประสบการณ์การฟังเพลงที่สมจริงและเหนือระดับ
Maserati เน้นย้ำว่าภายในของรุ่น Folgore สามารถปรับแต่งได้อย่างหลากหลายด้วยสีสันและวัสดุที่แตกต่างกัน ซึ่งรวมถึงการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่าง Econyl ที่ผลิตจากเส้นใยไนลอนรีไซเคิล เช่น อวนจับปลาและพรมเก่า ทำให้รถคันนี้ไม่เพียงแต่ทรงพลังและหรูหรา แต่ยังสะท้อนถึงความใส่ใจในความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมของแบรนด์อีกด้วย
Maserati และก้าวสำคัญสู่อนาคตแห่งยานยนต์ไฟฟ้า
งาน Folgore Day ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 110 ปีของแบรนด์ แต่ยังเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Maserati ในการเป็นผู้บุกเบิกในยุคของรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (BEV) โดยทาง Maserati ได้เริ่มต้นแผนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคไฟฟ้าเมื่อ 4 ปีก่อน โดยมีเป้าหมายที่จะเปิดตัวไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้าครบวงจรภายในปี 2028
ในปัจจุบัน Maserati ได้เปิดตัวรถสปอร์ตเรือธงไฟฟ้าอย่าง GranTurismo Folgore ไปแล้ว ตามมาด้วยรถยนต์ไฟฟ้า SUV อย่าง Grecale Folgore และรถยนต์เปิดประทุน GranCabrio Folgore ซึ่งคาดว่าจะมีการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่น ๆ ในตระกูล Folgore ตามมาอย่างต่อเนื่อง เช่น Quattroporte เวอร์ชันไฟฟ้า
Folgore Day: การเฉลิมฉลองอดีตและอนาคตของ Maserati
นอกจากงานเปิดตัวรถใหม่แล้ว ในงาน Folgore Day ยังมีการเปิดตัวแคมเปญไฟฟ้าใหม่ภายใต้สโลแกน “It Turns You On” ซึ่งสะท้อนถึงเสน่ห์ที่ดึงดูดใจของรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตจากแบรนด์ระดับตำนานนี้ ซึ่งคุณสามารถรับชมภาพยนตร์แคมเปญความยาว 90 วินาที ได้จากด้านล่างนี้
[Insert YouTube Video: Maserati GranCabrio Folgore TV Commercial]
Maserati GranCabrio Folgore: เริ่มต้นยุคใหม่ของแบรนด์
Folgore Day ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่สำหรับ Maserati และสำหรับผู้บริโภคกลุ่มพรีเมียมที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ ที่ผสมผสานสไตล์อิตาเลียนอันงดงาม ความปราณีตในการประกอบ และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เข้ากับสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลังตามแบบฉบับของ Maserati
Maserati GranCabrio Folgore: ราคาและการจำหน่าย
Maserati GranCabrio Folgore จะมีราคาเริ่มต้นที่ 217,349 ยูโร (ประมาณ 8.5 ล้านบาท) ซึ่งสูงกว่ารุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายในอย่าง GranCabrio Trofeo ที่ราคา 208,128 ยูโร (ประมาณ 8.1 ล้านบาท) โดยเริ่มเปิดรับจองแล้วและจะเริ่มส่งมอบในช่วงกลางปี 2026
Maserati GranCabrio Folgore: การแข่งขันในตลาดรถสปอร์ตไฟฟ้าพรีเมียม
การมาถึงของ Maserati GranCabrio Folgore เป็นการเพิ่มตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาดรถสปอร์ตเปิดประทุนไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงอย่างต่อเนื่อง โดย Maserati จะต้องแข่งขันกับรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้าเปิดประทุนรุ่นอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกัน เช่น Porsche 718 Boxster E หรือรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้าแบรนด์หรูอื่น ๆ ที่กำลังขยายไลน์อัพสู่รถยนต์ไฟฟ้า
Maserati GranCabrio Folgore: ทางเลือกสำหรับผู้บริโภค
เมื่อพิจารณาเรื่องราคาและความแตกต่างของรุ่นเครื่องยนต์แล้ว การตัดสินใจเลือกซื้อระหว่าง GranCabrio Folgore และ GranCabrio Trofeo นั้นขึ้นอยู่กับความต้องการและลำดับความสำคัญของผู้บริโภคแต่ละราย หากผู้ขับขี่ให้ความสำคัญกับสมรรถนะสูงสุดและเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด การเลือกรุ่น Folgore อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า แต่หากเน้นความคลาสสิกและต้องการสัมผัสเสียงเครื่องยนต์สันดาปดั้งเดิม รุ่น Trofeo ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม