![[ครบชุด] T1809459_หน งส น การหย าก](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260921_103435.jpg)
Maserati GranCabrio เปิดตัวสู่ยุคใหม่: สองทางเลือกแห่งสมรรถนะและความหรูหราสำหรับนักสะสมยานยนต์ไทย
กรุงเทพมหานคร, 25 กุมภาพันธ์ 2569 – ม้าลำพองสัญชาติอิตาลี เปิดศักราชใหม่แห่งวงการรถสปอร์ตเปิดประทุนระดับลักซ์ชัวรี่ด้วยการเปิดตัว Maserati GranCabrio ใหม่ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย นับเป็นการปฏิวัติวงการยานยนต์หรูที่ผสมผสานจิตวิญญาณแห่งการขับขี่แบบ GT อันเป็นตำนาน เข้ากับนวัตกรรมแห่งพลังงานแห่งอนาคต เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยากจะลืมเลือนภายใต้แนวคิด ‘Drive Like the Best Is Yet To Come’
งานเปิดตัวจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ณ โชว์รูมมาเซราติ ประเทศไทย โดยมีเหล่าคนรักรถผู้มีรสนิยมและสื่อมวลชนชั้นนำเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในงานเปิดตัวอย่างคับคั่ง โดยมาเซราติได้นำเสนอยนตรกรรมสปอร์ตเปิดประทุนสายพันธุ์แรงนี้มาพร้อมกันถึง 2 รุ่นหลัก ซึ่งแต่ละรุ่นสะท้อนถึงสองขั้วของนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
GranCabrio Trofeo: พลังดิบแห่งวิศวกรรมเครื่องยนต์สันดาป
สำหรับผู้ที่ยังคงยึดมั่นในความคลาสสิกและหลงใหลในกลิ่นอายของเครื่องยนต์สันดาปสมรรถนะสูง Maserati GranCabrio Trofeo คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์อย่างสมบูรณ์แบบ ยนตรกรรมรุ่นนี้ได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์ V6 บล็อก ‘Nettuno’ ขนาด 3.0 ลิตร อันเป็นผลงานวิศวกรรมชิ้นเอกของมาเซราติ ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีมาจากรายการแข่งขันระดับโลกอย่าง Formula 1 มาพร้อมระบบอัดอากาศแบบ Twin-Turbo มอบพละกำลังสูงสุดถึง 550 แรงม้า (CV) ซึ่งจัดว่าเป็นขุมพลังที่เข้มข้นที่สุดเท่าที่เคยถูกบรรจุลงในยนตรกรรม GranCabrio จากแบรนด์ตรีศูลแห่งนี้
เมื่อผู้ขับขี่ออกสตาร์ทเครื่องยนต์ ระบบเสียงกระหึ่มของ ‘Nettuno’ จะก้องกังวานราวกับบทเพลงซิมโฟนีอันดุดัน พร้อมตอบสนองต่อการเร่งในทุกคันเร่งด้วยพละกำลังอันมหาศาลและคาแรคเตอร์เฉพาะตัวอันเป็นเอกลักษณ์ของ Maserati ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ อันชาญฉลาดจะถ่ายทอดกำลังสู่ระบบขับเคลื่อนทุกล้อ (All-Wheel Drive) อย่างนุ่มนวลและรวดเร็ว ทำให้รถสามารถพุ่งทะยานจากจุดหยุดนิ่งไปสู่ความเร็วสูงได้อย่างทันใจ พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพการทรงตัวในทุกสภาพเส้นทางและทุกสภาวะอากาศ แม้ในสภาพถนนที่เปียกชื้นหรือลื่น ก็ยังคงความมั่นใจในการควบคุมได้อย่างเต็มเปี่ยม
ภายในห้องโดยสารของรุ่น Trofeo ถูกรังสรรค์ขึ้นภายใต้คอนเซปต์ความหรูหราสไตล์ GT (Grand Touring) ที่เน้นความสะดวกสบายสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร 4 ท่าน เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังคุณภาพสูง ตัดเย็บอย่างพิถีพิถันด้วยด้ายสีตัดกัน แสดงถึงความประณีตในทุกฝีเข็ม แผงหน้าปัดใช้วัสดุคุณภาพเยี่ยม ผสมผสานระหว่างความทันสมัยของเทคโนโลยีหน้าจอแสดงผลดิจิทัลเข้ากับความหรูหราเหนือกาลเวลาของหนังและโลหะขัดเงา
GranCabrio Folgore: การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานแห่งอนาคต
ในขณะที่ GranCabrio Trofeo คือการสืบทอดความยิ่งใหญ่แห่งเครื่องยนต์สันดาป Maserati GranCabrio Folgore คือภาพสะท้อนของการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งยานยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง คำว่า ‘Folgore’ ในภาษาอิตาลีมีความหมายว่า ‘สายฟ้า’ ซึ่งสื่อถึงความเร็ว ความล้ำสมัย และพลังงานที่บริสุทธิ์ไร้มลพิษ
Maserati GranCabrio Folgore ใช้เทคโนโลยีจากสนามแข่งระดับโลกอย่าง Formula E โดยมาพร้อมกับระบบแบตเตอรี่แรงดันสูง 800 โวลต์ ให้พละกำลังสูงสุดถึง 761 แรงม้า (CV) แรงบิดมหาศาลกว่า 1,350 นิวตันเมตร ส่งตรงจากมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงถึง 3 ตัว (ด้านหน้า 1 ตัว และด้านหลัง 2 ตัว) ระบบส่งกำลังที่เหนือชั้นนี้ทำให้รถสามารถพุ่งทะยานจากความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาอันน่าทึ่งเพียง 2.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 290 กม./ชม.
นอกจากนี้ ระบบขับเคลื่อนแบบ All-Wheel Drive ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 3 ตัว ยังช่วยกระจายแรงบิดได้อย่างแม่นยำตามแต่ละล้อ ส่งผลให้รถมีอัตราเร่งที่รวดเร็วและยึดเกาะถนนได้อย่างไร้ที่ติ ที่สำคัญ Maserati ยังได้คิดค้นนวัตกรรมการจัดวางตำแหน่งของชุดแบตเตอรี่ขนาดความจุ 92.5 kWh ในตัวถังรถให้มีรูปร่างคล้ายตัวอักษร ‘T’ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างตัวถัง แต่ยังส่งผลให้จุดศูนย์ถ่วงของรถอยู่ต่ำลง ทำให้นักขับได้รับความรู้สึกคล่องแคล่ว แม่นยำ และสมดุลในการเข้าโค้งได้อย่างยอดเยี่ยม
สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องระยะทางการขับขี่ในรถยนต์ไฟฟ้านั้น Maserati ได้ติดตั้งเทคโนโลยีชาร์จเร็วที่รองรับการชาร์จแบบ AC สูงสุด 22 กิโลวัตต์ และการชาร์จแบบ DC ความเร็วสูงสูงสุดถึง 270 กิโลวัตต์ โดยสามารถชาร์จไฟจนเต็มและวิ่งได้ระยะทางไกลถึง 375 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) โดยไม่กระทบต่อความหรูหราและความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร
ดีไซน์และฟังก์ชัน: ความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างความสวยงามและความใช้งานจริง
ไม่ว่าจะเลือกรุ่นใด ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า Maserati GranCabrio ใหม่ ได้ยกระดับมาตรฐานของยนตรกรรมเปิดประทุนระดับลักซ์ชัวรี่ให้ก้าวไปอีกขั้น ในด้านดีไซน์ Maserati ยังคงรักษาเอกลักษณ์อันเป็นที่จดจำของแบรนด์เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเส้นสายที่สง่างาม โดดเด่นสะดุดตา และดูมีระดับ ตัวถังมีความโค้งมนเพรียวบาง สะท้อนถึงความเคลื่อนไหวและความเป็นสปอร์ตได้อย่างลงตัว
หัวใจสำคัญของการสร้างสรรค์ประสบการณ์การเปิดประทุน คือหลังคาผ้าใบคุณภาพสูงที่ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน โดยสามารถเลือกได้ถึง 5 เฉดสี หลังคาดังกล่าวสามารถเปิด-ปิดได้อย่างง่ายดายเพียงการกดปุ่มเดียวที่แผงหน้าปัด และใช้พื้นที่จัดเก็บเพียงเล็กน้อยบริเวณท้ายรถ โดยระบบกลไกจะพับเก็บหลังคาลงในท้ายรถโดยอัตโนมัติภายในเวลาเพียง 14 วินาที และที่สำคัญคือสามารถสั่งงานเปิด-ปิดได้ในขณะที่ตัวรถกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นับเป็นฟังก์ชันที่อำนวยความสะดวกสบายสูงสุดสำหรับผู้ขับขี่ในสภาพการจราจรของเมืองใหญ่
การออกแบบภายในยังคงเน้นความสะดวกสบายสำหรับการเดินทางระยะทางไกลด้วยการมีเบาะนั่งสำหรับผู้โดยสาร 4 ที่นั่ง โดยหนึ่งในตัวเลือกพิเศษที่น่าสนใจคือ ชุดติดตั้งแผ่นกันลม (Wind Deflector) สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ซึ่งสามารถติดตั้งเพื่อช่วยลดกระแสลมปั่นป่วนในห้องโดยสารได้ ช่วยเพิ่มความสุนทรีย์ในการขับขี่รับลมได้อย่างเต็มที่ และเมื่อไม่ใช้งานก็สามารถพับเก็บได้อย่างสะดวกสบาย
ปัจจัยด้านความคุ้มค่าและทางเลือกในการลงทุน (Money Content)
สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาการลงทุนในยนตรกรรมระดับลักซ์ชัวรี่เช่น Maserati GranCabrio ในช่วงปี 2569 นี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการประเมินความคุ้มค่าจากการใช้งานในระยะยาว และพิจารณาถึงทางเลือกที่ดีที่สุดภายใต้กำลังทรัพย์ที่มี สิ่งที่ต้องคำนึงถึงนอกเหนือจากสมรรถนะและความหรูหราแล้ว คือราคาเริ่มต้นที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาซึ่งค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับรถยนต์ทั่วไป
Maserati GranCabrio Trofeo สนนราคาเริ่มต้นที่ 18,900,000 บาท ซึ่งอาจถือเป็นเงินลงทุนก้อนใหญ่สำหรับนักลงทุนบางกลุ่ม แต่สำหรับนักสะสมยานยนต์และผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ระดับตำนาน รถรุ่นนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าอย่างยิ่ง เนื่องจากยังคงใช้เครื่องยนต์สันดาปในตำนาน และได้รับการรับประกันโดยผู้ผลิตนานถึง 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ซึ่งให้ความมั่นใจในเรื่องการซ