![[ครบชุด] T2209566_เธอค ดว าเป นแม บ าน เลยกล าทำแบบน](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260923_105523.jpg)
Maserati GranCabrio Folgore 2026: การเปิดตัวซูเปอร์คาร์เปิดประทุนไฟฟ้าระดับพรีเมียม ราคา 14.9 ล้านบาท
ด้วยระยะทางอันยาวนานของแบรนด์ Maserati ที่โดดเด่นด้านนวัตกรรมและความงามสง่า การเปิดตัวรุ่นใหม่ล่าสุดของพวกเขาจึงไม่เคยพลาดที่จะสร้างแรงกระเพื่อมในตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว ทำให้รถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ของค่ายต้องมาพร้อมกับขุมพลังที่อัปเกรดอย่างก้าวกระโดด และความสามารถทางเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยไม่แพ้ใคร
Maserati GranCabrio Folgore 2026 ถูกวางตำแหน่งให้เป็นผู้นำแห่งซูเปอร์คาร์เปิดประทุนพลังงานไฟฟ้าที่มอบทั้งความหรูหรา ประสิทธิภาพสูงสุด และความยั่งยืนภายใต้แบรนด์ชั้นนำจากประเทศอิตาลีอย่าง Maserati การมาถึงของรถยนต์รุ่นนี้นับเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการปรับตัวเข้ากับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเน้นการผสานเทคโนโลยีล้ำยุคเข้ากับดีไซน์อันโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์
ราคาอย่างเป็นทางการและการจัดจำหน่าย
Maserati GranCabrio Folgore 2026 ที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยโดย บริษัท โมเดน่า มอเตอร์เวอร์ค จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนนำเข้าอย่างเป็นทางการของแบรนด์ Maserati แต่เพียงผู้เดียว ได้ประกาศราคาเริ่มต้นไว้ที่ 14,900,000 บาท สำหรับตัวถังแบบเปิดประทุนพร้อมการรับประกันคุณภาพดังนี้:
รับประกันคุณภาพตัวรถ (Warranty) นาน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage) นาน 8 ปี หรือระยะทาง 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
การรับประกันคุณภาพตัวรถ 3 ปีไม่จำกัดระยะทาง ถือเป็นมาตรฐานที่น่าเชื่อถือสำหรับรถสปอร์ตระดับพรีเมียม ซึ่งแสดงถึงความมั่นใจในคุณภาพของรถยนต์จากทางผู้ผลิต การรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี ถือเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากแบตเตอรี่เป็นองค์ประกอบที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดหากต้องซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่
ขนาดและน้ำหนักตัวถัง
Maserati GranCabrio Folgore มีขนาดมิติตัวถังที่สมส่วนกับรถสปอร์ตเปิดประทุน โดยมีความยาว 4,966 มิลลิเมตร กว้าง 1,957 มิลลิเมตร และสูง 1,365 มิลลิเมตร ด้วยระยะฐานล้อที่กว้างถึง 2,929 มิลลิเมตร ส่งผลให้การกระจายน้ำหนักของตัวถังเป็นแบบ 50:50 ซึ่งถือเป็นจุดเด่นด้านสมรรถนะการควบคุมที่ยอดเยี่ยม นอกจากนี้ ตัวรถยังถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้โดยสาร 4 ที่นั่ง และมาพร้อมช่องเก็บสัมภาระด้านท้ายที่มีปริมาตรความจุ 114 – 151 ลิตร เมื่อปิดหลังคา
น้ำหนักตัวรถโดยรวมอยู่ที่ 2,340 กิโลกรัม ซึ่งน้ำหนักที่ค่อนข้างมากนี้เป็นผลมาจากโครงสร้างที่ต้องรองรับแบตเตอรี่แรงดันสูงและระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่ทันสมัย อย่างไรก็ตาม วิศวกรรมของ Maserati ได้มุ่งเน้นการออกแบบให้น้ำหนักนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการขับขี่
ขุมพลังและประสิทธิภาพ
Maserati GranCabrio Folgore ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงถึง 3 ตัว โดยมอเตอร์ 1 ตัวจะติดตั้งอยู่ที่ด้านหน้า และอีก 2 ตัวติดตั้งอยู่ที่ด้านหลัง การจัดวางมอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 3 ตัวนี้ทำให้รถสามารถขับเคลื่อนแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) พร้อมระบบกระจายแรงบิดอัจฉริยะ (Torque Vectoring) ทำให้เพิ่มเสถียรภาพและความแม่นยำในการเข้าโค้ง
พละกำลังรวมสูงสุดของมอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 3 ตัวนี้อยู่ที่ 761 แรงม้า และสามารถทำแรงบิดสูงสุดได้ถึง 1,350 นิวตันเมตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับรถสปอร์ตเปิดประทุนพลังงานไฟฟ้า การทำงานร่วมกับแบตเตอรี่แรงดัน 800 โวลต์ ขนาดความจุ 92.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ทำให้รถมีอัตราเร่งที่น่าทึ่ง
อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถทำได้ภายใน 2.8 วินาที อัตราเร่ง 0-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลาเพียง 9.1 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระยะเบรกจาก 100 – 0 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถหยุดรถได้ในระยะต่ำกว่า 37 เมตร และสามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 445 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP
การชาร์จไฟฟ้า
สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมนี้ มีความสามารถในการรองรับหัวชาร์จแบบ Type 2 / CCS Combo โดยมีอัตราการชาร์จไฟฟ้าที่รวดเร็ว:
ชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) รองรับสูงสุด 22 กิโลวัตต์
ชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง (DC Fast Charging) รองรับสูงสุด 270 กิโลวัตต์
ด้วยความสามารถในการชาร์จที่รวดเร็วนี้ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถชาร์จไฟฟ้าจาก 20% ถึง 80% ได้ภายในเวลาเพียง 18 นาที หรือใช้เวลาเพียง 5 นาที ก็สามารถเพิ่มระยะทางในการขับขี่ได้ถึง 100 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP)
เทคโนโลยีและนวัตกรรมของ Maserati GranCabrio Folgore
Maserati GranCabrio Folgore 2026 ไม่ได้มีดีเพียงแค่ความแรง แต่ยังรวมถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ
หลังคา Soft Top
รถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมหลังคา Soft Top แบบเปิดประทุน โดยมีจุดเด่นที่สำคัญดังนี้:
หลังคา Soft Top เปิด ภายในเวลา 14 วินาที
หลังคา Soft Top ปิด ภายในเวลา 16 วินาที
รถยนต์สามารถเปิดใช้งานหลังคาได้ในขณะที่วิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ตัวหลังคาเปิดประทุนผลิตจากวัสดุผ้าใบคุณภาพสูง โดยมีให้เลือกใช้งานได้ถึง 5 สี ซึ่งเพิ่มทางเลือกและความเป็นเอกลักษณ์ให้กับผู้ใช้งานมากขึ้น นอกจากนี้ ระบบการเก็บหลังคาลงไปที่บริเวณท้ายรถ ใช้พื้นที่เพียงเล็กน้อย ทำให้ไม่กระทบต่อพื้นที่เก็บสัมภาระ
ช่วงล่างและระบบควบคุมการทรงตัว
ด้านช่วงล่างของ Maserati GranCabrio Folgore มีการออกแบบที่ทันสมัยและล้ำยุค โดย:
ช่วงล่างด้านหน้าแบบ Double Wishbone พร้อมแกนพวงมาลัยแบบ Semi Virtual
ช่วงล่างด้านหลังแบบ Multi-link
ช่วงล่างแบบถุงลม (Air Suspension) ที่สามารถปรับความหนืดได้ด้วยระบบไฟฟ้า ทำให้การขับขี่นุ่มนวลและสมดุลในทุกสภาพถนน
ระบบเบรกประสิทธิภาพสูง
สำหรับรถยนต์ที่มีอัตราเร่งที่สูงถึง 761 แรงม้านี้ ระบบเบรกจึงต้องมีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม โดย:
จานเบรกคู่หน้า แบบมีครีบระบายความร้อน ขนาด 380 x 34 มิลลิเมตร
คาลิปเปอร์เบรกคู่หน้า Brembo แบบ 6-pot
จานเบรกคู่หลัง แบบมีครีบระบายความร้อน ขนาด 350 x 28 มิลลิเมตร
คาลิปเปอร์เบรกคู่หลัง Brembo แบบ 4-pot
ล้อและยาง
การออกแบบล้อและยางของรถยนต์รุ่นนี้มีความลงตัวอย่างยิ่ง เพื่อประสิทธิภาพการยึดเกาะและความสวยงาม:
ล้อคู่หน้า ขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง ขนาด 265/35 ZR20
ล้อคู่หลัง ขนาด 21 นิ้ว พร้อมยาง ขนาด 295/30 ZR21
ระบบสารสนเทศและความบันเทิง
Maserati GranCabrio Folgore มาพร้อมระบบสารสนเทศความบันเทิงที่ทันสมัยที่สุดในยุคปัจจุบัน โดยประกอบด้วย:
หน้าจอกลาง Touchscreen ขนาด 12.3 นิ้ว
มาตรวัดแบบ Full Digital ขนาด 12.2 นิ้ว
ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (Head-up Display)
เทคโนโลยี All-Round Sound Experience
หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของ Maserati GranCabrio Folgore คือระบบเสียงคุณภาพสูงที่ได้รับการพัฒนาโดยวิศวกรจาก Maserati Innovation Lab ระบบเครื่องเสียง Sonus Faber 3D ที่ถูกออกแบบและพัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญชาวอิตาลี มาพร้อมลำโพง 13 ตำแหน่ง กำลัง