![[ครบชุด] T2209134_โดนเอาค นต องจ ายแพง](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260922_140723.jpg)
2026 Maserati GranCabrio: เมื่อยุคใหม่ของสปอร์ตคูเป้เปิดประทุนมาถึง
ในยุคที่ตลาดรถยนต์หรูระดับสูงกำลังถูกแบ่งขั้วอย่างชัดเจนระหว่างขุมพลังไฟฟ้า 100% กับความคลาสสิกของเครื่องยนต์สันดาป ‘เน็ตทูโน’ มีเพียงไม่กี่ยี่ห้อที่สามารถครองใจทั้งสองสายพันธุ์ได้อย่างสง่างาม และ Maserati คือหนึ่งในนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย ในปี 2026 นี้ Maserati ประเทศไทย ได้นำเสนอ Maserati GranCabrio ใหม่ ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติครั้งสำคัญของไลน์อัพสปอร์ตเปิดประทุน ด้วยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมกันถึงสองขุมพลังที่แตกต่างกันสุดขั้ว ราวกับการเดินทางข้ามยุคสมัยของยนตรกรรมซูเปอร์คาร์: ความเร้าใจไร้ขีดจำกัดของเครื่องยนต์สันดาป และความเงียบแต่ทรงพลังของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่เหนือชั้น
การมาถึงของ Maserati GranCabrio ใหม่ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์อิตาลีในการไม่ทิ้งรากฐานเดิมของตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันก็พร้อมที่จะก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว นี่ไม่ใช่เพียงการเปิดตัวรถยนต์ธรรมดา แต่เป็นการประกาศสงครามครั้งใหม่ในตลาดไฮเอนด์ ที่ผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่ความแรงอีกต่อไป แต่กำลังมองหาสัญลักษณ์ของความสำเร็จ ความเป็นตัวตน และประสบการณ์ขับขี่ที่สมบูรณ์แบบที่สุด
ด้วยสนนราคาที่เริ่มต้นที่ 18,900,000 บาท สำหรับรุ่น TROFEO และรุ่น FOLGORE รถสปอร์ตพลังไฟฟ้าล้วน 100% ที่มีราคา 14,900,000 บาท ทำให้ Maserati GranCabrio กลายเป็นตัวเลือกที่น่าจับตามองสำหรับนักสะสม ผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบเปิดประทุน และกลุ่มลูกค้าที่มองหาความคุ้มค่าทางเทคโนโลยีในระดับสูงสุด
การออกแบบ: ความสง่างามในสไตล์อิตาเลียน
มรดกตกทอดจากรากฐานของ Maserati GranTurismo ได้ถูกส่งผ่านอย่างครบถ้วนไปยัง Maserati GranCabrio ใหม่ โดยเฉพาะในด้านงานออกแบบที่ผสมผสานความหรูหราเหนือกาลเวลาเข้ากับความสปอร์ตที่ดุดัน เส้นสายของตัวรถยังคงความเรียบง่ายแต่ชัดเจน อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Maserati ฝากระโปรงหน้ารูปทรงยาวอันเป็นสัญลักษณ์ของเครื่องยนต์ทรงพลัง ขับเน้นให้เห็นตำแหน่งของผู้ขับที่อยู่กึ่งกลางระหว่างล้อทั้ง 4 ล้อ สร้างความสมดุลทั้งทางสายตาและสมรรถนะการขับขี่
กระจังหน้ารูปทรงเรียวยาวถูกออกแบบให้มีความแอคทีฟ เปิด-ปิด ได้โดยอัตโนมัติ เพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ และเพิ่มเสน่ห์ให้กับรถในยามเคลื่อนที่ ขณะที่ด้านท้ายของทั้งสองรุ่นก็มีการแบ่งแยกระหว่างความสปอร์ตที่ดุดัน และความทันสมัยแห่งโลกอนาคต สำหรับรุ่น TROFEO จะมาพร้อมท่อไอเสียคู่แยกซ้าย-ขวา เสริมด้วยดีฟิวเซอร์สีดำขนาดใหญ่ เพื่อรีดอากาศให้ลู่ลมได้ดีที่สุด ตรงกันข้ามกับรุ่น FOLGORE ที่มีเพียงดีฟิวเซอร์สีดำเงาเท่านั้น สะท้อนถึงความสะอาดของขุมพลังไฟฟ้า
หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของ Maserati GranCabrio ใหม่ คือความพิถีพิถันในส่วนหลังคาผ้า ซึ่งผลิตจากผ้าใบคุณภาพสูงที่ได้รับการออกแบบมาให้มีความทนทานและสวยงาม สามารถเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้าจากแผงควบคุมภายในห้องโดยสาร ระบบจะทำการพับเก็บหลังคาลงไปยังด้านท้ายของตัวรถอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 14 วินาที และที่น่าประทับใจคือความสามารถในการเปิด-ปิดหลังคาได้ขณะรถกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. ซึ่งมอบความสะดวกสบายและความยืดหยุ่นสูงสุดให้กับผู้ขับขี่ในทุกสภาวะการใช้งาน
ภายใน: ความหรูหราที่ผสมผสานเทคโนโลยี
ห้องโดยสารของ Maserati GranCabrio ใหม่ ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้โดยสารจำนวน 4 ที่นั่ง สะท้อนถึงความเป็นรถยนต์แกรนด์ทัวริ่งที่แท้จริง นอกจากนี้ยังมีทางเลือกพิเศษคือการติดตั้งแผ่นบังลม (Wind Deflector) สำหรับการใช้งานแบบ 2 ที่นั่ง ซึ่งสามารถพับเก็บได้ ช่วยลดกระแสลมแปรปรวนภายในห้องโดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ความรู้สึกสบายและเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้นในยามเดินทางระยะไกล
ระบบมัลติมีเดียภายในห้องโดยสารขับเคลื่อนด้วยระบบ Maserati Intelligent Assistant (MIA) ที่ได้รับการปรับปรุงให้ล้ำสมัยยิ่งขึ้น โดยจะประกอบด้วยหน้าจออินโฟเทนเมนท์แบบสัมผัสขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว และหน้าจอระบบสัมผัสสำหรับควบคุมระบบปรับอากาศอีกหนึ่งหน้าจอขนาด 8.8 นิ้ว นอกจากนี้ยังมีหน้าจอมาตรวัดดิจิทัลขนาด 12.2 นิ้ว และสำหรับผู้ที่ต้องการความล้ำหน้าที่สุด ยังสามารถเลือกติดตั้งหน้าจอ Head-Up Display (HUD) ได้อีกด้วย
เสริมความสมบูรณ์แบบของระบบความบันเทิง Maserati GranCabrio ยังมาพร้อมกับชุดเครื่องเสียงระดับพรีเมียมจาก Sonus Faber ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในด้านคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม โดยระบบนี้ให้กำลังขับสูงสุดถึง 1,195 วัตต์ ด้วยการติดตั้งลำโพงจำนวน 16 -19 ตำแหน่ง ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่นย่อย แต่สิ่งที่เหมือนกันคือความชัดเจนของเสียง เบสที่แน่น และมิติเสียงที่สมจริง ทำให้การขับขี่บนรถสปอร์ตเปิดประทุนกลายเป็นประสบการณ์ทางดนตรีชั้นสูงที่ยากจะหาใดเปรียบ
เครื่องยนต์และพละกำลัง: สองขั้วความแรงแห่งปี 2026
ความโดดเด่นที่สุดของ Maserati GranCabrio ใหม่ ในปี 2026 คือการนำเสนอทางเลือกด้านขุมพลังที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของตลาด ตั้งแต่ผู้ที่ยังคงชื่นชอบความเร้าใจและเสียงคำรามอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์สันดาป ไปจนถึงผู้ที่มองหาเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ยั่งยืน
Maserati GranCabrio TROFEO (ICE – เครื่องยนต์สันดาป)
สำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์ขับขี่แบบดั้งเดิม แต่ไม่ประนีประนอมในเรื่องของพละกำลัง Maserati GranCabrio TROFEO คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ รุ่นนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ ‘เน็ททูโน’ (Nettuno) ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เบนซิน V6 ทวินเทอร์โบ ขนาด 3.0 ลิตร ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ที่ดีที่สุดในโลก
พละกำลังสูงสุด: 550 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด: 650 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที
ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD (All-Wheel Drive)
เกียร์: อัตโนมัติ 8 จังหวะ
อัตราเร่งของรุ่น TROFEO ถือว่าน่าประทับใจอย่างยิ่ง โดยสามารถทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 3.6 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 316 กม./ชม. ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับรถสปอร์ตเปิดประทุนที่เน้นความหรูหราและทัวริ่ง
สิ่งที่น่าสนใจคือผู้ที่เลือกรถยนต์ Maserati GranCabrio TROFEO จะได้รับ Warranty 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของแบรนด์ที่มีต่อความทนทานของขุมพลังระดับซูเปอร์คาร์คันนี้
Maserati GranCabrio FOLGORE (EV – ขุมพลังไฟฟ้า)
สำหรับผู้ที่ต้องการก้าวเข้าสู่โลกแห่งยานยนต์ไฟฟ้าด้วยความหรูหราและสมรรถนะสูงสุด Maserati GranCabrio FOLGORE คือรถยนต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ คำว่า ‘FOLGORE’ ในภาษาอิตาลีแปลว่า ‘สายฟ้า’ ซึ่งสะท้อนถึงขุมพลังอันมหาศาลของรถคันนี้
รุ่น FOLGORE นำเอาเทคโนโลยีที่ได้จากการแข่งขัน Formula E มาประยุกต์ใช้กับรถยนต์ที่ใช้งานจริง โดยติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าถึง 3 ตัว แยกเป็นมอเตอร์ที่ล้อหน้า 1 ตัว และที่คู่ล้อหลังฝั่งละ 1 ตัว ทำให้รถคันนี้มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่เหนือกว่าด้วยการควบคุมแรงบิดแต่ละล้อได้อย่างแม่นยำ
พละกำลังสูงสุด: 761 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด: 1,350 นิวตันเมตร
ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD (All-Wheel Drive)
อัตราเร่งของรุ่น FOLGORE ต้องถือว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของรถสปอร์ตเปิดประ