![[ครบชุด] T2209111_Ep2 ร กแห งชายแดน](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260922_140226.jpg)
Maserati GranCabrio เปิดตัวในไทย: ศึกสายพันธุ์แรงระหว่างเครื่องยนต์สันดาป V6 และไฟฟ้า EV ปี 2026
ยานยนต์หรูระดับพรีเมียม: เมื่อสมรรถนะสูงและความสง่างามเหนือระดับมาบรรจบกัน
ตลาดรถสปอร์ตพรีเมียมในประเทศไทยกำลังจะถูกสั่นสะเทือนอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวรถสปอร์ตเปิดประทุนหลังคาผ้าใบสุดหรูอย่าง Maserati GranCabrio ใหม่ ในปี 2026 ซึ่งนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายไม่ซ้ำใคร โดยแบ่งออกเป็น 2 ขุมพลังสุดล้ำ ได้แก่ Maserati GranCabrio TROFEO ที่มาพร้อมขุมพลังสันดาปเครื่องยนต์เบนซิน V6 เทอร์โบคู่ และ Maserati GranCabrio FOLGORE รถสปอร์ตเปิดประทุนขุมพลังไฟฟ้า 100% เต็มรูปแบบ โดยราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 14.9 ล้านบาท
การเข้ามาของ Maserati GranCabrio ใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวสำคัญของตลาดรถหรูระดับสูงในไทย ที่ยังคงให้ความสำคัญกับประสบการณ์การขับขี่ที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ในขณะเดียวกันก็ตอบรับกับกระแสยานยนต์แห่งอนาคตอย่างเต็มรูปแบบ
ข้อมูลเบื้องต้น: Maserati GranCabrio ใหม่
Maserati GranCabrio ใหม่ เป็นรุ่นเปิดประทุนของรถสปอร์ตสุดหรูในตำนานอย่าง Maserati GranTurismo ซึ่งเป็นที่ยอมรับในเรื่องของความงามสง่า ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ และสมรรถนะที่ร้อนแรง ข่าวนี้เป็นข่าวสำคัญสำหรับผู้บริโภคกลุ่มบนสุดของประเทศที่มองหาที่สุดแห่งประสบการณ์การขับขี่เปิดประทุน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ชื่นชอบเสียงคำรามของเครื่องยนต์สันดาป และกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีสะอาดและประสิทธิภาพสูงสุด
การแบ่งรุ่นและราคาจำหน่าย
Maserati ประเทศไทย เปิดตัวรถสปอร์ตเปิดประทุน 2 รุ่นหลักอย่างเป็นทางการ โดยราคาและรายละเอียดทางเทคนิคมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้:
| รุ่น | ขุมพลัง | กำลังสูงสุด | แรงบิดสูงสุด | ราคาจำหน่าย (บาท) |
| :— | :— | :— | :— | :— |
| Maserati GranCabrio TROFEO | เบนซิน V6 Twin Turbo | 550 แรงม้า | 650 นิวตันเมตร | 18,900,000 |
| Maserati GranCabrio FOLGORE | ไฟฟ้า 100% (3 มอเตอร์) | 761 แรงม้า | 1,350 นิวตันเมตร | 14,900,000 |
ข้อเสนอและการรับประกัน:
TROFEO: รับประกันคุณภาพนาน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
FOLGORE: รับประกันแบตเตอรี่นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
การออกแบบภายนอก: ความสง่างามที่ไร้ขีดจำกัด
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเสน่ห์แรกที่ทำให้ Maserati GranCabrio โดดเด่น คือการออกแบบภายนอกอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสะท้อนถึง DNA ของแบรนด์ที่ผสมผสานความหรูหราแบบอิตาลีเข้ากับความเป็นรถสปอร์ตได้อย่างลงตัว แม้จะเป็นรถเปิดประทุน แต่การคงรูปลักษณ์ที่สง่างามและไม่เหมือนใครยังคงอยู่ครบถ้วน
รายละเอียดงานออกแบบ
รูปทรงตัวถัง: การออกแบบเน้นเส้นสายที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความทรงพลัง ฝากระโปรงหน้ามีขนาดที่ยาวเป็นพิเศษ และตำแหน่งของผู้ขับขี่ถูกวางไว้กึ่งกลางระหว่างล้อทั้งสี่ข้าง เพื่อให้เกิดความสมดุลของน้ำหนักและการกระจายแรงขับเคลื่อน
กระจังหน้าแอคทีฟ: กระจังหน้าถูกออกแบบให้มีลักษณะเรียวยาว และมาพร้อมเทคโนโลยีแอคทีฟที่สามารถเปิด-ปิดได้โดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยในเรื่องการระบายความร้อนและการลดแรงต้านอากาศขณะขับขี่
ล้อและเบรก: ทั้งในรุ่น TROFEO และ FOLGORE ใช้ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วสำหรับคู่หน้า และ 21 นิ้วสำหรับคู่หลัง พร้อมยางขนาดหน้า 265/30 ZR20 และหลัง 295/30 ZR21
ด้านระบบเบรกใช้คาลิปเปอร์ของ Brembo ซึ่งเป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลก โดยมีให้เลือกถึง 7 สี ตัวเลือกคาลิปเปอร์คู่หน้าเป็นแบบ 6 พ็อต และคู่หลัง 4 พ็อต เพื่อให้การหยุดรถมีความแม่นยำและมั่นคงสูงสุด
ส่วนท้าย:
TROFEO: มาพร้อมปลายท่อไอเสียคู่แบบแยกซ้าย-ขวา และติดตั้งดิฟฟิวเซอร์สีดำขนาดใหญ่ เพิ่มความเป็นสปอร์ตและอากาศพลศาสตร์
FOLGORE: จะมีเพียงดิฟฟิวเซอร์สีดำเงาที่เน้นความเรียบหรูและสะอาดตาตามสไตล์รถไฟฟ้า
หลังคาผ้าใบ: จุดเด่นสำคัญของรถรุ่นนี้คือ “หลังคาผ้าใบ” ที่ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง มีให้เลือกถึง 5 สี เพื่อความหลากหลายในการปรับแต่งตามรสนิยมของลูกค้า โดยสามารถสั่งการเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้าจากแผงควบคุมบนหน้าปัด ใช้เวลาพับเก็บอัตโนมัติเพียง 14 วินาที และยังสามารถเปิดใช้งานขณะรถวิ่งที่ความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. ซึ่งถือเป็นความสะดวกสบายและทันสมัยสำหรับรถสปอร์ตระดับนี้
ภายในห้องโดยสาร: หรูหรา นั่งสบาย และทันสมัย
แม้จะเป็นรถสปอร์ตเปิดประทุนสองประตู แต่ Maserati GranCabrio ใหม่ ได้รับการออกแบบให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง โดยรองรับผู้โดยสารได้ 4 ที่นั่ง ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในการใช้งานจริง
รายละเอียดภายใน
ความอเนกประสงค์: มีตัวเลือกพิเศษคือ “แผ่นบังลม” (Wind Deflector) ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานเมื่อมีผู้โดยสารเพียง 2 คน แผ่นบังลมนี้สามารถพับเก็บได้ ช่วยลดกระแสลมแปรปรวนในห้องโดยสาร ทำให้การเดินทางด้วยความเร็วสูงยังคงความสบาย
ระบบ Multimedia MIA: ห้องโดยสารมาพร้อมระบบ Maserati Intelligent Assistant (MIA) เวอร์ชั่นใหม่ ซึ่งมีการปรับปรุงให้ทันสมัยและใช้งานง่ายขึ้น ประกอบด้วย:
หน้าจออินโฟเทนเมนท์: หน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว
ระบบควบคุมอุณหภูมิ: หน้าจอสัมผัสควบคุมระบบปรับอากาศขนาด 8.8 นิ้ว
หน้าจอมาตรวัด: หน้าจอ Digital Cluster ขนาด 12.2 นิ้ว
Head-Up Display (HUD): เป็นออปชั่นเสริม ที่เพิ่มความทันสมัยในการขับขี่
ระบบเสียงพรีเมียม: สำหรับผู้ที่รักในคุณภาพเสียง Maserati ติดตั้งชุดเครื่องเสียงระดับพรีเมียมจาก Sonus Faber (โซนัส ฟาเบอร์) ที่ให้กำลังขับสูงสุด 1,195 วัตต์ มาพร้อมลำโพงจำนวน 16-19 ตำแหน่ง เพื่อประสบการณ์การฟังเพลงที่เหนือระดับขณะเปิดประทุนรับสายลม
สมรรถนะและขุมพลัง: ม้าศึกที่ดุดันทั้งสองทางเลือก
การตัดสินใจเลือกระหว่าง Maserati GranCabrio TROFEO และ Maserati GranCabrio FOLGORE นั้น ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลในเรื่องประสบการณ์การขับขี่และความใส่ใจในสิ่งแวดล้อม โดยทั้งสองรุ่นให้สมรรถนะที่น่าทึ่ง
Maserati GranCabrio TROFEO (ICE)
สำหรับขุมพลังสันดาปภายใน Maserati GranCabrio TROFEO ใช้เครื่องยนต์ ‘Nettuno’ อันเลื่องชื่อของแบรนด์ เป็นเครื่องยนต์เบนซิน V6 แบบ Twin Turbo ขนาด 3.0 ลิตร ที่ให้พละกำลังสูงถึง 550 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 650 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที
เครื่องยนต์นี้ จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) ทำให้รถสปอร์ตเปิดประทุนคันนี้สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 3.6 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 316 กม./ชม.
Maserati GranCabrio FOLGORE (EV)
ส่วน Maserati GranCabrio FOLGORE ถือเป็นก้าวแรกของแบรนด์ในการนำเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าขั้นสูงมาสู่รถสปอร์ตเปิดประทุน โดยใช้เทคโนโลยีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสนาม