![[ครบชุด] T1109303_น หน ง อนส งคม ปเร](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260918_143040.jpg)
Maserati เปิดตัว GranCabrio Folgore: การเดินทางครั้งใหม่ของตำนานอิตาลีสู่ยุคพลังงานไฟฟ้า 2026
ในฐานะผู้ที่ติดตามวงการอุตสาหกรรมยานยนต์มาอย่างใกล้ชิดเกือบสิบปี สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดในช่วงเวลานี้คือการที่แบรนด์รถหรูระดับตำนานอย่าง Maserati กำลังพลิกโฉมครั้งใหญ่ โดยการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์สู่ความเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) อย่างเต็มรูปแบบ และนี่คือการประกาศกร้าวที่ทำให้หลายคนต้องจับตาดู เมื่อ Maserati ได้จัดงาน “Folgore Day” ณ ประเทศอิตาลี เพื่อเฉลิมฉลองการดำเนินธุรกิจครบรอบ 110 ปี และเปิดตัว “GranCabrio Folgore” รถสปอร์ตไฟฟ้าเปิดประทุนอย่างเป็นทางการ งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นการประกาศจุดยืนของ Maserati ในศตวรรษใหม่แห่งวงการรถยนต์ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการผสมผสานระหว่างเอกลักษณ์ความหรูหรา สไตล์อิตาเลียน และเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต
Folgore Day: วันแห่งการเปิดตัวไลน์อัพไฟฟ้า 100%
งาน “Folgore Day” ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ประเทศอิตาลี คือหมุดหมายสำคัญในการเปลี่ยนแปลงของ Maserati จากแบรนด์ที่ผลิตรถยนต์พลังงานสันดาปมาอย่างยาวนาน สู่การเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ โดยภายในงานนี้ Maserati ได้โชว์ไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้า BEV (Battery Electric Vehicle) ที่เตรียมพร้อมสำหรับการปฏิวัติวงการ โดยมีทั้ง GranTurismo Folgore และ Grecale Folgore SUV พร้อมด้วยรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตที่น่าจับตามองอีกหลายรุ่น
แต่สิ่งที่สร้างความฮือฮามากที่สุดในงานนี้คือการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Maserati GranCabrio Folgore ซึ่งเป็นรถสปอร์ตเปิดประทุนพลังไฟฟ้า ที่หลายคนรอคอย และนี่คือสิ่งที่เราจะได้เห็นรายละเอียดทั้งหมดของรถยนต์คันนี้ รวมถึงภาพรวมบรรยากาศของงานฉลองสุดยิ่งใหญ่ครั้งนี้
เจาะลึกสมรรถนะและสถาปัตยกรรมรถ: เมื่อ GranCabrio Folgore พลิกโฉมวงการรถเปิดประทุน
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์สปอร์ตพลังงานไฟฟ้า การมาถึงของ Maserati GranCabrio Folgore ถือเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความหรูหราของรถเปิดประทุนและเทคโนโลยีล้ำสมัย ซึ่งมาพร้อมกับสเปคที่น่าจับตามอง ดังนี้:
ขนาดแบตเตอรี่และระยะทางวิ่ง (Range):
ขนาดแบตเตอรี่: 92.5 kWh (ใช้ได้จริง 83 kWh) – การจัดวางแบตเตอรี่แบบ T-Bone ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Maserati ช่วยเพิ่มความเสถียรของตัวรถ
ระยะทางวิ่งสูงสุด: 451 กม./ชาร์จ (WLTP) – ให้ระยะทางที่วิ่งได้จริงตามมาตรฐาน WLTP ทำให้มั่นใจได้ว่าการเดินทางไกลจะไม่ใช่ปัญหา
ขุมพลังและระบบขับเคลื่อน:
มอเตอร์: 3 ตัว (Tri-motor) – ระบบมอเตอร์แบบ 3 ตัวที่ให้พละกำลังสูง และกระจายแรงบิดไปยังล้ออย่างชาญฉลาด
ระบบขับเคลื่อน: AWD (All-Wheel Drive) – ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่มอบสมรรถนะการควบคุมและการยึดเกาะถนนที่ดีที่สุด
พละกำลังสูงสุด: 761 แรงม้า (จากระบบ Tri-motor)
แรงบิดสูงสุด: 1,350 นิวตันเมตร
สมรรถนะการขับขี่:
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 2.8 วินาที – เป็นอัตราเร่งระดับเดียวกับรถซูเปอร์คาร์
ความเร็วสูงสุด: 290 กม./ชม. – ขีดจำกัดความเร็วที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของรถสปอร์ตเต็มรูปแบบ
เทคโนโลยีการชาร์จและการจัดการพลังงาน:
สถาปัตยกรรมแบตเตอรี่: 800V – รองรับการชาร์จแบบ High-Voltage ที่รวดเร็วทันใจ
การชาร์จ AC สูงสุด: 22kW
การชาร์จ DC สูงสุด: 270kW – รองรับการชาร์จเร็วสูง (Supercharging) ที่สามารถชาร์จจาก 0-80% ได้ภายใน 18 นาที
การผสมผสานสุดลงตัว: มรดกแห่งความหรูหราในยุคไฟฟ้า
Maserati GranCabrio Folgore ใช้เทคโนโลยีระบบมอเตอร์ขับเคลื่อนแบบ Tri-motor ซึ่งเดียวกับที่ติดตั้งในรุ่น GranTurismo Folgore การใช้มอเตอร์ 3 ตัวนี้ทำให้รถสามารถผลิตพละกำลังได้สูงสุดถึง 761 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 1,350 นิวตันเมตร ที่ถ่ายทอดไปยังทุกล้อ แม้ว่าน้ำหนักของตัวรถจะเพิ่มขึ้นประมาณ 80 กิโลกรัม เนื่องจากหลังคาผ้าที่ต้องเพิ่มเข้ามา แต่ด้วยสถาปัตยกรรมแบตเตอรี่แบบ T-Bone (วางอยู่ตรงกลางแชสซี) ก็ยังคงช่วยรักษาสมดุลและเสถียรภาพของรถไว้ได้อย่างดีเยี่ยม
แม้ทาง Stellantis (บริษัทแม่ของ Maserati) เคยประกาศว่าจะเพิ่มพละกำลังเป็น 1,200 แรงม้า แต่ด้วยข้อจำกัดทางเทคนิคของความสามารถในการปล่อยกำลังสูงสุดนั้น ทำให้ GranCabrio Folgore ที่ออกมานั้นถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับการเป็นรถสปอร์ตเปิดประทุนพลังไฟฟ้าชั้นยอด
สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น:
ด้วยพละกำลังที่สูงขนาดนี้ ทำให้ GranCabrio Folgore สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 2.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 290 กม./ชม. ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา (AWD) และรองรับการชาร์จเร็วที่ 270kW ทำให้การใช้งานสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการชาร์จเพียง 5 นาทีเพื่อวิ่งได้ระยะทาง 100 กม. หรือการชาร์จจาก 20-80% ภายในเวลาไม่ถึง 20 นาที
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญในรถยนต์ตระกูล Folgore คือการเพิ่มระบบสร้างเสียงจำลอง (Engine Sound) ที่ล้ำสมัย ซึ่ง Maserati ได้เปิดเผยว่าเสียงทั้งภายในห้องโดยสารและภายนอกตัวรถจะได้รับการผลิตออกมาให้มีความรู้สึกดุดันและเร้าใจไม่แพ้รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป
การออกแบบและวัสดุ: ความหรูหราแบบอิตาเลียนที่ยั่งยืน
ภายในห้องโดยสารของ GranCabrio Folgore ยังคงเอกลักษณ์ของ Maserati ด้วยเลย์เอาต์แบบ 4 ที่นั่ง (2+2) โดยนำเอาอุปกรณ์และคุณสมบัติภายในจากรุ่น GranCabrio มาใช้ รวมถึงระบบความบันเทิงขนาด 12.3 นิ้ว (Multimedia Display), ฟีเจอร์อุ่นคอ (Neck Warmer) ที่มาเป็นมาตรฐาน และระบบเสียง Sonus faber อันเลื่องชื่อ
Maserati เน้นย้ำว่าการตกแต่งภายในของ Folgore สามารถปรับแต่งได้อย่างหลากหลาย ด้วยการเลือกสีสันและวัสดุต่าง ๆ เจ้าของรถสามารถเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-friendly Materials) ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัสดุ “Econyl” ซึ่งเป็นไนลอนที่ผลิตจากอวนจับปลาและพรมเก่าที่นำกลับมาใช้ใหม่ (Recycled) ซึ่งนับเป็นการตอบโจทย์เทรนด์ความยั่งยืน (Sustainability) ที่มาแรงอย่างมากในปัจจุบัน
Folgore Day: ฉลองประวัติศาสตร์ ผสานอนาคต สู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า 2026
งาน Folgore Day ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่ยังเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 110 ปีของแบรนด์ Maserati ที่ก่อตั้งขึ้นในเมืองโบโลญญา ประเทศอิตาลี โดยบริษัท Modena ภายใต้เครือ Stellantis นี้เอง
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคไฟฟ้า:
ย้อนกลับไปเมื่อช่วง 4 ปีก่อน แบรนด์ Maserati ได้ประกาศคำมั่นว่าจะเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) และวางแผนที่จะปล่อยไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดให้ครบภายในช่วงปี 2028 ซึ่งนับเป็นการปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ของแบรนด์ เพื่อรองรับทิศทางของตลาดโลกที่มุ่งเน้นไปที่พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น
ไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต:
ที่ผ่านมา เราได้เห็นการปล่อยรถสปอร์ตเรือธงไฟฟ้าอย่าง GranTurismo Folgore ออกสู่ตลาดแล้ว ตามมาด้วยรถยนต์ไฟฟ้า SUV อย่าง Grecale Folgore นอกจากนี้ยังมีรถยนต์ไฟฟ้าคันอื่น ๆ ในไลน์อัพที่ใช้ชื่อ Folgore ซึ่งจะทยอยเปิดตัวในอนาคต ได้แก่:
GranCabrio: รถเปิดประทุนที่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วใน