![[ครบชุด] T1809122_เร องน ซ งมาก ด ก นย ง](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260918_135234.jpg)
แน่นอนครับ บทความนี้จะได้รับการนำเสนอใหม่ในบริบทของตลาดไทย ปี 2026 โดยใช้ภาษาไทยทางการ พร้อมทั้งเพิ่มเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับแนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ไทยในช่วงนี้ โดยยังคงเน้นแนวคิดเรื่อง “การตัดสินใจทางการเงิน” ที่เหมาะสมกับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยหรือลงทุน
Maserati เปิดตัว GranCabrio Folgore: เมื่อจิตวิญญาณแห่งความหรูหราหลอมรวมกับสมรรถนะไฟฟ้าแห่งโลกอนาคต
โดย กฤตินทร์ เอี่ยมวิบูลย์
ผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์และอสังหาริมทรัพย์ไทย
ในยุคสมัยที่การเปลี่ยนผ่านไปสู่การขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (BEV) ไม่ใช่เพียงแค่ทางเลือกแต่คือความจำเป็นทางธุรกิจและสังคม Maserati ผู้ผลิตรถยนต์สปอร์ตสัญชาติอิตาลี ได้ประกาศจุดยืนครั้งสำคัญในโลกยานยนต์ด้วยการจัดงาน Folgore Day ซึ่งสะท้อนวิสัยทัศน์ที่แน่วแน่ของแบรนด์ในการก้าวเข้าสู่ยุคพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดตัว Maserati GranCabrio Folgore รถสปอร์ตเปิดประทุนพลังไฟฟ้าที่ผสานสมรรถนะอันดุดันเข้ากับดีไซน์อันหรูหราเหนือกาลเวลา
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 110 ปี ของการก่อตั้งแบรนด์ และตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่ศตวรรษแห่งนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า แบรนด์ได้จัดงาน “Folgore Day” ขึ้นที่ประเทศอิตาลี ในงานนี้ได้มีการนำเสนอขบวนทัพรถยนต์ไฟฟ้า BEV ไฮไลท์สำคัญคือ GranTurismo Folgore และ Grecale Folgore SUV ซึ่งถือเป็นเสาหลักในการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของแบรนด์
การเปิดตัว Maserati GranCabrio Folgore ในช่วงเย็นของวันงานถือเป็นการปิดฉากที่สมบูรณ์แบบ ด้วยการผสมผสานความเป็นสุดยอดรถยนต์สปอร์ตเปิดประทุนเข้ากับเทคโนโลยีพลังงานสะอาดอย่างลงตัว
สเปค Maserati GranCabrio Folgore: แรงบันดาลใจจาก Formula E
Maserati GranCabrio Folgore ไม่เพียงแค่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า แต่คือการถอดรหัสพันธุกรรมความเร็วจากสนามแข่ง Formula E สู่ท้องถนนด้วยเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 800V ที่ทันสมัยที่สุด โดยมีการวางสเปคทางเทคนิคที่น่าสนใจดังนี้:
| รายการ | ข้อมูลสเปค |
| :— | :— |
| ขนาดแบตเตอรี่ | 92.5 kWh (ใช้จริงได้ 83 kWh) |
| ระยะทางวิ่งสูงสุด | 451 กม./ชาร์จ (มาตรฐาน WLTP) |
| ระบบขับเคลื่อน | 3 มอเตอร์ (Tri-motor), ขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) |
| พละกำลังสูงสุด | 761 แรงม้า |
| แรงบิดสูงสุด | 1,350 นิวตันเมตร |
| อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. | 2.8 วินาที |
| ความเร็วสูงสุด | 290 กม./ชม. |
| ระบบชาร์จ | รองรับ AC สูงสุด 22 kW |
| ระบบชาร์จ DC | สูงสุด 270 kW |
| การชาร์จ 20–80% | ภายใน 18 นาที |
GranCabrio Folgore ใช้ชุดมอเตอร์สามตัวแบบเดียวกับ GranTurismo Folgore ซึ่งให้กำลังสูงสุดที่ 761 แรงม้า และแรงบิดที่มหาศาลถึง 1,350 นิวตันเมตร ที่กระจายไปยังล้อทั้งสี่ เพื่อให้ได้อัตราเร่งที่รวดเร็ว แม้ว่าจะต้องแบกน้ำหนักเพิ่มเติม 80 กิโลกรัมจากการติดตั้งระบบหลังคาเปิดประทุนผ้าใบก็ตาม ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 83 kWh (แบบ T-Bone) ทำให้รถคันนี้วิ่งได้ไกลถึง 451 กม. ตามมาตรฐาน WLTP
แม้ว่าทาง Stellantis (บริษัทแม่ของ Maserati) จะเคยกล่าวถึงศักยภาพของกำลังม้าที่สูงถึง 1,200 ตัว แต่ด้วยข้อจำกัดทางเทคนิคในปัจจุบัน ทำให้ GranCabrio Folgore ถูกปรับจูนให้มีพละกำลังที่ 761 แรงม้า ซึ่งเพียงพอต่อการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ
อัตราเร่งและความเร็วระดับซูเปอร์คาร์
Maserati GranCabrio Folgore สามารถเร่งความเร็วจาก 0–100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 290 กม./ชม. โดยมาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่เหนือชั้น รองรับการชาร์จเร็วระดับสูงสุดที่ 270 kW ซึ่งหมายความว่าผู้ขับขี่สามารถเติมพลังงานได้เพียง 5 นาทีเพื่อวิ่งได้ถึง 100 กม. และใช้เวลาเพียง 18 นาทีในการชาร์จจาก 20–80% เท่านั้น
การเปลี่ยนแปลงสำคัญ: ระบบสร้างเสียงจำลอง (E-Sound)
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่มาพร้อมกับรถยนต์ตระกูล Folgore คือการนำเสนอ ระบบสร้างเสียงจำลอง (E-Sound) ที่ทำหน้าที่คล้ายกับ Abarth 500 แบรนด์ได้ยืนยันว่าเสียงทั้งภายในและภายนอกของรถจะถูกออกแบบมาให้มีมิติและเร้าใจ ไม่ต่างจากการทำงานของเครื่องยนต์สันดาปแบบดั้งเดิม
การตกแต่งภายใน: มรดกแห่งอิตาลีผสมผสานนวัตกรรม
ภายในห้องโดยสารของ GranCabrio Folgore ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของการเป็นรถสปอร์ตเปิดประทุนแบบ 2+2 (ผู้ใหญ่ 2 ที่นั่งหน้า และพื้นที่สำหรับผู้โดยสารด้านหลังที่อาจไม่เหมาะกับการนั่งเดินทางไกล) โดยยังคงอุปกรณ์และคุณสมบัติมาตรฐานจาก GranCabrio เอาไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว ที่ออกแบบให้หรูหราและใช้งานง่าย ระบบทำความร้อนที่เบาะนั่ง (Neck Warmer) ที่มาเป็นมาตรฐาน และระบบเครื่องเสียงคุณภาพระดับ Hi-End จากแบรนด์ Sonus faber
นอกจากนี้ Maserati ยังเสนอทางเลือกในการตกแต่งภายในที่หลากหลายด้วยสีสันและวัสดุที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นพิเศษ เจ้าของรถสามารถเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่าง Econyl ซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์ “ไนลอนที่ทำจากอวนจับปลาและพรมที่ใช้แล้ว” เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยยังคงรักษาความรู้สึกหรูหราและทนทานของแบรนด์ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Folgore Day: การเฉลิมฉลอง 110 ปีแห่งจิตวิญญาณ Maserati
งาน Folgore Day ไม่ได้มีเพียงแค่การเปิดตัวรถใหม่ แต่ยังเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 110 ปีของการก่อตั้งแบรนด์ ซึ่งเริ่มต้นขึ้นที่เมืองโบโลญญา ประเทศอิตาลี บริษัท Modena ภายใต้เครือ Stellantis ได้เริ่มทำการวิจัยและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) มาอย่างต่อเนื่องในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายชัดเจนที่จะวางจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในทุกตระกูลให้ครบภายในช่วง ปี 2028
นอกจาก GranTurismo Folgore และ Grecale Folgore SUV แล้ว ตระกูลรถยนต์ไฟฟ้าที่จะมาพร้อมตราสัญลักษณ์ “Folgore” ในอนาคต ได้แก่ GranCabrio (รถเปิดประทุนไฟฟ้าที่เรากำลังกล่าวถึง) และ Quattroporte (รถยนต์ไฟฟ้าสำหรับผู้บริหาร) โดยที่ผ่านมาได้มีการเผยโฉมรถต้นแบบพรางตัวออกมาให้เห็นถึงทิศทางใหม่ของแบรนด์แล้ว
เปิดตัวแคมเปญ “It Turns You On”
นอกเหนือจากการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว ในงาน Folgore Day ยังได้มีการเปิดตัวแคมเปญใหม่ภายใต้ชื่อว่า “It Turns You On” ซึ่งเป็นการสื่อสารว่าพลังงานไฟฟ้าไม่เพียงแต่ขับเคลื่อนรถให้ก้าวไปข้างหน้า แต่ยังสามารถจุดประกายและกระตุ้นความรู้สึกตื่นเต้นได้ไม่ต่างจากการใช้เครื่องยนต์สันดาป
Folgore Day ถือเป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญสำหรับ Maserati และสำหรับกลุ่มผู้บริโภคระดับสูงที่กำลังมองหาทางเลือกของรถยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมกับเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์ Maserati ที่ผสาน “ความงามแบบอิตาลี” เข้ากับการออกแบบที่ประณีต งานฝีมือที่ละเอียดอ่อน และเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ดุดันตามแบบฉบับของแบรนด์
ข้อคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญ: เส้นทางสู่การเปลี่ยนแปลงของ Maserati ในยุคไฟฟ้า
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการ