![[ครบชุด] T0210811_เอาแม มาท งแบบน เพราะค ดว าหมดประโยชน แล วจร งเหรอ !!! เพ อนบ าน](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/10/fb_natural_20261005_085835.jpg)
Aston Martin DBX S 2026: ยุคใหม่แห่งความดุดัน – เหนือกว่า DBX707 ด้วยพละกำลังเหนือมนุษย์ (717 แรงม้า)
ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่ Aston Martin เปิดตัว DBX707 ในฐานะที่สุดแห่งขุมพลังในตระกูล SUV แบรนด์หรูจากอังกฤษได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยกระแสตอบรับอันถล่มทลาย ส่งผลให้รุ่น DBX ตัวธรรมดาต้องยุติการผลิตไปอย่างน่าเสียดาย เพราะกว่า 90% ของลูกค้าต่างเลือกที่จะอัปเกรดไปสู่ DBX707 ที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ
และในวันนี้ ปี 2026 Aston Martin ได้สร้างเซอร์ไพรส์อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Aston Martin DBX S ซึ่งแม้ชื่อรุ่นอาจไม่มีคำว่า ‘707’ ที่หวือหวา แต่ตัวอักษร ‘S’ อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์นี้ ได้มาพร้อมกับการยกระดับขีดความสามารถครั้งสำคัญอย่างแท้จริง โดยเฉพาะขุมกำลังเครื่องยนต์ที่ได้รับการปลดปล่อยศักยภาพให้เหนือชั้นกว่าเดิม พร้อมกับการลดน้ำหนักตัวถังที่ชาญฉลาด
พละกำลังที่ปลุกชีพจาก Valhalla: อัพเกรดสู่ความแรง 717 แรงม้า
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Aston Martin DBX S 2026 กลายเป็นที่จับตามองคือการอัปเกรดขุมพลังครั้งใหญ่ โดยได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีตรงจากซูเปอร์คาร์ระดับเรือธงอย่าง Valhalla
กำลังเครื่องยนต์: เพิ่มขึ้นอีก 20 แรงม้า ส่งผลให้กำลังสูงสุดอยู่ที่ 717 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด: ยังคงอยู่ที่ 899 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง: 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.3 วินาที
ความเร็วสูงสุด: 310 กม./ชม.
แม้ตัวเลขอัตราเร่งอาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด แต่จากข้อมูลของ Aston Martin เอง ได้ยืนยันว่ากำลังที่เพิ่มขึ้นนี้ สามารถสัมผัสได้ถึงแรงดึงอันดุดันมากขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงรอบเครื่องยนต์สูง ซึ่งทั้งหมดนี้มาพร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ 4.0 ลิตร ที่ถูกปรับปรุงระบบท่อไอเสียใหม่ ให้เสียงคำรามอันเป็นธรรมชาติของมันกังวานและทรงพลังยิ่งกว่าที่เคย
นวัตกรรมวิศวกรรมน้ำหนักเบา และการถ่ายทอดกำลังที่แม่นยำ
เพื่อมุ่งสู่มาตรฐานความหรูหราที่มาพร้อมสมรรถนะสูงสุด Aston Martin DBX S ได้รับการปรับปรุงระบบเกียร์คลัตช์เปียก 9 สปีด ให้มีการตอบสนองที่ฉับไวและแม่นยำยิ่งขึ้น ในขณะที่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (All-Wheel Drive) ยังคงความสามารถในการกระจายแรงบิดที่ยอดเยี่ยม สามารถส่งแรงสูงสุด 100% ไปยังล้อหลัง และสูงสุด 50% ไปยังล้อหน้า
สิ่งหนึ่งที่ Aston Martin ทุ่มเทให้กับการพัฒนา DBX S คือการลดน้ำหนักตัวถังให้เบาลงกว่ารุ่น DBX707 อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว น้ำหนักที่ลดลงมากที่สุดจะมาจากออปชั่นเสริมก็ตาม:
หลังคาคาร์บอนไฟเบอร์: เป็นตัวเลือกที่ช่วยลดน้ำหนักได้มากที่สุดถึง 18.14 กิโลกรัม (40 ปอนด์)
ล้อแมกนีเซียมอัลลอย: เป็นครั้งแรกสำหรับตระกูล DB โดยล้อขนาด 23 นิ้วนี้ ช่วยลดน้ำหนักตัวรถได้อีก 19 กิโลกรัม (42 ปอนด์)
การใช้เทคโนโลยีและวัสดุน้ำหนักเบาเหล่านี้ ส่งผลให้น้ำหนักรวมของ Aston Martin DBX S ลดลงจาก DBX707 เดิม ซึ่งถือเป็นอีกขั้นของการวิศวกรรมยานยนต์ระดับพรีเมียม
ระบบช่วงล่างและการบังคับเลี้ยว: ความแม่นยำระดับซูเปอร์คาร์
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบสปอร์ตและสมรรถนะสูง Aston Martin DBX S 2026 ได้รับการอัปเกรดระบบช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวอย่างพิถีพิถัน:
ระบบกันสะเทือน: ใช้ชุดช่วงล่างแบบเดียวกับ DBX707 โดยได้รับการปรับจูนสปริงลมและโช้คอัพอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ เพื่อลดอาการโยกตัว (Body Roll) ให้น้อยที่สุด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่เคยสร้างความประทับใจในรุ่น DBX707 มาก่อน
ระบบบังคับเลี้ยว: ปรับปรุงให้มีการตอบสนองเร็วขึ้นถึง 4% พร้อมลดรัศมีวงเลี้ยวลงประมาณ 0.46 เมตร ทำให้การควบคุมรถในสภาพถนนที่คับคั่ง หรือการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง มีความคล่องตัวและเฉียบคมมากยิ่งขึ้น
การออกแบบที่โดดเด่น: กระจังหน้าดำขลับ เอกลักษณ์แห่งความดุดัน
ในด้านการออกแบบภายนอก Aston Martin DBX S มีความโดดเด่นที่เห็นได้ชัดเจนจากรุ่นพี่ DBX707 ตรงส่วนของกระจังหน้าสีดำ (Black Grille) ที่เพิ่มความดุดันและเข้มขรึมให้กับตัวรถ นอกจากนี้ ยังได้รับการออกแบบใหม่ทั้งในส่วนสปอยเลอร์หน้า (Front Spoiler) และดิฟฟิวเซอร์หลัง (Rear Diffuser) รวมถึงการติดตั้งคิ้วประตูคาร์บอนไฟเบอร์ใหม่ เพื่อเสริมบุคลิกแห่งความสปอร์ตให้สมบูรณ์แบบ
สำหรับเจ้าของที่ต้องการความพิถีพิถันสูงสุด Aston Martin ยังได้เสนอทางเลือกกระจังหน้าแบบโพลีคาร์บอเนตน้ำหนักเบาพิเศษ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดของแบรนด์ชั้นนำแห่งนี้
ภายใน: ความหรูหราที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่
เมื่อก้าวเข้ามาในห้องโดยสาร Aston Martin DBX S นำเสนอความหรูหราที่อัปเกรดขึ้นไปอีกระดับ ด้วยดีไซน์การตกแต่งภายในแบบใหม่ ที่เน้นความโดดเด่นของลายผ้าก้างปลา (Herringbone) บนเบาะนั่ง ซึ่งเข้ากันได้อย่างลงตัวกับหลังคาคาร์บอนไฟเบอร์
วัสดุ: ใช้ผ้า Alcantara หุ้มทั่วทั้งห้องโดยสาร และหนังในจุดสัมผัสที่สำคัญ
ออปชั่น: มีตัวเลือกวัสดุไมโครไฟเบอร์สังเคราะห์ หรือหนังเซมิอะนิลีน (Semi-Aniline Leather) เพิ่มเติม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน
การวางจำหน่ายและราคา: ความคุ้มค่าที่รอคอย
Aston Martin DBX S เริ่มเปิดให้จองแล้วตั้งแต่วันนี้ และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบรถได้ภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2025
โดยทางแบรนด์ได้ยืนยันว่า DBX S จะวางจำหน่ายควบคู่ไปกับรุ่น DBX707 โดย ราคาของ Aston Martin DBX S รุ่นปี 2026 ได้ถูกคาดการณ์ไว้อย่างเป็นทางการอยู่ที่ประมาณ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 9.5 ล้านบาท (อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน ณ ปัจจุบัน) ซึ่งถือเป็นการวางตำแหน่งราคาที่สะท้อนถึงขุมพลังที่เพิ่มขึ้น และการยกระดับเทคโนโลยีที่เหนือกว่าอย่างแท้จริง
คำถามสำคัญที่นักลงทุนควรพิจารณา (Investor’s Perspective)
การเปิดตัว Aston Martin DBX S ในปี 2026 นี้ ไม่ได้เป็นเพียงการอัปเดตผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดรถยนต์หรูเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกถึงทิศทางการเคลื่อนไหวของตลาดรถยนต์สมรรถนะสูง (Performance SUVs) ทั่วโลก บทวิเคราะห์นี้จะเจาะลึกถึงนัยยะทางเศรษฐศาสตร์ และกลยุทธ์การลงทุนที่นักลงทุนควรพิจารณาในสถานการณ์เช่นนี้
การแข่งขันในตลาด High-End SUV ปี 2026: DBX S vsคู่แข่ง
ตลาดรถยนต์ SUV หรูระดับสมรรถนะสูงในปัจจุบันกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ แบรนด์อย่าง Lamborghini (Urus), Ferrari (Purosangue), BMW (XM), Mercedes-AMG (G63), และ Porsche (Cayenne Turbo GT) ต่างล้วนมีโมเดลที่พร้อมจะแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด
กลยุทธ์การตั้งราคา: การวางตำแหน่งราคาที่ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐของ DBX S ทำให้มันอยู่ตรงกลางระหว่างกลุ่มราคาเริ่มต้นของซูเปอร์คาร์ (เช่น Lamborghini Urus) และกลุ่มราคาพรีเมียมของสปอร์ต SUV (เช่น Mercedes-AMG G