![[ครบชุด] T2109189 ตอนจบ เพ อนข อ](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260922_085004.jpg)
Maserati GranCabrio: นิยามใหม่แห่งความสปอร์ตเปิดประทุน ความแรงที่เร้าใจ และความล้ำหน้าที่ไร้ขีดจำกัดในยุค 2026
วงการซูเปอร์คาร์ระดับหรูในประเทศไทยตื่นตัวอีกครั้ง เมื่อ Maserati ได้เปิดตัวรถยนต์สปอร์ตเปิดประทุนรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล GranTurismo อย่างเป็นทางการในปี 2026 ด้วยการนำเสนอทางเลือกที่ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน โดยมาพร้อมกับสองขุมกำลังอันทรงพลัง ไม่ว่าจะเป็นขุมกำลังแบบสันดาปภายใน (ICE) อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ หรือเทคโนโลยีแห่งอนาคตกับขุมกำลังไฟฟ้า (EV) ขับเคลื่อน 100% สร้างนิยามใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ซูเปอร์สปอร์ตระดับหรูที่มีความหลากหลายมากขึ้น
ความพิเศษของ Maserati GranCabrio ในปี 2026
Maserati GranCabrio เปิดตัวพร้อมแนวคิดที่ตอบโจทย์เทรนด์ปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการผสมผสานระหว่างดีไซน์อันคลาสสิกแต่เปี่ยมด้วยความสง่างาม ความหรูหราที่เหนือระดับ และสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น ภายใต้โครงสร้างตัวถังที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน มอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นตาตื่นใจพร้อมอิสระของการเปิดรับลมธรรมชาติ โดยเฉพาะในรุ่น Folgore ที่ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของ Maserati สู่ยุคพลังงานไฟฟ้าที่ยั่งยืน
ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และความประณีตเหนือกาลเวลา
Maserati GranCabrio ในปี 2026 นำเสนอรูปลักษณ์ภายนอกที่คงไว้ซึ่ง DNA ของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน แต่ได้รับการปรับปรุงให้ดูร่วมสมัยและล้ำสมัยยิ่งขึ้น การออกแบบเส้นสายที่สะอาดตาแต่แฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่ง เส้นสายบนฝากระโปรงหน้าที่ทอดตัวยาวอย่างสง่างาม พร้อมตำแหน่งผู้ขับขี่ที่ถูกวางไว้กึ่งกลางระหว่างล้อทั้งสี่ ให้ความรู้สึกสปอร์ตและสมดุล กระจังหน้าขนาดใหญ่ทรงรีแนวยาว ที่มาพร้อมระบบแอคทีฟเปิด-ปิด อัตโนมัติ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดทั้งทางอากาศพลศาสตร์และความเย็นของเครื่องยนต์
สำหรับล้ออัลลอยของทั้งสองรุ่นมีความโดดเด่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่ขนาดนั้นเท่ากัน โดยล้อหน้าขนาด 20 นิ้ว มาพร้อมยางขนาด 265/30 ZR20 และล้อหลังขนาด 21 นิ้ว พร้อมยางขนาด 295/30 ZR21 เพื่อความสมดุลและการยึดเกาะถนนอย่างสูงสุด คาลิปเปอร์เบรกของทั้งสองรุ่นผลิตจาก Brembo ที่มีให้เลือกถึง 7 สี โดยคาลิปเปอร์หน้าเป็นแบบ 6 พ็อต ส่วนคาลิปเปอร์หลังเป็นแบบ 4 พ็อต เพื่อประสิทธิภาพในการเบรกที่แม่นยำและมั่นใจ
ในส่วนท้ายของรถยนต์ รุ่น TROFEO โดดเด่นด้วยท่อไอเสียคู่แบบแยกซ้าย-ขวา พร้อมดีฟิวเซอร์สีดำขนาดใหญ่ที่เพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ ส่วนรุ่น FOLGORE จะมาพร้อมกับดีฟิวเซอร์สีดำเงาที่ดูเรียบหรูและทันสมัยตามแบบฉบับของรถยนต์ไฟฟ้า
หลังคาผ้าใบ: หัวใจสำคัญของประสบการณ์การขับขี่
หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของ Maserati GranCabrio ทั้งสองรุ่น คือ หลังคาผ้าใบที่ผลิตจากผ้าใบคุณภาพสูง ซึ่งมีให้เลือกถึง 5 สี เพื่อตอบโจทย์รสนิยมที่หลากหลายของผู้ขับขี่ หลังคาจะถูกเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าจากปุ่มกดบนแผงหน้าปัด และใช้เวลาพับเก็บเข้าไปที่ด้านท้ายรถแบบอัตโนมัติเพียง 14 วินาที นอกจากนี้ หลังคายังสามารถเปิดใช้งานได้ในขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. มอบอิสระในการสัมผัสสายลมและแสงแดดได้อย่างสะดวกสบาย
การตกแต่งภายในห้องโดยสาร: หรูหรา สะดวกสบาย และล้ำสมัย
ห้องโดยสารของ Maserati GranCabrio ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้โดยสารได้ 4 ที่นั่ง โดยมีตัวเลือกพิเศษคือ แผงบังลมสำหรับผู้โดยสาร 2 คน ซึ่งสามารถพับเก็บได้ ช่วยลดกระแสลมแปรปรวนในห้องโดยสาร เพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่
ห้องโดยสารมาพร้อมด้วยระบบ Multimedia Maserati Intelligent Assistant (MIA) ซึ่งมีการอัปเกรดให้ล้ำสมัยยิ่งขึ้น ด้วยหน้าจออินโฟเทนเมนท์แบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอระบบสัมผัสควบคุมระบบปรับอากาศขนาด 8.8 นิ้ว นอกจากนี้ ยังมีหน้าจอมาตรวัดดิจิทัล 12.2 นิ้ว รวมถึงนาฬิกาดิจิทัล และหน้าจอ HUD (Head-Up Display) ซึ่งเป็นออปชั่นเสริม เพิ่มความทันสมัยและความสะดวกในการแสดงข้อมูลสำคัญ
นอกจากระบบ Multimedia แล้ว ยังมาพร้อมกับชุดเครื่องเสียงพรีเมี่ยมจาก Sonus Faber ที่ให้กำลังขับสูงสุด 1,195 วัตต์ ด้วยลำโพงจำนวน 16 – 19 ตำแหน่ง มอบประสบการณ์เสียงคุณภาพสูงเสมือนอยู่ในคอนเสิร์ตส่วนตัว พร้อมด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่อล่าสุดที่รองรับการสั่งงานด้วยเสียงและระบบนำทางที่แม่นยำ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายและปลอดภัย
เครื่องยนต์และเทคโนโลยี: ประสิทธิภาพที่เหนือชั้นในทุกมิติ
Maserati GranCabrio เปิดตัวพร้อมขุมกำลังที่แตกต่างกันถึงสองรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย:
Maserati GranCabrio TROFEO (ICE)
สำหรับผู้ที่ยังคงชื่นชอบความเร้าใจจากเครื่องยนต์สันดาปภายใน Maserati GranCabrio TROFEO มาพร้อมขุมกำลังจากเครื่องยนต์สันดาป ‘NETTUNO’ ขนาด 3.0 ลิตร แบบ V6 ทวินเทอร์โบ ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 550 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดอันมหาศาลที่ 650 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.6 วินาที และความเร็วสูงสุดถึง 316 กม./ชม. มอบสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ ดุดัน และตอบสนองทันใจในทุกสถานการณ์
Maserati GranCabrio FOLGORE (EV)
ก้าวสู่ยุคแห่งอนาคตด้วย Maserati GranCabrio FOLGORE ที่มาพร้อมเทคโนโลยีจากสนามแข่ง Formula E ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% จำนวน 3 ตัว แยกเป็นมอเตอร์ที่ล้อหน้า 1 ตัว และล้อหลังอีก 2 ตัว ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 761 แรงม้า และแรงบิดอันมหาศาลที่ 1,350 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 2.8 วินาที และความเร็วสูงสุด 290 กม./ชม. มอบสมรรถนะที่เหนือชั้นและรวดเร็วยิ่งกว่า
ขุมพลังนี้จับคู่กับแบตเตอรี่ Lithium-ion เทคโนโลยี 800V ขนาดความจุ 92.5 kWh ที่ติดตั้งบนโครงสร้างรถทรงตัว T เพื่อกระจายน้ำหนักและเพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัว พร้อมด้วยระบบการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูง รองรับการขับขี่ได้ไกลสูงสุด 445 กม. (ตามมาตรฐาน WLTP) มีหัวชาร์จทั้งแบบ Type 2 / CCS Combo รองรับการชาร์จทั้งแบบ AC ขนาด 22 kW และแบบ DC Fast Charging ที่รองรับสูงสุด 270 kW ชาร์จไฟจาก 20 – 80% ภายในเวลาเพียง 18 นาที และชาร์จไฟเพียง 5 นาที ก็ให้ระยะทางวิ่งได้ถึง 100 กม. (ตามมาตรฐาน WLTP)
ราคาจำหน่ายและความคุ้มค่า
Maserati GranCabrio รุ่นเข้าจากต่างประเทศ มีราคาจำหน่ายดังนี้:
Maserati GranCabrio TROFEO: เริ่มต้นที่ 18,900,000 บาท
Maserati GranCabrio FOLGORE: เริ่มต้นที่ 14,900,000 บาท
นอกจากนี้ Maserati GranCabrio TROFEO จะได้รับ Warranty นาน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ส่วนในรุ่น FOLGORE จะได้รับ Battery Warranty นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นความคุ้มค่าและความมั่นใจในการลงทุนกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต
สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดซูเปอร์คาร์ที่มีประสบการณ์ในวงการมากว่า 10 ปี การเลือกซื้อ Maserati GranCabrio ในปี 20