![[ครบชุด] T1909121_ชายด ๆม นไม ม น ำยา](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260919_233111.jpg)
Maserati GranCabrio Folgore Tignanello: ผสานศาสตร์แห่งยานยนต์และศิลปะไวน์ชั้นสูงฉลอง 50 ปี ติญาเนลโล
กรุงเทพฯ, 16 กรกฎาคม 2567 — ค่ายรถหรูระดับตำนาน Maserati เปิดตัวยนตรกรรมไฮไลท์รุ่นล่าสุดภายใต้โครงการ Bespoke เพื่อสร้างสรรค์รถยนต์เฉพาะบุคคล โดยครั้งนี้เป็นการผสานความร่วมมือสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับครอบครัวนักบ่มไวน์ชั้นเลิศอย่าง Marchesi Antinori เพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ของไวน์แดงชื่อดังระดับโลก “Tignanello” อย่างยิ่งใหญ่
ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ Maserati ได้รังสรรค์รถยนต์เปิดประทุนพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่น GranCabrio Folgore ขึ้นมาในเวอร์ชันพิเศษ เพื่อมอบให้กับ Marchesi Antinori สำหรับนำไปประมูลในงาน Arts for all Gala ณ รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นงานเทศกาลศิลปะการกุศลชั้นนำของสหรัฐอเมริกา การร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความหลงใหลในคุณภาพ ความพิถีพิถัน และจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมของทั้งสองแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก
Maserati และ Marchesi Antinori: มรดกแห่งประวัติศาสตร์และความภาคภูมิใจของอิตาลี
การเฉลิมฉลองครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญที่ Maserati ก้าวสู่ปีที่ 110 แห่งการก่อตั้งค่ายตรีศูล โดยได้ร่วมมือกับ Marchesi Antinori ตระกูลนักบ่มไวน์ชาวฟลอเรนซ์ที่มีประวัติยาวนานกว่า 600 ปี และสืบทอดกิจการมาถึง 26 รุ่น จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไวน์ที่ดีที่สุดของโลก
ความโดดเด่นของครอบครัว Antinori นั้นไม่ได้มีเพียงแค่ชื่อเสียง แต่ยังรวมถึงความมุ่งมั่นในการรักษาคุณภาพมาตรฐานดั้งเดิม ควบคู่ไปกับการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้นตลอดมา เอกลักษณ์ที่ชัดเจนนี้สะท้อนถึงความรู้สึกและแพสชันที่เป็นแกนหลักของ Maserati ได้อย่างลึกซึ้ง ในฐานะที่ค่ายตรีศูลเป็นผู้นำในประวัติศาสตร์ยานยนต์ และมีจิตวิญญาณที่มุ่งมั่นในการเป็นสัญลักษณ์แห่งยุคใหม่เช่นเดียวกัน
แรงบันดาลใจจากไร่องุ่น สู่ยนตรกรรมสุดหรู
แรงบันดาลใจในการรังสรรค์รถยนต์ GranCabrio Folgore Tignanello รุ่นพิเศษนี้ มาจากบรรยากาศอันงดงามในไร่องุ่น ซึ่งเปรียบเสมือนรากฐานสำคัญที่สร้างคุณค่าให้แก่องค์กร ไม่ว่าจะเป็นอาณาจักรส่วนตัวของ Marchesi Antinori หรือห้องใต้ดินอันเป็นหัวใจหลักของการหมักบ่มไวน์ชั้นเยี่ยม
เอกลักษณ์สำคัญของไวน์ Tignanello คือความสม่ำเสมอและความเป็นอมตะ แม้กาลเวลาจะผ่านไปกว่า 50 ปี แต่ฉลากไวน์ยังคงรูปแบบเดิม และได้รับการยอมรับว่าเป็นแบรนด์ระดับไอคอนเช่นเดียวกับ Maserati ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์และความหรูหราสง่างามมาอย่างยาวนาน
ในการสรรค์สร้างรถยนต์ที่มีบุคลิกโดดเด่น โดยนำเสนอคุณค่าของ Marchesi Antinori และ Tignanello ผสมผสานกับจิตวิญญาณของ Maserati ทางค่ายได้วิจัยค้นหาความเป็นเอกลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ไวน์ชั้นนำ รวมถึงการยกย่องครอบครัวนักบ่มไวน์ชาวฟลอเรนซ์ ผ่านการคัดสรรสีสัน วัสดุที่เป็นนวัตกรรม และรายละเอียดสุดประณีต ทำให้ GranCabrio Folgore Tignanello กลายเป็นเสมือนบทกวีแห่งยานยนต์ที่ร้อยเรียงขึ้นเพื่อสรรเสริญไร่องุ่น Tignanello และการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของไวน์ระดับโลกนี้
ดีไซน์ภายนอก: ความหรูหราที่สะท้อนสีสันแห่งธรรมชาติ
รูปลักษณ์ภายนอกของ GranCabrio Folgore Tignanello ได้รับการรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษเพื่อให้มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ตัวถังมาพร้อมสีพิเศษ ‘Terra di Tignanello’ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสีน้ำตาลเชสต์นัทของดินในไร่องุ่น เพิ่มความอบอุ่นด้วยโทนสีเบอร์กันดีเหลือบทองแดง ที่สื่อถึงสีของไวน์ Tignanello ในระหว่างการบ่มในถังไม้โอ๊ก ทำให้สีตัวถังมีความเข้มข้นพร้อมประกายเมทัลลิก นับได้ว่าเป็นสีแห่งความเหนือระดับที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งแวดล้อมโดยตรง
สำหรับองค์ประกอบอื่นๆ ยังคงเอกลักษณ์ความสปอร์ตและความหรูหราไว้ครบถ้วน ขอบเบรกเป็นสีดำด้าน ส่วนคาลิปเปอร์เบรกเป็นสีดำมัน ตราสัญลักษณ์ Maserati เป็นสีทองแดงมันวาว พร้อมโลโก้สีทองแดงประทับบนพื้นผิวมัน ส่วนหลังคาแบบซอฟต์ท็อปเป็นสีดำเข้าชุด ตัดกับสีตัวถังได้อย่างลงตัว
การตกแต่งภายใน: ความประณีตเหนือจินตนาการ ผสานนวัตกรรมและประเพณี
รายละเอียดที่งดงามและเปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่สุดของ Maserati GranCabrio Folgore Tignanello อยู่ที่การตกแต่งภายใน ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ของไวน์ Tignanello และเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์อันยาวนานของผู้ผลิตไวน์ได้อย่างชัดเจน
ห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้ผสานรวมประเพณีอันล้ำค่าเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว เบาะนั่งบุด้วยหนังคุณภาพสูงตกแต่งด้วยวัสดุผสมผสานระหว่างสีเงินและสีแดงเบอร์กันดี ที่ร้อยเรียงอย่างประณีตด้วยวัสดุจากบริษัท Vegea ซึ่งเป็นเส้นใยที่มีความยืดหยุ่นสูงที่พัฒนามาจากวัสดุจากไร่องุ่น ชวนให้นึกถึงแนวต้นองุ่นที่เรียงรายอยู่บนเนินเขา Tignanello ที่มีหิน Alberese เป็นฉากหลัง วัสดุ Vegea นี้ให้สัมผัสและความรู้สึกใกล้เคียงกับหนังชั้นดี ถือเป็นการนำวัสดุประเภทนี้มาใช้ในยนตรกรรมของ Maserati เป็นครั้งแรก
นอกจากนี้ วัสดุอื่นๆ ภายในห้องโดยสารล้วนทำจากวัสดุธรรมชาติที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะส่วนของไม้ที่ผ่านกระบวนการแกะสลักด้วยเลเซอร์ ซึ่งสื่อถึงเทคนิคการใช้ความร้อนในการทำถังไม้โอ๊กสำหรับการบ่มไวน์ การตกแต่งที่ประตูมีรายละเอียดที่เชื่อมโยงกับกระบวนการผลิตไวน์ Tignanello
จุดเด่นที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของไวน์อย่างชัดเจนคือการปักตราบนพนักพิงศีรษะ ที่ผสมผสานระหว่างสัญลักษณ์ตรีศูลของ Maserati และดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์โดดเด่นที่ปรากฏอยู่บนฉลากไวน์ Tignanello มาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ ยังมีการสลักตัวเลข 1971 และ 2021 ด้วยเลเซอร์ลงบนแผงคอนโซลกลาง เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของการออกสู่ตลาดของไวน์ Tignanello
Maserati GranCabrio Folgore: ยนตรกรรมเปิดประทุนไฟฟ้าสุดแรงแห่งยุค
Maserati GranCabrio Folgore คือยนตรกรรมเปิดประทุนรุ่นใหม่ล่าสุดจากค่ายตรีศูล ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบพลังงานไฟฟ้า 100% นับเป็นหนึ่งในรถยนต์เปิดประทุนที่ทรงพลังที่สุดในตลาดปัจจุบัน ด้วยการผสานสมรรถนะขั้นสูง ความสะดวกสบาย สไตล์ที่โดดเด่น และความหรูหรา ทำให้รุ่นนี้มีความน่าดึงดูดอย่างยิ่ง
รถยนต์รุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบ 800 โวลต์ ซึ่งพัฒนามาจากเครื่องยนต์ในรายการแข่งขัน Formula E มอบกำลังขับเคลื่อนที่เหนือชั้น พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลสะดวกสบาย และยังคงไว้ซึ่งความสง่างามในแบบฉบับของ Maserati
นวัตกรรมจากอิตาลี: โลกแห่งเสียงเพลงในห้องโดยสาร
เพื่อให้การเดินทางด้วย Maserati GranCabrio Folgore Tignanello รุ่นพิเศษนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ทางค่ายได้ร่วมมือกับ Sonus faber แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเสียงระดับ Hi-End จากอิตาลี เพื่อรังสรรค์ระบบเครื่องเสียงที่ให้คุณภาพเสียงบริสุทธิ์และเสียงเบสที่หนักแน่น รองรับการเล่นไฟล์ความละเอียดสูง เพื่อมอบประสบการณ์การฟังเพลงที่ดื่มด่ำอย่างแท้จริง
ห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีฟ้า ‘Tignanello Blue’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีม่วงของไวน์ Tignanello ที่มีประกายสีแดงเบอร์กันดีเจืออยู่ มอบความหรูหราและสง่างามที่แตกต่าง
ข้อเสนอพิเศษ: เป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์
งานประมูลรถ GranCabrio Folgore