![[ครบชุด] T1709929_สาม ราคาแพง](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260918_144408.jpg)
Maserati GranCabrio Folgore Tignanello: นวัตกรรมแห่งพลังงานไฟฟ้า ผสานจิตวิญญาณแห่งไวน์ระดับตำนาน
ปี 2026 วงการยานยนต์หรูไม่เพียงแค่ขับเคลื่อนด้วยสมรรถนะ แต่ยังขับเคลื่อนด้วยจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรม ความหรูหรา และเรื่องราวอันลึกซึ้ง “Maserati GranCabrio Folgore Tignanello” รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นพิเศษจากตระกูลกรันคาบริโอ โฟลกอเร (GranCabrio Folgore) ได้เผยโฉมอย่างเป็นทางการ สะท้อนความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตรถยนต์หรูชั้นนำระดับโลกและผู้ผลิตไวน์ระดับตำนาน เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ของไวน์ชั้นนำสัญชาติอิตาลี ติญาเนลโล (Tignanello)
การถือกำเนิดของ Maserati GranCabrio Folgore Tignanello ไม่ใช่เพียงการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงและความหรูหราเหนือกาลเวลา แต่ยังเป็นการร้อยเรียงเรื่องราวแห่งความหลงใหล วัฒนธรรม และนวัตกรรมที่สืบทอดกันมาหลายศตวรรษ การเฉลิมฉลองวาระพิเศษ 50 ปีของไวน์ “ติญาเนลโล” (Tignanello) ทำให้มาเซราติ (Maserati) ได้สร้างสรรค์รถยนต์เวอร์ชั่นพิเศษเพื่อการประมูลที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ในงาน Arts for all Gala เทศกาลงานศิลปะการกุศลชั้นนำในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงคุณค่าแห่งการสร้างสรรค์และจิตวิญญาณแห่งความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาเซราติ
110 ปีแห่งความภาคภูมิใจ: จุดเริ่มต้นของความร่วมมือ
ในปี 2026 นี้ มาเซราติฉลองครบรอบ 110 ปีแห่งการก่อตั้งแบรนด์ ในโอกาสเดียวกันนี้ มาเซราติได้จับมือกับ มาร์เคเซ่ อันติโนริ (Marchesi Antinori) ตระกูลผู้ผลิตไวน์ที่มีประวัติยาวนานกว่า 600 ปี และสืบทอดการบ่มไวน์ต่อกันมาถึง 26 รุ่น จนกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของประเทศอิตาลี
แรงบันดาลใจในการร่วมมือครั้งนี้เกิดจากความเชื่อที่ว่า ติญาเนลโล และมาเซราติ ต่างก็มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน จิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรม และความสำคัญของประเพณีที่สืบทอดมายาวนาน ทำให้ มาร์เคเซ่ อันติโนริ เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตไวน์ที่ดีที่สุดในโลก มาร์เคเซ่ อันติโนริ และติญาเนลโล สะท้อนถึงความรู้สึกและแพสชันที่เป็นเอกลักษณ์และจิตวิญญาณของมาเซราติ ได้อย่างชัดเจน ในฐานะที่มาเซราติเป็นผู้บุกเบิกและเป็นผู้นำในประวัติศาสตร์แห่งวงการยานยนต์ และขับเคลื่อนด้วยความปรารถนาที่จะเป็นสัญลักษณ์แห่งยุคสมัย
จากไร่องุ่นสู่ยนตรกรรม: แรงบันดาลใจแห่งการรังสรรค์
แรงบันดาลใจในการรังสรรค์รถยนต์พิเศษรุ่นนี้ เริ่มขึ้นในไร่องุ่น ซึ่งเปรียบเสมือนรากเหง้าและอาณาจักรส่วนตัว ทั้งมาร์เคเซ่ อันติโนริ และติญาเนลโล ต่างก็มีอาณาจักรที่เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างคุณค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ของตน จากห้องใต้ดินอันเป็นแดนมหัศจรรย์ที่สรรค์สร้างและหมักบ่มไวน์ชั้นดี จากฉลาก ติญาเนลโล ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา และการที่ผลิตภัณฑ์ยังคงเป็นที่รู้จักยอมรับ เช่นเดียวกับการเป็นแบรนด์ระดับไอคอนของค่ายตรีศูล
ในการรังสรรค์รถยนต์ที่มีบุคลิกพิเศษ โดยการผสมผสานกับคุณค่าของ มาร์เคเซ่ อันติโนริ และ ติญาเนลโล มาเซราติ ได้วิจัยค้นหาความเป็นเอกลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของแบรนด์ไวน์ชั้นนำดังกล่าว รวมทั้งยกย่องครอบครัวนักบ่มไวน์ชาวฟลอเรนซ์ ด้วยการเลือกสีสัน วัสดุที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรม และรายละเอียดสุดประณีต ทำให้ กรันคาบริโอ โฟลกอเร ติญาเนลโล กลายเป็นเสมือนบทกวีที่ร้อยเรียงขึ้น เพื่อสรรเสริญไร่องุ่น ติญาเนลโล และความเป็นมา 50 ปี ของไวน์ชั้นนำ
รูปลักษณ์ภายนอก: เอกลักษณ์แห่งสุนทรียศาสตร์
รูปลักษณ์ภายนอกของ กรันคาบริโอ โฟลกอเร ติญาเนลโล เกิดจากการรังสรรค์พิเศษเพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งสีของตัวถังที่เป็นสีพิเศษ ‘Terra di Tignanello’ หรือสีน้ำตาลเชสต์นัท ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีของดินในไร่องุ่น เพิ่มโทนอบอุ่นด้วยสีเบอร์กันดีเหลือบทองแดง ซึ่งสื่อถึงโทนสีแดงของถังบ่มไวน์ ติญาเนลโล ทำให้เนื้อสีเข้มข้นมีเงาเมทัลลิก นับได้ว่าเป็นสีแห่งความเหนือระดับที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสิ่งแวดล้อมในไร่องุ่น ขอบและก้านเบรกเป็นสีดำด้านและดำมันตามลำดับ ตราสัญลักษณ์สีทองแดงโลโก้ มาเซราติ สีทองแดงมันบนพื้นผิวมัน ส่วนหลังคาแบบซอฟต์ท็อปเป็นสีดำเช่นกัน
สีของตัวถัง ‘Terra di Tignanello’ ได้รับการพัฒนาโดยทีม Bespoke ของมาเซราติ ให้มีความลึกและซับซ้อนเฉกเช่นไวน์วินเทจชั้นดี เคลือบด้วยการเพิ่มประกายมุกสีแดงเบอร์กันดีที่สะท้อนแสงอย่างนุ่มนวล เพิ่มมิติด้วยโทนสีทองแดงเล็กน้อยที่ขอบของตัวถัง มอบความรู้สึกลุ่มลึกและอบอุ่น ดุจไวน์แดงชั้นดีที่ดื่มด่ำอย่างช้าๆ
ภายใน: การผสานรวมระหว่างนวัตกรรมและธรรมชาติ
ส่วนรายละเอียดที่โรแมนติกที่สุดคือการตกแต่งภายใน ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ของติญาเนลโล และเฉลิมฉลองประวัติอันยาวนานของผู้ผลิตไวน์ได้ชัดเจน รวมทั้งนำธรรมเนียมประเพณี นวัตกรรม และความประณีตมาผสานรวมกันอย่างลงตัว เบาะนั่งทำจากหนังตกแต่งด้วยวัสดุหลายอย่างในโทนสีเงินและสีแดงเบอร์กันดี ที่ถักทอเข้าด้วยกันด้วยวัสดุของบริษัท Vegea ซึ่งเป็นเส้นใยที่มีความยืดหยุ่นซึ่งพัฒนามาจากวัสดุในไร่องุ่น ชวนให้นึกถึงต้นองุ่นที่เรียงรายเป็นแนวบนเนินเขาติญาเนลโลที่มีหินอัลบาเรส (Alberese) อยู่ตรงกลาง วัสดุนี้ทั้งดูเหมือนหนัง และให้ความรู้สึกเช่นเดียวกัน ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในยนตรกรรมของ มาเซราติ
ส่วนวัสดุอื่นๆ ล้วนทำจากวัสดุธรรมชาติทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นไม้สีเข้มสลักด้วยเลเซอร์ เพื่อสื่อถึงเทคนิคการใช้ความร้อนในการทำถังไม้โอ๊กสำหรับบ่มไวน์ การตกแต่งที่ประตูมีรายละเอียดสะท้อนถึงการผลิตไวน์ ติญาเนลโล พนักพิงศีรษะปักลายหรูผสานทั้งตราตรีศูลของมาเซราติและดวงอาทิตย์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่น ซึ่งประทับอยู่บนฉลากของไวน์ติญาเนลโลมานาน นอกจากนี้ยังได้สลักเลข 1971 และ 2021 ด้วยเลเซอร์ลงบนคอนโซลกลาง สื่อถึง 50 ปี ที่ไวน์ติญาเนลโลออกสู่ตลาด
เบาะนั่ง: นวัตกรรมจากธรรมชาติ
การเลือกใช้หนังจากวัสดุในไร่องุ่น Vegea นับเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดของการใช้วัสดุในอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างแท้จริง วัสดุนี้สร้างสรรค์ขึ้นจากส่วนประกอบที่เหลือจากการผลิตไวน์ โดยการนำไวน์องุ่นเหลือใช้มาผ่านกระบวนการทางธรรมชาติ เพื่อสร้างเป็นวัสดุที่แข็งแรง ยืดหยุ่น และมีผิวสัมผัสคล้ายหนังชั้นดี
เบาะนั่งของ Maserati GranCabrio Folgore Tignanello ใช้หนัง Vegea ที่ผสมผสานกับหนังแท้คุณภาพสูงในโทนสีเงินและสีแดงเบอร์กันดี ให้ความรู้สึกหรูหราเหนือกาลเวลา แตกต่างจากการออกแบบเบาะนั่งในรถสปอร์ตทั่วไป สีเงินสะท้อนถึงความบริสุทธิ์และความสง่างาม ในขณะที่สีแดงเบอร์กันดีสื่อถึงความลุ่มลึกและหรูหราของไวน์ชั้นดี การถักทอวัสดุทั้งสองชนิดเข้าด้วยกันอย่างประณีต แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด สะท้อนเอกลักษณ์ของความเป็นรถยนต์ในโครงการ Bespoke ที่ต้องการสร้างความแตกต่าง