![[ครบชุด] T1109345_เป นแม อย าทำแบบน ก บล ก Ep.จบ หน ง น ปเร ยล](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260918_143747.jpg)
Maserati เผยโฉม GranCabrio Folgore รถสปอร์ตเปิดประทุนไฟฟ้า ยกระดับตระกูลหรูสู่ยุคใหม่
ในวันที่ 15 เมษายน 2026 Maserati สร้างความตื่นตาตื่นใจในแวดวงยานยนต์ระดับสูง ด้วยการจัดงาน “Folgore Day” ณ ประเทศอิตาลี ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการประกาศจุดยืนสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับลักชัวรีอย่างเต็มรูปแบบ (100% BEV) ภายใต้ความมุ่งมั่นในการเฉลิมฉลองครบรอบ 110 ปีแห่งการก่อตั้งแบรนด์ และการก้าวเข้าสู่ศตวรรษแห่งนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง
งาน Folgore Day นี้มิใช่เพียงแค่การเปิดตัวรถรุ่นใหม่ แต่ยังเป็นการจัดแสดงวิสัยทัศน์และเทคโนโลยีแห่งอนาคตของ Maserati โดยมีการจัดแสดงไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้าตระกูล Folgore อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งประกอบไปด้วยรุ่นเรือธงอย่าง GranTurismo Folgore และรถยนต์ไฟฟ้า SUV อย่าง Grecale Folgore นอกจากนี้ยังถือเป็นเวทีสำหรับการเปิดตัว Maserati GranCabrio Folgore รถสปอร์ตเปิดประทุนที่ผสมผสานจิตวิญญาณแห่งความเร็วสไตล์อิตาลีเข้ากับเทคโนโลยีพลังงานสะอาดได้อย่างลงตัว ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนแบรนด์สู่เป้าหมายที่ตั้งไว้
Maserati GranCabrio Folgore: สปอร์ตเปิดประทุนไฟฟ้า สมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์
สำหรับ Maserati GranCabrio Folgore รถสปอร์ตเปิดประทุนไฟฟ้าคันนี้ ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากแพลตฟอร์มหลักของตระกูล Folgore โดยใช้เทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Tri-Motor ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งกำลังและสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น
สรุปข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคของ Maserati GranCabrio Folgore:
ขนาดแบตเตอรี่: 92.5 kWh (ใช้งานได้จริง 83 kWh)
ระยะทางวิ่งสูงสุด: 451 กม./การชาร์จ (ตามมาตรฐาน WLTP)
มอเตอร์: 3 ตัว (Tri-Motor)
ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD)
พละกำลังสูงสุด: 761 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด: 1,350 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 2.8 วินาที
ความเร็วสูงสุด: 290 กม./ชม.
สถาปัตยกรรมแบตเตอรี่: 800V
การชาร์จ AC สูงสุด: 22kW
การชาร์จ DC สูงสุด: 270kW
อัตราการชาร์จจาก 20-80%: 18 นาที
ประสิทธิภาพที่ไม่มีใครเทียบ
Maserati GranCabrio Folgore ใช้มอเตอร์ 3 ตัว แบบเดียวกับ GranTurismo Folgore ทำให้ถ่ายทอดสมรรถนะที่น่าทึ่ง ด้วยพละกำลังสูงสุด 761 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 1,350 นิวตันเมตร ที่ส่งไปยังล้อทั้งสี่ เพื่อประสิทธิภาพในการทรงตัวและการเร่งความเร็วที่เหนือกว่า แม้ว่าตัวรถจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นประมาณ 80 กิโลกรัม เนื่องจากหลังคาผ้าใบ แต่ก็ยังสามารถมอบประสบการณ์ขับขี่ที่น่าประทับใจได้อย่างเต็มที่ โดยใช้แบตเตอรี่ขนาดความจุ 83 kWh แบบ T-Bone ทำระยะทางวิ่งสูงสุดได้ 451 กม./การชาร์จ ตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งเพียงพอสำหรับการเดินทางระยะไกล
แม้ว่าทาง Stellantis เคยมีการสื่อสารว่าจะมอบกำลังสูงสุดถึง 1,200 แรงม้า แต่เนื่องจากข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพการจัดการพลังงานสูงสุด ส่งผลให้ Maserati GranCabrio Folgore มีตัวเลขพละกำลังที่ยอดเยี่ยมถึง 761 แรงม้า
ความเร็วที่ท้าทายขีดจำกัด
Maserati GranCabrio Folgore สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็วเพียง 2.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 290 กม./ชม. ขับเคลื่อนด้วยระบบสี่ล้อ และรองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 270kW ซึ่งหมายความว่าเพียงแค่ชาร์จ 5 นาที ก็สามารถวิ่งได้ระยะทางถึง 100 กม. และยังเคลมว่าสามารถชาร์จจาก 20% ถึง 80% ได้ภายในเวลาเพียง 18 นาทีเท่านั้น
ประสบการณ์การขับขี่ที่หรูหราและเต็มไปด้วยเทคโนโลยี
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในตระกูล Folgore คือการติดตั้งระบบกำเนิดเสียงจำลองที่มีศักยภาพสูง ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับนวัตกรรมของ Abarth 500 โดยทาง Maserati ได้ประกาศว่าทั้งเสียงภายในและภายนอกห้องโดยสารจะมอบความรู้สึกเร้าใจเหมือนเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิม
ภายในห้องโดยสาร Maserati GranCabrio Folgore ยังคงมอบความหรูหราและความสะดวกสบายเช่นเดียวกับรุ่น GranCabrio มาตรฐาน ประกอบไปด้วยหน้าจอระบบความบันเทิงขนาด 12.3 นิ้ว ระบบอุ่นคอที่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน และระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียมจาก Sonus faber ที่ให้เสียงคุณภาพสูงและดื่มด่ำ
การออกแบบและวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Maserati ยังเน้นย้ำถึงความยั่งยืน โดยระบุว่าการตกแต่งภายในของ Folgore สามารถปรับแต่งได้อย่างหลากหลายด้วยสีและวัสดุต่าง ๆ เจ้าของรถสามารถเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่าง Econyl ซึ่งเป็นวัสดุ “ไนลอนรีไซเคิลที่ผลิตจากอวนจับปลาและพรมเก่า” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Maserati ในการรักษาสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีระดับ
ย้อนรอยการเดินทางสู่ยุคไฟฟ้า: 110 ปีแห่งความสำเร็จและความมุ่งมั่น
งาน Folgore Day ครั้งแรกของ Maserati จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบการก่อตั้งแบรนด์ในเมืองโบโลญญา ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นศูนย์กลางการดำเนินธุรกิจของ Modena ภายใต้เครือ Stellantis เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา “Trident” หรือตราสัญลักษณ์ตรีศูลแห่ง Maserati ได้ประกาศเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) และวางแผนที่จะเปิดตัวไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดให้ครบถ้วนภายในช่วงปี 2028
การต่อยอดความสำเร็จสู่รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่
ที่ผ่านมาเราได้เห็น Maserati เปิดตัวรถสปอร์ตเรือธงไฟฟ้าอย่าง GranTurismo Folgore ตามมาด้วยรถยนต์ไฟฟ้า SUV อย่าง Grecale Folgore และในที่สุดคือ Maserati GranCabrio Folgore ซึ่งถือเป็นการเติมเต็มไลน์อัพให้ครอบคลุมรถยนต์ประเภทสปอร์ต เปิดประทุน และ SUV นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ ที่ใช้ชื่อ Folgore ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นรถซีดานไฟฟ้าอย่าง GranTurismo หรือ Quattroporte เวอร์ชันไฟฟ้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์
Folgore Day: การเฉลิมฉลองอดีตและก้าวสู่ยุคแห่งอนาคต
นอกเหนือจากการเฉลิมฉลอง 110 ปีแห่งประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์สัญชาติอิตาลีแล้ว งาน Folgore Day ของ Maserati ยังมีการเปิดตัวแคมเปญไฟฟ้าที่ใช้ชื่อว่า “It Turns You On” เพื่อสื่อสารถึงพลังแห่งความหลงใหลและความตื่นเต้นที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่ คุณสามารถรับชมภาพยนตร์แคมเปญความยาว 90 วินาที เพื่อสัมผัสถึงวิสัยทัศน์และแนวคิดของแบรนด์ได้
Folgore Day นับเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่สำหรับ Maserati และสำหรับกลุ่มผู้บริโภคระดับหรูที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าพร้อมตราสัญลักษณ์ตรีศูล ผ่านการผสมผสานคุณภาพและสไตล์อิตาเลียน ด้วยความประณีตในการผลิต งานฝีมือที่ซับซ้อน และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ควบคู่ไปกับสมรรถนะความแรงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Maserati
วิสัยทัศน์แห่งความยืดหยุ่น: การผสมผสานเทคโนโลยีเครื่องยนต์สันดาปและไฟฟ้า
ในวันงานได้มีการอธิบายถึงส่วนประกอบสำคัญต่าง ๆ ของ Maserati Grecale Folgore และ GranTurismo Folgore รวมถึงแพลตฟอร์มขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยทาง Davide Grasso, CEO ของ Maserati ได้กล่าวถึงแนวคิดที่สำคัญ คือ การที่แบรนด์ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์ระดับหรู ต้องการให้ลูกค้ามีทางเลือกระหว่างรุ่นเครื่องยนต์สันดาป (ICE) และ