![[ครบชุด] T1109315_เม ยข บ น ก บผ งข](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260918_143243.jpg)
Maserati GranCabrio Folgore: เปิดตัวสู่ตลาดรถเปิดประทุนไฟฟ้าสุดหรูแห่งยุค 2026
ในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) เข้ามามีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก แบรนด์รถสปอร์ตชั้นนำอย่าง Maserati ก็ไม่พลาดที่จะก้าวเข้าสู่สนามแห่งนี้อย่างเต็มตัว พร้อมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Maserati GranCabrio Folgore สปอร์ตคูเป้เปิดประทุนสุดหรู ที่ผสมผสานดีไซน์คลาสสิกสง่างามเข้ากับเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าที่ทันสมัยได้อย่างลงตัว
การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ Maserati ซึ่งดำเนินธุรกิจครบรอบ 110 ปี และกำลังมุ่งมั่นเข้าสู่ยุคใหม่แห่งรถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยได้จัดงานเฉลิมฉลองภายใต้ชื่องาน “Folgore Day” ที่ประเทศอิตาลี งานดังกล่าวไม่เพียงแต่เปิดตัว GranCabrio Folgore เท่านั้น แต่ยังโชว์ไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้าทั้งตระกูล Folgore ซึ่งประกอบไปด้วย GranTurismo Folgore และ Grecale Folgore SUV อีกด้วย
ทำความรู้จัก Maserati GranCabrio Folgore: สปอร์ตเปิดประทุนไฟฟ้าอย่างแท้จริง
Maserati GranCabrio Folgore ถือเป็นรถยนต์รุ่นสปอร์ตเปิดประทุนที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% ซึ่งเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Maserati ในการก้าวเข้าสู่ยุคแห่งรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบอย่างแท้จริง สิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับผู้ที่สนใจรถยนต์ไฟฟ้าระดับหรู คือข้อมูลสเปคทางเทคนิคที่น่าทึ่งของรถคันนี้ ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจในแบบฉบับของ Maserati
สเปคทางเทคนิคที่น่าประทับใจ
ขนาดแบตเตอรี่: 92.5 kWh (ใช้งานจริง 83 kWh)
ระยะวิ่งสูงสุด (WLTP): 451 กม./ชาร์จ
ระบบขับเคลื่อน: Tri-motor (มอเตอร์ 3 ตัว) แบบ AWD
พละกำลังสูงสุด: 761 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด: 1,350 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 2.8 วินาที
ความเร็วสูงสุด: 290 กม./ชม.
สถาปัตยกรรมแบตเตอรี่: 800V
ระบบชาร์จ AC สูงสุด: 22 kW
ระบบชาร์จ DC สูงสุด: 270 kW
การชาร์จ 20-80%: 18 นาที
GranCabrio Folgore ใช้มอเตอร์ 3 ตัว (Tri-motor) แบบเดียวกับรุ่นพี่อย่าง GranTurismo Folgore ซึ่งส่งผลให้มีพละกำลังสูงสุดถึง 761 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 1,350 นิวตันเมตร ที่ส่งไปยังล้อทั้งสี่ แม้ว่าจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อย (ประมาณ 80 กิโลกรัม) เนื่องจากระบบหลังคาเปิดประทุนแบบผ้า ทว่าด้วยแบตเตอรี่ขนาด 83 kWh (แบบ T-Bone) ก็ยังสามารถทำระยะทางการวิ่งสูงสุดได้ถึง 451 กม./ชาร์จ ตามมาตรฐาน WLTP
แม้ว่าก่อนหน้านี้ทาง Stellantis (บริษัทแม่ของ Maserati) เคยกล่าวว่าจะให้พละกำลังสูงสุดสูงถึง 1,200 แรงม้า แต่ด้วยข้อจำกัดด้านความสามารถในการปล่อยกำลังสูงสุดในทางปฏิบัติ ทำให้ GranCabrio Folgore ยังคงใช้พละกำลังที่ 761 แรงม้า ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้รถยนต์เปิดประทุนคันนี้เร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 2.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 290 กม./ชม. รองรับการชาร์จไว 270 kW และสามารถชาร์จเพิ่มระยะทางได้ 100 กม. จากการชาร์จเพียง 5 นาทีเท่านั้น หรือชาร์จจาก 20-80% ภายในเวลาเพียง 18 นาที
เทคโนโลยีเสียงล้ำสมัยสำหรับรถเปิดประทุน
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดในตระกูล Folgore คือการเปิดตัวระบบกำเนิดเสียงจำลองที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งคล้ายคลึงกับระบบของ Abarth 500 Maserati ได้นำเสนอว่าเสียงทั้งภายในและภายนอกของรถจะมีความดุดันและเร้าใจเหมือนกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์เปิดประทุนที่มักจะขาดเสียงเครื่องยนต์ในยุคไฟฟ้า
สัมผัสความหรูหราและเทคโนโลยีภายใน
GranCabrio Folgore ยังคงรักษาเลย์เอาต์ห้องโดยสารแบบ 4 ที่นั่งไว้อย่างครบครันเช่นเดียวกับรุ่นมาตรฐาน มาพร้อมกับอุปกรณ์และฟีเจอร์ภายในที่หรูหราทันสมัย ประกอบไปด้วยจอระบบบันเทิงขนาด 12.3 นิ้ว ระบบทำความร้อนบริเวณคอ (Neck Warmer) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และระบบเสียง Sonus faber ที่ให้คุณภาพเสียงระดับพรีเมียม
ตัวเลือกวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นอกเหนือจากเทคโนโลยีและสมรรถนะแล้ว Maserati ยังให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืน โดยการตกแต่งภายในของ Folgore สามารถปรับแต่งได้อย่างหลากหลายด้วยสีและวัสดุต่าง ๆ เจ้าของ GranCabrio Folgore สามารถเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่าง Econyl ซึ่งเป็นวัสดุไนลอนที่ผลิตจากขยะรีไซเคิล เช่น อวนจับปลา และพรมเก่า เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
งาน Folgore Day: จุดกำเนิดแห่งอนาคต
งาน Folgore Day จัดขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบการดำเนินธุรกิจของแบรนด์ Maserati ซึ่งเริ่มก่อตั้งขึ้นที่เมืองโบโลญญา ประเทศอิตาลี โดย Modena บริษัทภายใต้เครือ Stellantis ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา “Trident” หรือโลโก้สามง่ามอันเป็นเอกลักษณ์ของ Maserati ได้เริ่มให้คำมั่นสัญญาว่าจะเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) และมีเป้าหมายที่จะปล่อยไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดออกสู่ตลาดภายในปี 2028
Lineup รถยนต์ไฟฟ้า Folgore: จากสปอร์ตสู่ SUV
ที่ผ่านมา เราได้เห็น Maserati ปล่อยรถสปอร์ตเรือธงไฟฟ้าออกมาแล้วอย่าง GranTurismo Folgore ตามมาด้วยรถยนต์ไฟฟ้า SUV อย่าง Grecale Folgore และล่าสุดก็คือ GranCabrio Folgore ซึ่งเป็นรถเปิดประทุนไฟฟ้าที่เติมเต็มไลน์อัพให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะปล่อยรถยนต์ไฟฟ้าคันอื่น ๆ ในไลน์อัพ Folgore ออกมาเพิ่มเติม เช่น Quattroporte เวอร์ชันไฟฟ้าในอนาคต
Folgore Day: การเฉลิมฉลองอดีตและอนาคตสู่ยุคใหม่
นอกจากการเฉลิมฉลองครบรอบ 110 ปีอันยาวนานของแบรนด์สัญชาติอิตาลีแล้ว ในงาน Folgore Day ยังมีการเปิดตัวแคมเปญรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้ชื่อ “It Turns You On” ซึ่งสะท้อนถึงการนำเสนอนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจในแบบฉบับของ Maserati ในยุคใหม่แห่งพลังงานไฟฟ้า
Folgore Day ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่สำหรับ Maserati และสำหรับกลุ่มลูกค้าผู้บริโภคระดับหรูที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าพร้อมตราสัญลักษณ์ตรีศูล ผ่านคุณภาพและสไตล์แบบอิตาเลียนด้วยงานประกอบที่ประณีต ผสมผสานงานฝีมือที่ซับซ้อนเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมประสิทธิภาพรถที่แรงตามแบบฉบับของ Maserati
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: บทสรุปของนวัตกรรมและวิสัยทัศน์ในอนาคต
ตลอดงาน Maserati ได้มีการอธิบายส่วนประกอบสำคัญของรถยนต์ตระกูล Folgore โดยเฉพาะ Maserati Grecale Folgore และ GranTurismo Folgore อย่างละเอียด รวมถึงโรลลิ่งแชสซีส์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ Davide Grasso CEO ของ Maserati ไม่ได้ให้คำมั่นด้วยวาจาว่า Maserati จะกลายเป็นแบรนด์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวในทุกสถานการณ์
ทางเลือกที่หลากหลาย: การตอบสนองต่อตลาดที่แตกต่างกัน
Grasso กล่าวว่าในฐานะแบรนด์หรู Maserati ต้องการให้ลูกค้ามีทางเลือกระหว่างรุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และรุ่นรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ต่อไป อย่างน้อยก็จนถึงปี 2028 เนื่องจาก CEO มองว่าตลาดต่าง ๆ ทั่วโลกกำลังเปิดรับรถยนต์ไฟฟ้าในอัตราที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ เช่น ในเรื่องของวัฒนธรรม, กฎหมาย, เงินอุดหนุน, โครงสร้างพื้นฐาน และปัจจัยอื่น ๆ ประกอบไปด้วย
ความแข็งแกร่งของ Maserati ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
ในฐานะผู้