![[ครบชุด] T1109349_เป นแม อย าทำแบบน ก บล ก Ep.2 หน ง น ปเร ยล](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260918_143825.jpg)
Maserati GranCabrio Folgore: เมื่อพลังไฟฟ้าเปิดโลกแห่งอิสระและความหรูหราแห่งสหัสวรรษใหม่
ในยุคที่โลกกำลังหมุนเข้าสู่กระแสแห่งพลังงานสะอาด และตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) กำลังก้าวข้ามขีดจำกัดของขีดความสามารถในการใช้งานทั่วไป สู่การเป็นยานยนต์สมรรถนะสูงที่ตอบสนองความต้องการของเหล่านักสะสมและผู้ที่มองหาความโดดเด่นเหนือใคร หนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ซูเปอร์สปอร์ตจากอิตาลีอย่าง Maserati ได้จัดงาน “Folgore Day” ในปี 2024 เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคแห่งพลังไฟฟ้า 100% พร้อมเปิดตัวยนตรกรรมเปิดประทุนสุดหรูในตระกูลไฟฟ้าอย่าง Maserati GranCabrio Folgore งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 110 ปี ของแบรนด์ตรีศูลอันโด่งดัง แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า Maserati กำลังก้าวเข้าสู่ศตวรรษใหม่แห่งยนตรกรรมไฟฟ้าอย่างเต็มตัว
เปิดโลกแห่งพลังงานแห่งอนาคต: Maserati Folgore Day 2026
เมื่อวันพุธที่ 15 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา ค่ายรถยนต์หรูสัญชาติอิตาลีอย่าง Maserati ได้จัดงาน “Folgore Day” ครั้งสำคัญ ณ เมืองริมินี ประเทศอิตาลี เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 110 ปี ของแบรนด์ และประกาศวิสัยทัศน์ที่แน่วแน่ในการก้าวสู่ยุคแห่งพลังงานไฟฟ้า 100% อย่างสมบูรณ์ โดยในงานนี้ไฮไลต์สำคัญที่หลายคนรอคอยก็คือการเปิดตัวรถยนต์สปอร์ตพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่มาพร้อมหลังคาเปิดประทุน นั่นคือ Maserati GranCabrio Folgore รถยนต์เปิดประทุนขุมพลังไฟฟ้าจากตระกูล Folgore ที่ได้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการนำเทคโนโลยีแห่งอนาคตมาผนวกรวมกับดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Maserati
ในงาน Folgore Day นี้ นอกจากจะมีการนำเสนอเทคโนโลยีและวิสัยทัศน์ด้านพลังงานไฟฟ้าแล้ว ยังได้มีการจัดแสดงไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดที่จะเป็นขุมกำลังใหม่ของแบรนด์ ซึ่งประกอบไปด้วย GranTurismo Folgore และ Grecale Folgore ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ รวมถึงการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Maserati GranCabrio Folgore รถสปอร์ตเปิดประทุนพลังไฟฟ้าที่พร้อมให้ผู้คนได้สัมผัสความแรงและความหรูหราที่ไร้ขีดจำกัดแห่งสหัสวรรษใหม่
สเปคแห่งความเร้าใจ: Maserati GranCabrio Folgore
หากเปรียบเทียบประสิทธิภาพของ Maserati GranCabrio Folgore กับรถยนต์ซูเปอร์สปอร์ตน้ำมันแบบดั้งเดิม ต้องบอกว่ารถยนต์เปิดประทุนไฟฟ้าคันนี้ไม่น้อยหน้าอย่างแน่นอน เพราะมาพร้อมขุมพลังที่น่าจับตามองและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยไม่เหมือนใคร โดยมีรายละเอียดทางเทคนิคที่สำคัญดังนี้:
ขนาดแบตเตอรี่: 92.5 kWh (ใช้ได้จริง 83 kWh)
ระยะทางวิ่งสูงสุด: 451 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP)
ระบบมอเตอร์: 3 ตัว (Tri-motor)
ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD)
พละกำลังสูงสุด: 761 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด: 1,350 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: ภายใน 2.8 วินาที
ความเร็วสูงสุด: 290 กม./ชม.
สถาปัตยกรรมแบตเตอรี่: 800V
การชาร์จ AC สูงสุด: 22 kW
การชาร์จ DC สูงสุด: 270 kW
เวลาชาร์จ 20-80%: 18 นาที
พลังที่ไม่เคยหยุดนิ่ง: ความแรงและประสิทธิภาพ
Maserati GranCabrio Folgore ใช้มอเตอร์แบบ 3 ตัว หรือ Tri-motor เช่นเดียวกับ GranTurismo Folgore ซึ่งถือว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่ล้ำหน้าที่สุดของแบรนด์ในยุคปัจจุบัน แม้ว่าตัวรถจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นประมาณ 80 กิโลกรัม เนื่องจากการติดตั้งหลังคาผ้าแบบเปิดประทุน แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมอย่างน่าทึ่ง ด้วยการจับคู่กับแบตเตอรี่ขนาด 83 kWh ในรูปแบบ T-Bone ทำให้ Maserati GranCabrio Folgore สามารถทำระยะทางวิ่งสูงสุดได้ถึง 451 กม./ชาร์จ ตามมาตรฐานการทดสอบ WLTP ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน และยังคงความคล่องตัวในการเป็นรถสปอร์ตเปิดประทุนที่เหมาะกับการขับขี่ท่องเที่ยวพักผ่อน
ถึงแม้ก่อนหน้านี้ทาง Stellantis ผู้ผลิตแม่ของ Maserati เคยกล่าวว่าจะให้กำลังถึง 1,200 แรงม้า แต่ด้วยข้อจำกัดทางเทคนิคในปัจจุบัน การตอบสนองของ Maserati GranCabrio Folgore ก็ยังคงทรงพลังเกินคำบรรยาย Maserati GranCabrio Folgore สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 2.8 วินาทีเท่านั้น และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 290 กม./ชม. นอกจากนี้ ตัวรถยังมาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ทำให้การยึดเกาะถนนเป็นไปอย่างยอดเยี่ยม รองรับการชาร์จที่รวดเร็วด้วยกำลังสูงสุดถึง 270 kW โดยเคลมว่าสามารถชาร์จได้ 100 กม. ภายใน 5 นาที และสามารถชาร์จจาก 20-80% ได้ภายในเวลาเพียง 18 นาทีเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานในยุคปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็วในการเติมพลังงาน
เสียงของอิสระ: การออกแบบและเทคโนโลยีภายใน
หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในตระกูลรถยนต์ไฟฟ้าของ Maserati คือ Maserati GranCabrio Folgore ได้นำระบบสร้างเสียงจำลอง (Sound Generator) ที่มีศักยภาพสูงเข้ามาใช้ ซึ่งคล้ายคลึงกับเทคโนโลยีที่พบใน Abarth 500 โดยผู้ผลิตได้กล่าวว่าทั้งเสียงที่ดังมาจากภายนอกและภายในห้องโดยสารจะมีเสียงที่เหมือนกันและเร้าใจไม่แพ้เครื่องยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูง
ภายใน Maserati GranCabrio Folgore ยังคงรักษาเลย์เอาต์แบบ 4 ที่นั่งไว้เช่นเดียวกับรถยนต์ GranCabrio รุ่นมาตรฐาน พร้อมด้วยอุปกรณ์และฟีเจอร์ต่างๆ ที่ครบครัน อาทิ จอระบบความบันเทิงขนาด 12.3 นิ้ว ระบบทำความอุ่นคอ (Neck Warmer) ที่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน และระบบเครื่องเสียง Sonus faber ที่ให้ความรู้สึกเหนือระดับในการขับขี่
Maserati ยังได้เปิดเผยว่า การตกแต่งภายในของ Maserati GranCabrio Folgore สามารถปรับแต่งได้อย่างหลากหลาย ทั้งในเรื่องของสีและวัสดุ โดยผู้เป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าในตระกูล Folgore สามารถเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่าง Econyl ซึ่งเป็นวัสดุไนลอนที่ผลิตขึ้นจากการนำอวนจับปลาและพรมเก่ามาผ่านกระบวนการรีไซเคิล ถือเป็นการผสานความหรูหราเข้ากับความยั่งยืนได้อย่างลงตัว
110 ปี แห่งประวัติศาสตร์: ความผูกพันกับรากเหง้า
นอกจากการเฉลิมฉลองครบรอบ 110 ปีของแบรนด์ในงาน Folgore Day แล้ว ผู้ผลิตยังได้เปิดตัวแคมเปญไฟฟ้าภายใต้ชื่อ “It Turns You On” ซึ่งเป็นการผสมผสานความหลงใหลในสมรรถนะรถยนต์เข้ากับยุคพลังงานไฟฟ้า
Maserati GranCabrio Folgore ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์สปอร์ตเปิดประทุนทั่วไป แต่คือสัญลักษณ์ของการเดินทางครั้งใหม่ของ Maserati สู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัว โดยยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ด้านดีไซน์สไตล์อิตาลี คุณภาพที่ปราณีต และความหรูหราที่น่าหลงใหล
เส้นทางสู่ความเป็นผู้นำ: วิสัยทัศน์ของ Maserati ในยุคไฟฟ้า
ในงาน Folgore Day ที่เมืองริมินี ได้มีการอธิบายรายละเอียดส่วนประกอบสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้าในตระกูล Folgore อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างตัวถังแบบ Roll-Cage สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่นำมาประยุกต์ใช้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือ Davide Grasso ซีอีโอของ Maserati ไม่ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า Maserati จะกลายเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า 100% อย่างสมบูรณ์ในอนาคต
Grasso อธิบายว่า ในฐานะแบรนด์รถยนต์หรู Maserati ต้องการ