![[ครบชุด] T2209136_Ep1 โกงค ารถกล บบ](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260922_140748.jpg)
Maserati GranCabrio 2026: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับนักเลงรถสปอร์ตตัวจริง!
เมื่อพูดถึงรถสปอร์ตเปิดประทุนระดับพรีเมียมที่ผสมผสานความงามสง่า ความหรูหรา และสมรรถนะอันทรงพลังเข้าไว้ด้วยกัน มีเพียงไม่กี่ยี่ห้อเท่านั้นที่สามารถยืนหยัดอยู่แถวหน้าได้ และแน่นอนว่าชื่อของ Maserati ต้องถูกยกขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ และในปี 2026 นี้ รถสปอร์ตเปิดประทุนในตำนานอย่าง Maserati GranCabrio ได้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาสมรรถนะเหนือระดับและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
วันนี้ เราจะมาเจาะลึกถึงรายละเอียดของ Maserati GranCabrio ใหม่ ทั้งในเวอร์ชันเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ (ICE) และเวอร์ชันไฟฟ้า 100% (EV) เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมทั้งหมดของรถสปอร์ตเปิดประทุนสุดหรูรุ่นนี้ พร้อมทั้งวิเคราะห์ว่ารุ่นไหนเหมาะกับคุณมากที่สุด!
ราคาเปิดตัวและโปรโมชั่น: ความคุ้มค่าที่น่าตื่นตาตื่นใจ
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาประสบการณ์การขับขี่รถสปอร์ตเปิดประทุนระดับโลกในปี 2026 นี้ Maserati ประเทศไทย ได้เปิดตัว Maserati GranCabrio อย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยราคาจำหน่ายที่น่าดึงดูดอย่างยิ่ง มาพร้อมทางเลือกถึง 2 รุ่น:
Maserati GranCabrio TROFEO (มาเซราติ กรันคาบริโอ โทรเฟโอ): มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน V6 Twin-Turbo อันทรงพลัง ให้กำลังสูงสุดถึง 550 แรงม้า
Maserati GranCabrio FOLGORE (มาเซราติ กรันคาบริโอ โฟลกอเร): รถสปอร์ตไฟฟ้า 100% ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ให้กำลังรวมมากถึง 761 แรงม้า
ราคาจำหน่าย (รุ่นนำเข้า):
Maserati GranCabrio TROFEO: เริ่มต้นที่ 18,900,000 บาท
Maserati GranCabrio FOLGORE: เริ่มต้นที่ 14,900,000 บาท
ในด้านการรับประกันและบริการหลังการขาย Maserati GranCabrio TROFEO จะมาพร้อมกับการรับประกันนาน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ส่วนรุ่น Maserati GranCabrio FOLGORE จะมาพร้อมกับการรับประกันแบตเตอรี่นานถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่เงื่อนไขใดถึงก่อน) เพื่อให้คุณมั่นใจในการลงทุนครั้งสำคัญนี้
การออกแบบภายนอก: เส้นสายแห่งความสง่างามเหนือกาลเวลา
หนึ่งในเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ Maserati GranCabrio คือการออกแบบที่ผสมผสานความหรูหราและความสปอร์ตเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ในปี 2026 นี้ ดีไซน์ของทั้งสองรุ่นยังคงเอกลักษณ์ของความเป็นรถสปอร์ตเปิดประทุนหลังคาผ้าเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ด้วยเส้นสายที่เรียบง่ายแต่คมชัด กระโปรงหน้าที่มีความยาวสง่างาม และการจัดวางตำแหน่งผู้ขับขี่ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างล้อทั้งสี่ สะท้อนถึงความสปอร์ตและความปราดเปรียวในแบบฉบับของ Maserati นอกจากนี้ กระจังหน้ารถยังมีดีไซน์เป็นทรงเรียวยาวพร้อมระบบ Active Aerodynamics ที่เปิด-ปิดได้อัตโนมัติ เพื่อการควบคุมประสิทธิภาพของรถให้ดียิ่งขึ้น
สำหรับขนาดของล้ออัลลอยจะแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น ล้อหน้าจะมีขนาด 20 นิ้ว พร้อมยางขนาด 265/30 ZR20 ส่วนล้อหลังจะมีขนาด 21 นิ้ว พร้อมยางขนาด 295/30 ZR21 ด้านคาลิปเปอร์เบรกเป็นของทาง Brembo มีให้เลือกถึง 7 สี โดยคู่หน้าเป็นแบบ 6 พ็อต และคู่หลังเป็นแบบ 4 พ็อต
ในส่วนท้ายรถ Maserati GranCabrio TROFEO จะมีท่อไอเสียคู่แบบแยกซ้าย-ขวา พร้อมดิฟฟิวเซอร์สีดำขนาดใหญ่ ส่วนในรุ่น Maserati GranCabrio FOLGORE จะมีเพียงดิฟฟิวเซอร์สีดำเงาเท่านั้น ซึ่งเป็นดีไซน์ที่เน้นความเรียบหรูและลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์
หัวใจสำคัญ: การกลับมาของหลังคาผ้าคุณภาพสูง
หัวใจสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ของ Maserati GranCabrio คือหลังคาผ้าใบคุณภาพสูงที่มีให้เลือกถึง 5 สี โดยจะถูกเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าจากปุ่มกดบนแผงหน้าปัด ระบบนี้สามารถพับเก็บหรือเปิดใช้งานได้ในขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. โดยใช้เวลาพับเก็บเพียง 14 วินาทีเท่านั้น ทำให้คุณสามารถสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แบบเปิดประทุนได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย
การออกแบบภายใน: ความสบายหรูหราพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะ
ห้องโดยสารของ Maserati GranCabrio ทั้งสองรุ่นสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 4 ที่นั่ง มีตัวเลือกพิเศษคือแผ่นบังลมสำหรับใช้งานเมื่อมีผู้โดยสาร 2 คน ซึ่งสามารถพับเก็บได้ ช่วยลดกระแสลมแปรปรวนในห้องโดยสาร เพิ่มความสบายในการขับขี่
ระบบ Multimedia Maserati Intelligent Assistant (MIA) เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของ Maserati GranCabrio ใหม่ โดยจะมาพร้อมหน้าจออินโฟเทนเมนท์แบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอระบบสัมผัสควบคุมระบบปรับอากาศขนาด 8.8 นิ้ว นอกจากนี้ ยังมีหน้าจอมาตรวัดดิจิทัลขนาด 12.2 นิ้ว และหน้าจอ HUD (Head-Up Display) เป็นออปชันพิเศษ ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่
ระบบเสียงระดับไฮเอนด์:
สำหรับคอเพลง Maserati GranCabrio มาพร้อมกับชุดเครื่องเสียงพรีเมียมจาก Sonus Faber ที่ให้กำลังขับสูงสุดถึง 1,195 วัตต์ ด้วยลำโพงจำนวน 16–19 ตำแหน่ง มอบประสบการณ์เสียงระดับสตูดิโอให้คุณเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง
ขุมพลัง: เลือกได้ระหว่างแรงสะใจกับไฟฟ้า 100%
เมื่อพูดถึงขุมพลังของ Maserati GranCabrio ปี 2026 นี้ คุณสามารถเลือกได้ตามความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคุณ โดยแบ่งออกเป็น 2 รุ่นหลักๆ ดังนี้
Maserati GranCabrio TROFEO (เครื่องยนต์เบนซิน):
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสมรรถนะดิบๆ จากเครื่องยนต์สันดาป Maserati GranCabrio TROFEO มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V6 Twin-Turbo ขนาด 3.0 ลิตร หรือที่เรียกว่าเครื่องยนต์ ‘Nettuno’ อันเลื่องชื่อ ให้กำลังสูงสุด 550 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 650 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.6 วินาที และความเร็วสูงสุด 316 กม./ชม. มอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นในทุกการเดินทาง
Maserati GranCabrio FOLGORE (ไฟฟ้า 100%):
สำหรับผู้ที่มองหาทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแต่ไม่ลดทอนสมรรถนะ Maserati GranCabrio FOLGORE ใช้เทคโนโลยีจากสนามแข่ง Formula E โดยติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว แยกเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าที่คู่ล้อหน้า 1 ตัว และที่คู่ล้อหลังฝั่งละ 1 ตัว ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 761 แรงม้า พร้อมแรงบิดอันมหาศาลที่ 1,350 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 2.8 วินาที และความเร็วสูงสุด 290 กม./ชม. ซึ่งถือเป็นขีดสุดของสมรรถนะสำหรับรถสปอร์ตไฟฟ้า
เทคโนโลยีแบตเตอรี่และระยะทางวิ่ง:
Maserati GranCabrio FOLGORE มาพร้อมกับแบตเตอรี่ Lithium-ion 800V Technology ขนาดความจุ 92.5 kWh ที่ติดตั้งบนโครงสร้างรถทรงตัว T ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 445 กม. (ตามมาตรฐาน WLTP) มีหัวชาร์จทั้งแบบ Type 2 / CCS Combo รองรับการชาร์จทั้งแบบ AC ขนาด 22 kW และแบบ DC Fast Charging ที่รองรับสูงสุด 270 kW ซึ่งชาร์จไฟจาก 20–80% ภายในเวลา 18 นาที และชาร์จไฟเพียง 5 นาที จะให้ระยะทางวิ่งได้ 100 กม. (ตามมาตรฐาน WLTP) ทำให้การเดินทางของคุณไม่มีสะดุด
ทางเลือกสำหรับผู้ซื้อ: ควรเลือกซื้อตอนนี้เลยหรือไม่?
สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาลงทุนใน Maserati GranCab