![[ครบชุด] T1809411_เม ยท เล ยงล กอย บ าน ม ค ากว าท ค ณค ด](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260921_102412.jpg)
Maserati GranCabrio 2026: เปิดประทุนความหรูหราแห่งอนาคต สัมผัสสมรรถนะเหนือชั้น
ในปี 2026 นี้ วงการยานยนต์ระดับลักชัวรี่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อค่าย Maserati ประเทศไทย ได้เปิดตัว ‘GranCabrio’ โฉมใหม่ ยนตรกรรมสปอร์ตเปิดประทุนระดับไอคอนที่ครองใจนักขับมาอย่างยาวนาน ด้วยการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างเทคโนโลยีแห่งอนาคตกับความหรูหราแบบฉบับอิตาลี รถรุ่นนี้เปรียบได้กับ ‘GranTurismo’ เวอร์ชั่นเปิดประทุน และได้ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันในประเทศอิตาลี เพื่อตอบโจทย์นักขับที่ต้องการทั้งความสบาย สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ และสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ ภายใต้คอนเซปต์ ‘Drive Like the Best Is Yet To Come’ นับเป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น
Maserati GranCabrio ในปี 2026 มาพร้อมกับสองทางเลือกของขุมพลังที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคยุคใหม่ ได้แก่รุ่น ‘Trofeo’ ที่มาพร้อมเครื่องยนต์สันดาปประสิทธิภาพสูง ‘Nettuno’ และรุ่น ‘Folgore’ ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100%
ประวัติศาสตร์แห่งความสง่างาม: จากต้นแบบสู่ยนตรกรรมแห่งอนาคต
ก่อนจะเจาะลึกถึงรายละเอียดทางเทคนิคและราคาของ Maserati GranCabrio 2026 การย้อนกลับไปดูประวัติความเป็นมาของ ‘GranTurismo’ เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะทั้งสองรุ่นมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดในด้านการออกแบบและจิตวิญญาณของแบรนด์
ในปี 2023 Maserati ได้เปิดตัว ‘GranTurismo’ โฉมใหม่ เป็นยนตรกรรมสปอร์ต 2+2 ที่ผสมผสานความหรูหรา ความสะดวกสบาย และสมรรถนะแบบสปอร์ตเข้าด้วยกันได้อย่างไร้ที่ติ รุ่นนี้มาพร้อมทางเลือกสองขุมพลังคือ เครื่องยนต์สันดาป ‘Nettuno’ 3.0 ลิตร V6 Twin-Turbo ที่ให้กำลัง 550 แรงม้า และรุ่นไฟฟ้า ‘Folgore’ ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัวจากเทคโนโลยีสนามแข่ง Formula E
การเปิดตัว ‘GranCabrio’ เป็นการต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว โดยเป็นการนำความงามสง่าและพละกำลังของ ‘GranTurismo’ มาสู่รูปแบบรถเปิดประทุน ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดรถหรูอยู่เสมอ การออกแบบใหม่นี้ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของ Maserati ไว้ได้อย่างครบถ้วน ขณะเดียวกันก็เพิ่มความโดดเด่นและความเป็นสปอร์ตที่น่าหลงใหล
มิติตัวถังและดีไซน์: ความสวยงามที่ลงตัว
Maserati GranCabrio 2026 ยังคงรูปลักษณ์ที่ดูหรูหราและสง่างามเช่นเดียวกับรุ่น GranTurismo แต่มีการปรับเปลี่ยนให้ตอบรับกับการเป็นรถเปิดประทุน โดยเฉพาะดีไซน์ของหลังคาและพื้นที่ภายในห้องโดยสาร
มิติตัวถังของ GranCabrio มีความยาวประมาณ 4,966 มิลลิเมตร กว้าง 2,048 มิลลิเมตร และสูง 1,354 มิลลิเมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่พอสมควร แต่ยังคงความเป็นสปอร์ตคูเป้ขนาดใหญ่ได้อย่างดี ระยะฐานล้อประมาณ 2,929 มิลลิเมตร ช่วยให้การขับขี่มีความมั่นคงและพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง
ดีไซน์ภายนอก ยังคงความดุดันแต่สง่างามของ Maserati ไว้ได้อย่างครบถ้วน กระจังหน้าขนาดใหญ่ตามสไตล์แบรนด์ ไฟหน้า LED ทรงยาวที่ให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยว เส้นสายตัวถังมีความพลิ้วไหวแต่แข็งแกร่ง
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของ Maserati GranCabrio 2026 คือ ‘หลังคาผ้าใบ’ ที่ได้รับการพัฒนาให้มีความทันสมัยที่สุด ใช้วัสดุคุณภาพสูง มีให้เลือกหลายสี ผู้ขับสามารถสั่งการเปิดหรือปิดหลังคาได้ง่ายเพียงกดปุ่มเดียว โดยใช้เวลาเพียง 14 วินาที ในการพับเก็บอัตโนมัติไปที่ท้ายรถ ซึ่งสามารถดำเนินการได้ในขณะที่รถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. การออกแบบนี้ไม่เพียงเพิ่มความสปอร์ตและอิสระในการขับขี่ แต่ยังคงรักษาความงดงามและสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์
การออกแบบภายใน: หรูหรา กว้างขวาง และสะดวกสบาย
ห้องโดยสารของ Maserati GranCabrio ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับผู้โดยสาร 4 คน (2+2) โดยเน้นความสะดวกสบายและความหรูหราเป็นหลัก เบาะนั่งออกแบบมาอย่างดี รองรับสรีระได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับการเดินทางไกล
หนึ่งในอุปกรณ์เสริมที่น่าสนใจคือ ‘แผ่นบังลม’ ซึ่งช่วยลดกระแสลมปั่นป่วนในห้องโดยสารขณะขับขี่แบบเปิดประทุน แผ่นบังลมสามารถพับเก็บได้ ทำให้ไม่รบกวนพื้นที่ใช้สอยมากนัก นอกจากนี้ แผงหน้าปัดยังถูกออกแบบมาให้มีความทันสมัย พร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์และบริการช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ทันสมัยที่สุด
ขุมพลังและสมรรถนะ: เลือกความแรงในแบบของคุณ
Maserati GranCabrio 2026 มอบทางเลือกด้านขุมพลังสองรูปแบบที่ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
Maserati GranCabrio Trofeo: พลังสันดาปสุดเร้าใจ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสมรรถนะที่ดิบและดุดัน ‘Trofeo’ มาพร้อมเครื่องยนต์สันดาป ‘Nettuno’ 3.0 ลิตร V6 Twin-Turbo ที่ให้กำลังสูงสุด 550 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุด 650 นิวตันเมตร เครื่องยนต์นี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของรถสปอร์ต Maserati มาตั้งแต่ปี 2021 และถูกพัฒนาต่อยอดมาให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในรุ่นนี้
สมรรถนะของ Trofeo ถือว่าน่าประทับใจมาก แม้จะเป็นรถเปิดประทุน น้ำหนักตัวถังที่เพิ่มขึ้นจากการติดตั้งหลังคาผ้าใบและกลไกเปิด-ปิด ก็ไม่ทำให้สมรรถนะลดลงอย่างเห็นได้ชัด อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาประมาณ 3.8 วินาที และความเร็วสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 315 กม./ชม. ซึ่งถือว่ารวดเร็วสำหรับรถเปิดประทุนขนาด 4 ที่นั่ง
Maserati GranCabrio Folgore: ขุมพลังไฟฟ้าแห่งอนาคต
‘Folgore’ คือคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์การขับขี่แบบไร้มลพิษ และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดในปัจจุบัน รุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีจากสนามแข่ง Formula E มาอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ Maserati GranCabrio Folgore เป็นรถสปอร์ตไฟฟ้าที่มีสมรรถนะเหนือระดับ
ระบบขับเคลื่อนของ Folgore ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว (หน้า 1 หลัง 2) ที่ทำงานร่วมกับสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800V ให้กำลังสูงสุดถึง 761 แรงม้า (PS) และแรงบิดมหาศาลถึง 1,350 นิวตันเมตร
การใช้เทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้าถึง 3 ตัว (Tri-Motor) ส่งผลให้รถมีอัตราเร่งที่ดุดันอย่างไม่น่าเชื่อ อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 2.8 วินาที และความเร็วสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 290 กม./ชม. ซึ่งถือว่าเร็วเทียบเท่ากับรถสปอร์ตไฟฟ้าหลายรุ่นในตลาด
ชุดแบตเตอรี่ของ Folgore มีความจุ 92.5 kWh ใช้เทคโนโลยีการวางแบตเตอรี่เป็นรูปตัว T เพื่อรักษาจุดศูนย์ถ่วงของรถให้อยู่ต่ำ ทำให้การเข้าโค้งและการควบคุมมีความแม่นยำ เทคโนโลยีนี้ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างตัวถังอีกด้วย ระยะทางการวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จอยู่ที่ประมาณ 375 กม. (WLTP) รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 270 kW
ระบบขับขี่และความปลอดภัย: อุ่นใจในทุกเส้นทาง
Maserati GranCabrio 2026 ไม่ได้เน้นเพียงแค่ความสวยงามและสมรรถนะ แต่ยังให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ระบบขับเคลื่อนแบบ all-wheel drive ช่วยให้รถเกาะถนนได้ดีในทุกสภาพอากาศ เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่
นอกจากนี้ เทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ยังได้รับการติดตั้งมาอย่างครบถ้วน เพื่อให้ผู้ขับขี่มั่นใจได้ว่ากำลังควบคุมรถที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดในปัจจุบัน ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ยังได้รับการออกแบบให้ใช้งานง่าย ไม่ว่าจะควบคุมระบบการขับขี่ ระบบปรับอากาศ หรือความบันเทิงต่างๆ
สิ่งที่ทำให้ Maserati GranCabrio โดดเด่นกว่าคู่แข่ง