![[ครบชุด] T2209118_Ep1 สายใยคำลวง น](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260922_140358.jpg)
Maserati GranCabrio 2026: เปิดมิติใหม่แห่งรถเปิดประทุนหรู ความแรงเหนือระดับ พร้อมทางเลือกขุมพลังไฟฟ้า 100%
เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการที่ประเทศไทย Maserati GranCabrio (มาเซราติ กรันคาบริโอ) รถสปอร์ตเปิดประทุนสไตล์อิตาลีสุดคลาสสิก ที่ผสมผสานดีไซน์อันสง่างามเข้ากับสมรรถนะอันเหนือชั้นของแบรนด์ผู้ดีแห่งโมเดนา พร้อมทางเลือกขุมพลังอันเร้าใจ 2 รูปแบบ ได้แก่ รุ่น TROFEO ที่ใช้ขุมพลังสันดาปภายในอันทรงพลัง และรุ่น FOLGORE ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% สะท้อนวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของ Maserati โดยมีราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการเริ่มต้นที่ 14.9 ล้านบาทในประเทศไทย
ในฐานะนักวิเคราะห์ตลาดรถยนต์หรูที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมนี้มากว่า 10 ปี ผมมองว่าการเปิดตัว Maserati GranCabrio ในปี 2026 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่การนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาด แต่คือการประกาศจุดยืนที่ชัดเจนของแบรนด์ในการเป็นผู้นำแห่งยานยนต์แห่งยุค Transition ที่ให้ความสำคัญกับทั้งสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัดและความยั่งยืนในคราวเดียวกัน การนำเสนอ GranCabrio ในสองขั้วเทคโนโลยีนี้ สะท้อนความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคกลุ่มอัลตร้าลักชัวรี (Ultra-Luxury) ในประเทศไทย
ขุมพลังที่แตกต่าง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
Maserati GranCabrio ใหม่ มาพร้อมทางเลือกที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ที่แตกต่างกันออกไป ผมขอเจาะลึกถึงหัวใจหลักของแต่ละรุ่น เพื่อให้คุณเห็นภาพชัดเจนที่สุด
Maserati GranCabrio TROFEO: พลังแห่งเครื่องยนต์สันดาปสุดคลาสสิก
สำหรับสายพันธุ์ดั้งเดิมที่ชื่นชอบกลิ่นอายของรถสปอร์ตเปิดประทุนคลาสสิก Maserati GranCabrio TROFEO ยังคงยึดมั่นในหลักการแห่งพละกำลังและเสียงคำรามอันเย้ายวนจากเครื่องยนต์สันดาปภายใน ขุมพลังหลักของรุ่นนี้คือเครื่องยนต์เบนซิน V6 Twin-Turbo ขนาด 3.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 550 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที และแรงบิดมหาศาลถึง 650 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบต่อนาที
การจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) ส่งผลให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้นอยู่ในระดับที่ไม่ธรรมดา โดยสามารถทำได้ภายในเวลาเพียง 3.6 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 316 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
“สำหรับผมแล้ว รถสปอร์ตเปิดประทุนที่แท้จริงต้องมาพร้อมเสียงเครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์ และ TROFEO ก็ตอบโจทย์ข้อนี้ได้เป็นอย่างดี มันให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกและสัญชาตญาณ ซึ่งเป็นสิ่งที่หาไม่ได้จากรถยนต์ไฟฟ้า” ผมมองว่าความคลาสสิกของขุมพลังนี้ คือหัวใจสำคัญที่ดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการสัมผัสความเป็น “Maserati” อย่างแท้จริง
Maserati GranCabrio FOLGORE: ความแรงแห่งโลกอนาคต
ในขณะเดียวกัน Maserati ก็ได้นำเสนอทางเลือกที่สะท้อนถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคตด้วยรุ่น FOLGORE ซึ่งมาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ที่ผสานเทคโนโลยีจากสนามแข่งฟอร์มูลา อี (Formula E) เข้าสู่การขับขี่บนท้องถนน
ในรุ่นนี้จะได้รับการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว แบ่งเป็นมอเตอร์ที่ล้อหน้า 1 ตัว และที่ล้อหลังฝั่งละ 1 ตัว ซึ่งให้กำลังขับเคลื่อนรวมสูงสุดถึง 761 แรงม้า และแรงบิดอันมหาศาลที่ 1,350 นิวตันเมตร การทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) ทำให้ GranCabrio FOLGORE สามารถพุ่งทะยานจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 2.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ข้อมูลทางเทคนิคของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแรงดันสูง 800V เทคโนโลยีใหม่นี้ ให้ความจุถึง 92.5 kWh ติดตั้งบนโครงสร้างตัวถังแบบ T-shape และสามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 445 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) หัวชาร์จรองรับได้ทั้ง Type 2/CCS Combo รองรับการชาร์จ AC สูงสุด 22 kW และ DC Fast Charging สูงสุด 270 kW ซึ่งสามารถชาร์จไฟจาก 20-80% ได้ในเวลาเพียง 18 นาที หรือชาร์จเพียง 5 นาที ก็ให้ระยะทางวิ่งได้ถึง 100 กิโลเมตร
“ในมุมของผม นี่คือความก้าวหน้าครั้งสำคัญของ Maserati การนำเทคโนโลยี Formula E มาใช้กับรถยนต์เปิดประทุนระดับลักชัวรี แสดงให้เห็นว่าแบรนด์นี้พร้อมที่จะปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งยานยนต์ โดยไม่ละทิ้งความสปอร์ตและสมรรถนะที่ทุกคนคาดหวัง” ความล้ำสมัยของขุมพลังไฟฟ้านี้ คือสิ่งที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการสัมผัสเทคโนโลยีแห่งอนาคตควบคู่ไปกับประสบการณ์การขับขี่ที่หรูหรา
ราคาจำหน่ายและแพ็คเกจการรับประกัน
สำหรับราคาจำหน่ายในประเทศไทย Maserati GranCabrio ทั้งสองรุ่นจัดอยู่ในกลุ่มรถยนต์ระดับอัลตร้าลักชัวรี ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้
Maserati GranCabrio TROFEO: ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 18,900,000 บาท
Maserati GranCabrio FOLGORE: ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 14,900,000 บาท
ในด้านการรับประกัน Maserati GranCabrio TROFEO มาพร้อมกับการรับประกันตัวรถนาน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ส่วนในรุ่น FOLGORE จะได้รับการรับประกันแบตเตอรี่นานถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
“เมื่อพิจารณาจากราคาจำหน่ายและสเปคที่ได้ GranCabrio ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับผู้บริโภคกลุ่มนี้ ที่กำลังมองหารถสปอร์ตเปิดประทุนหรู ที่ไม่เพียงแต่ให้ความโดดเด่นและสมรรถนะอันยอดเยี่ยม แต่ยังรวมถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย และความหรูหราที่มีระดับ” ผมมองว่าราคาที่เปิดตัวนี้ อยู่ในระดับที่แข่งขันได้ และคุ้มค่ากับสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับ
งานออกแบบที่หรูหราและสง่างาม
ด้านการออกแบบ Maserati GranCabrio ใหม่ ยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่โดดเด่นด้วยเส้นสายที่สะอาดตา เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความแข็งแกร่งและสง่างาม รูปทรงฝากระโปรงหน้าที่มีความยาวและความโค้งมนอย่างลงตัว ช่วยเสริมความรู้สึกสปอร์ตและความหรูหราให้แก่ตัวรถ ตำแหน่งของผู้ขับขี่ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างล้อทั้งสี่ ช่วยให้การควบคุมรถมีความสมดุลและรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถมากขึ้น
กระจังหน้าดีไซน์ยาวที่มาพร้อมระบบ Active Air Dam ที่เปิด-ปิดได้โดยอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์ และยังเพิ่มความโดดเด่นให้กับส่วนหน้าของรถอีกด้วย
ล้ออัลลอยของทั้งรุ่น TROFEO และ FOLGORE มีลวดลายที่แตกต่างกัน แต่มีขนาดเท่ากัน โดยคู่หน้ามีขนาด 20 นิ้ว พร้อมยางขนาด 265/30 ZR20 ส่วนคู่หลังมีขนาด 21 นิ้ว พร้อมยางขนาด 295/30 ZR21
“การออกแบบของ Maserati GranCabrio นี้ คือตัวอย่างที่ดีของการผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ทุกเส้นสายของรถสะท้อนให้เห็นถึงความปราณีตและความพิถีพิถันในการผลิต ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคกลุ่มนี้มองหา” ผมชื่นชมการออกแบบที่ยังคงรักษามรดกอันยาวนานของแบรนด์ไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
ระบบเบรกและช่วงล่างที่เหนือชั้น
ในด้านระบบเบรก Maserati GranCabrio ทั้ง 2 รุ่น ติดตั้งคาลิปเปอร์เบรกจาก Brembo ซึ่งเป็นที่ยอมรับในด้านคุณภาพและประสิทธิภาพการเบรก โดยมีให้เลือกถึง 7 สี เพื่อให้เข้ากับความชื่นชอบของแต่ละบุคคล คาลิปเปอร์หน้าจะเป็นแบบ 6 พอร์ต ส่วนคาลิปเปอร์หลังจะเป็นแบบ 4 พอร์ต
“ความใส่ใจในรายละเอียดของระบบเบรก จากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Brembo แสดงให้เห็นถึงการ