![[ครบชุด] T1709946_อยากม เง น 10ล าน](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260918_144647.jpg)
Maserati GranCabrio Folgore Tignanello: การเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งไวน์ระดับตำนาน สู่ยานยนต์ไร้มลพิษแห่งศตวรรษที่ 21
โพสต์เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
ในปี พ.ศ. 2569 ค่ายตรีศูล (Maserati) ได้เปิดตัวผลงานสุดพิเศษจากโครงการ Bespoke ที่ผสานศาสตร์แห่งความสง่างามและวิศวกรรมชั้นสูงเข้าไว้ด้วยกันอีกครั้ง ผ่านการสร้างสรรค์ Maserati GranCabrio Folgore Tignanello ซึ่งเกิดขึ้นจากการร่วมมืออันทรงคุณค่ากับ Marchesi Antinori ผู้ผลิตไวน์ชื่อดังระดับโลก เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีของไวน์ Tignanello อันเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในเวทีสากล
รถยนต์รุ่นพิเศษนี้มิได้เป็นเพียงการร่วมมือทางธุรกิจ หากแต่เป็นการนำเสนอ “บทกวีแห่งสัมผัส” ที่ร้อยเรียงเรื่องราวแห่งท้องทุ่งอันอุดมสมบูรณ์ เทคนิคการบ่มไวน์ที่สืบทอดกันมานับศตวรรษ และจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ผลงานดังกล่าวถูกสร้างสรรค์ขึ้นแบบเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อนำไปประมูลในงาน Arts for All Gala ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลงานศิลปะการกุศลชั้นนำในสหรัฐอเมริกา
110 ปีแห่งตระกูลตรีศูล ผสานจิตวิญญาณแห่งไวน์ Tignanello
ในโอกาสครบรอบ 110 ปีแห่งการก่อตั้งค่ายตรีศูล มาเซราติ ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำในประวัติศาสตร์วงการยานยนต์ ด้วยการรังสรรค์ยนตรกรรมที่สะท้อนถึงความหลงใหลและความมุ่งมั่นที่จะเป็นสัญลักษณ์แห่งยุค การร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานศาสตร์และศิลป์เข้ากับครอบครัวนักบ่มไวน์ชาวฟลอเรนซ์ (Marchesi Antinori) ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 600 ปี และสืบทอดการบ่มไวน์ต่อเนื่องมาถึง 26 รุ่น
ครอบครัว Antinori ถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไวน์ชั้นนำของโลก ด้วยเอกลักษณ์ที่ชัดเจน จิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรม และการให้ความสำคัญกับคุณค่าของประเพณีที่สืบทอดมายาวนาน คุณสมบัติเหล่านี้สะท้อนถึงจิตวิญญาณของ Maserati ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในฐานะแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและทรงอิทธิพลในประวัติศาสตร์
แรงบันดาลใจในการรังสรรค์รถยนต์รุ่นพิเศษนี้ เริ่มต้นจาก “ไร่องุ่น” อันเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการสร้างสรรค์ไวน์ Tignanello ห้องใต้ดินอันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ซึ่งไวน์ได้รับการบ่มเพาะอย่างพิถีพิถัน และฉลาก Tignanello ที่คงเอกลักษณ์เดิมมาตลอดกว่าครึ่งศตวรรษ เปรียบได้กับแบรนด์ระดับไอคอนอย่าง Maserati ซึ่งยังคงรักษาเสน่ห์และคุณภาพอันเป็นตำนานไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แม้จะมีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้ง
ในการรังสรรค์รถยนต์ที่มีบุคลิกพิเศษ ผสมผสานกับคุณค่าของแบรนด์ไวน์ชั้นนำแห่งแคว้นทัสคานี มาเซราติได้ทำการวิเคราะห์และค้นหาความเป็นเอกลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของ Antinori รวมถึงการยกย่องครอบครัวนักบ่มไวน์ชาวฟลอเรนซ์ ด้วยการคัดสรรสีสัน วัสดุที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรม และรายละเอียดอันประณีต ทำให้ Maserati GranCabrio Folgore Tignanello กลายเป็นเหมือนบทกวีที่ถักทอขึ้นเพื่อสรรเสริญไร่องุ่น Tignanello และเฉลิมฉลอง 50 ปีแห่งไวน์ชั้นนำ
ความพิเศษของ Maserati GranCabrio Folgore Tignanello: การผสานสีสันแห่งผืนดินและโทนสีของไวน์
รูปลักษณ์ภายนอกของ Maserati GranCabrio Folgore Tignanello ได้รับการรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษเพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว สีตัวถังภายนอกเป็นสีพิเศษที่เรียกว่า ‘Terra di Tignanello’ หรือสีน้ำตาลเชสต์นัท (Chestnut Brown) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสีของดินในไร่องุ่น Tignanello ในทัสคานี เพื่อเพิ่มความอบอุ่นและแสดงถึงความเชื่อมโยงทางธรรมชาติของวัตถุดิบอันล้ำค่า
อย่างไรก็ตาม สีสันที่โดดเด่นที่สุดของรถยนต์รุ่นนี้ คือโทนสีเบอร์กันดีเหลือบทองแดง (Burgundy-Copper) ซึ่งสื่อถึงสีของไวน์แดง Tignanello เมื่อต้องกระทบแสงแดด ทำให้เนื้อสีดูเข้มข้นและมีมิติสะท้อนความหรูหราอย่างเหนือระดับ ถือเป็นการผสมผสานสีสันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งแวดล้อมในไร่องุ่นได้อย่างน่าอัศจรรย์
นอกจากนี้ รายละเอียดทางเทคนิคยังสะท้อนถึงความใส่ใจในทุกมิติ ขอบและก้านเบรกเป็นสีดำด้าน (Matte Black) และสีดำมัน (Glossy Black) ตามลำดับ เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งและดุดันให้กับตัวรถ ตราสัญลักษณ์ Maserati สีทองแดงมันบนพื้นผิวสีดำมัน ส่วนหลังคาแบบซอฟต์ท็อป (Soft Top) ยังคงเป็นสีดำเช่นกัน เพื่อเน้นย้ำความหรูหราและความสง่างามของรถยนต์เปิดประทุนระดับพรีเมียม
เบาะนั่งสุดพิเศษ: การถักทอจากพืชพันธุ์ในไร่องุ่น
ส่วนที่โรแมนติกและน่าประทับใจที่สุดของ Maserati GranCabrio Folgore Tignanello คือการตกแต่งภายใน ซึ่งสะท้อนถึงอัตลักษณ์ของไวน์ Tignanello ได้อย่างลึกซึ้ง พร้อมทั้งเฉลิมฉลองประวัติอันยาวนานของผู้ผลิตไวน์ การผสมผสานระหว่างประเพณีอันยาวนาน นวัตกรรมที่ทันสมัย และความประณีต คือหัวใจสำคัญของการออกแบบนี้
เบาะนั่งถูกออกแบบให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยใช้การตกแต่งด้วยวัสดุหลายอย่างในโทนสีเงินและสีแดงเบอร์กันดี โดยวัสดุหลักคือ Vegea ซึ่งเป็นเส้นใยที่มีความยืดหยุ่นสูงและพัฒนามาจากวัตถุดิบในไร่องุ่น (Grape-based textile) สร้างความเชื่อมโยงกับต้นองุ่นที่เรียงรายเป็นแนวบนเนินเขา Tignanello ที่มีหิน Alberese (หินปูนเนื้อละเอียด) อยู่ตรงกลาง วัสดุ Vegea นี้ไม่เพียงแต่มีสัมผัสและรูปลักษณ์ที่คล้ายคลึงกับหนังแท้ แต่ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และถือเป็นการนำมาใช้ครั้งแรกในยานยนต์ของแบรนด์ Maserati อีกด้วย
ส่วนวัสดุอื่นๆ ภายในห้องโดยสารล้วนทำจากวัสดุธรรมชาติคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็น ไม้สีเข้มสลักด้วยเลเซอร์ (Laser-engraved dark wood) เพื่อสื่อถึงเทคนิคการใช้ความร้อนในการทำถังไม้โอ๊กสำหรับบ่มไวน์ การตกแต่งที่ประตูยังคงสะท้อนรายละเอียดของการผลิตไวน์ Tignanello พนักพิงศีรษะปักลายหรูหราที่ผสานทั้งตราสัญลักษณ์ตรีศูลของ Maserati และดวงอาทิตย์ (Sun) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นบนฉลากของไวน์ Tignanello มานานหลายทศวรรษ
นอกจากนี้ ยังมีการสลักตัวเลข 1971 และ 2021 ด้วยเลเซอร์ลงบนคอนโซลกลาง เพื่อระลึกถึง 50 ปี ของไวน์ Tignanello นับตั้งแต่เปิดตัวสู่ตลาดครั้งแรกในต้นทศวรรษ 1970 รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ล้วนบ่งบอกถึงเรื่องราวและคุณค่าที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังยนตรกรรมสุดพิเศษคันนี้
เทคโนโลยีแห่งอนาคต: Maserati GranCabrio Folgore EV กับขุมพลังไร้มลพิษ
Maserati GranCabrio Folgore ไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่รูปลักษณ์อันงดงาม แต่ยังเป็นรถยนต์เปิดประทุนที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า 100% (Fully Electric) ภายใต้แนวคิด Folgore (ซึ่งแปลว่า ‘สายฟ้า’ ในภาษาอิตาลี) แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ Maserati ในการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยไม่ทิ้งสมรรถนะและความสปอร์ตที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์
รถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ (800-Volt Architecture) ซึ่งต้องอาศัยวิศวกรรมอันซับซ้อนและทันสมัยที่สุด เทคโนโลยีนี้พัฒนามาจากประสบการณ์ตรงของ Maserati ในการแข่งขัน Formula E ทำให้รถยนต์รุ่นนี้มีกำลังที่มหาศาล แต่ยังคงรักษาความสะดวกสบาย ความเงียบสงบ และความหรูห