![[ครบชุด] T0210845_พ ฟ ก บเหมยส งสอนน องสาวแรงขนาดน ได เหรอ !!! เพ อนบ าน](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/10/fb_natural_20261005_090342.jpg)
Aston Martin DBX S 2026: เปิดตำนานแห่งความแรงเหนือระดับ เจาะลึกพลัง 717 แรงม้า และนวัตกรรมล้ำยุค
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์หรูได้เกิดปรากฏการณ์ที่น่าจับตามอง เมื่อผู้ผลิตรถยนต์ซูเปอร์คาร์ชื่อดังของอังกฤษอย่าง Aston Martin ได้ตัดสินใจก้าวเข้าสู่สนามของรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) ที่มีสมรรถนะสูง และการเปิดตัว Aston Martin DBX S 2026 นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันก้าวไกลของแบรนด์ที่ผสมผสานความหรูหราสง่างามเข้ากับพละกำลังที่ดุดันอย่างเหลือเชื่อ
ในโลกแห่งความเร็วและความหรูหรา การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมักเกิดขึ้นอย่างไม่หยุดนิ่ง และในปี 2026 นี้ Aston Martin DBX S ได้ถือกำเนิดขึ้นเพื่อสานต่อตำนานแห่งสมรรถนะที่เหนือชั้น ซึ่งอาจจะไม่ต้องมีรหัส “707” อันเป็นที่จดจำ แต่ตัวอักษร “S” อันเป็นเอกลักษณ์ของ Aston Martin ก็มาพร้อมกับการอัปเกรดครั้งสำคัญที่ทำให้รถคันนี้ก้าวข้ามขีดจำกัดของรถ SUV ที่เคยรู้จัก
บทความนี้จะเจาะลึกถึงหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อน Aston Martin DBX S 2026 รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านสมรรถนะ เทคโนโลยี และการออกแบบที่จะทำให้คุณต้องทึ่ง พร้อมให้ข้อมูลเชิงลึกที่อัปเดตล่าสุดเพื่อประกอบการตัดสินใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถ SUV หรูระดับเรือธง
ประวัติความเป็นมา: กำเนิด DBX S จากความสำเร็จของ DBX707
ก่อนจะทำความเข้าใจกับ Aston Martin DBX S จำเป็นต้องย้อนกลับไปในช่วงปี 2022 เมื่อ Aston Martin ได้สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกด้วยการเปิดตัว DBX707 ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นรถ SUV ที่ทรงพลังที่สุดในโลก ด้วยกำลังเครื่องยนต์ถึง 707 แรงม้า ความนิยมอย่างล้นหลามของ DBX707 ส่งผลให้รถยนต์รุ่นมาตรฐานของ DBX ได้ถูกถอนออกจากโชว์รูมไปอย่างถาวร เนื่องจากลูกค้าเกือบทั้งหมดเลือกที่จะจ่ายเงินเพิ่มเพื่อครอบครองสมรรถนะที่เหนือกว่า
อย่างไรก็ตาม ด้วยความมุ่งมั่นที่จะมอบทางเลือกที่หลากหลายและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น Aston Martin จึงได้พัฒนารถรุ่นใหม่ล่าสุดขึ้นมา โดยใช้เทคโนโลยีและวิศวกรรมที่ล้ำสมัยจากซูเปอร์คาร์ Valhalla มาประยุกต์ใช้ ผลลัพธ์ที่ได้คือ Aston Martin DBX S 2026 ซึ่งถือเป็นการยกระดับความแรงและการตอบสนองให้เหนือกว่าเดิมอีกขั้น
ขุมพลังอันดุเดือด: พละกำลัง 717 แรงม้าแห่งอนาคต
หัวใจหลักของ Aston Martin DBX S 2026 คือเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 4.0 ลิตร ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่จาก DBX707 โดยมีการติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์ใหม่และเทคโนโลยีที่สืบทอดมาจากซูเปอร์คาร์ Valhalla ซึ่งส่งผลให้กำลังเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นอีก 20 แรงม้า ทำให้มีพละกำลังรวมสูงสุดถึง 717 แรงม้า
แม้ว่าแรงบิดจะยังคงอยู่ที่ 899 นิวตันเมตร แต่กำลังที่เพิ่มขึ้นทำให้รู้สึกได้ถึงอัตราเร่งที่ทรงพลังยิ่งขึ้นในช่วงรอบเครื่องยนต์สูง แม้ว่าจะไม่เร็วกว่า DBX707 ในด้านตัวเลข แต่ Aston Martin DBX S 2026 ก็มาพร้อมกับเสียงที่ดุดันและสะใจกว่าเดิม ด้วยการผสานเข้ากับระบบท่อไอเสียแบบสี่ท่อใหม่ ซึ่ง Aston Martin อ้างว่าระบบท่อไอเสียนี้จะช่วยเสริมบุคลิกของเสียงคำรามอันเป็นธรรมชาติของเครื่องยนต์ V8 ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก
ด้วยพละกำลังอันมหาศาลนี้ Aston Martin DBX S 2026 สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 3.3 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 310 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือเป็นสถิติที่น่าทึ่งสำหรับรถยนต์อเนกประสงค์ในระดับเดียวกัน
การเปลี่ยนแปลงด้านวิศวกรรม: น้ำหนักที่เบาลงและความคล่องตัวที่เหนือกว่า
นอกเหนือจากพละกำลังที่เพิ่มขึ้น Aston Martin DBX S ยังได้รับการปรับปรุงด้านวิศวกรรมที่สำคัญหลายประการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการขับขี่
ระบบเกียร์และระบบขับเคลื่อน
Aston Martin DBX S 2026 ยังคงใช้ระบบเกียร์คลัตช์เปียก 9 สปีด เช่นเดียวกับ DBX707 แต่ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นเพื่อการตอบสนองที่รวดเร็วและแม่นยำกว่าเดิม ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) ยังคงได้รับการออกแบบมาให้สามารถส่งแรงบิดได้ 100% ไปยังล้อหลังและสูงสุด 50% ไปยังล้อหน้า ซึ่งช่วยให้รถสามารถยึดเกาะถนนได้อย่างยอดเยี่ยมในทุกสภาพการขับขี่
การลดน้ำหนัก
Aston Martin DBX S ได้รับการออกแบบให้มีน้ำหนักเบากว่า DBX707 ซึ่งการลดน้ำหนักนี้เป็นผลมาจากหลายปัจจัย แม้ว่าอุปกรณ์เสริมที่ช่วยลดน้ำหนักได้มากที่สุดจะเป็นออปชั่นเสริม เช่น หลังคาคาร์บอนไฟเบอร์ที่ช่วยลดน้ำหนักได้ถึง 18.14 กิโลกรัม แต่ Aston Martin DBX S 2026 ก็มาพร้อมกับล้ออัลลอยแมกนีเซียมเป็นครั้งแรกสำหรับรถ SUV ของ Aston Martin ซึ่งช่วยลดน้ำหนักลงได้อีก 19 กิโลกรัม โดยน้ำหนักรวมของรถอยู่ที่ 2,222 กิโลกรัม
ระบบช่วงล่างและการบังคับเลี้ยว
ระบบช่วงล่างของ Aston Martin DBX S นั้นเหมือนกับของ DBX707 ทุกประการ แต่ได้รับการปรับปรุงระบบช่วงล่างทั้งหมดที่เปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว รวมถึงการปรับแต่งใหม่สำหรับสปริงลมและโช้คอัพอิเล็กทรอนิกส์ Aston Martin อ้างว่ารถคันนี้แทบไม่มีอาการโยกเยก ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เคยพบใน DBX707 มาก่อน
นอกจากนี้ Aston Martin DBX S 2026 ยังมีความแตกต่างอยู่ที่ระบบบังคับเลี้ยวที่ได้รับการปรับปรุงให้ตอบสนองเร็วขึ้น 4% พร้อมทั้งลดรัศมีวงเลี้ยวลงประมาณ 0.46 เมตร ทำให้รถมีความคล่องตัวมากขึ้นในการขับขี่ในสภาพถนนที่หลากหลาย
การออกแบบที่สะดุดตา: เสน่ห์แห่งความดุดันและความหรูหรา
Aston Martin DBX S 2026 ยังคงเอกลักษณ์การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Aston Martin ไว้ได้อย่างครบถ้วน แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่ทำให้รถคันนี้โดดเด่นยิ่งขึ้น
ด้านหน้า
กระจังหน้าสีดำเป็นจุดเด่นที่ทำให้ Aston Martin DBX S แตกต่างจาก DBX707 นอกจากนี้ Aston Martin DBX S ยังมาพร้อมกับสปอยเลอร์หน้าและดิฟฟิวเซอร์หลังแบบใหม่ รวมถึงคิ้วประตูคาร์บอนไฟเบอร์ใหม่ เจ้าของ Aston Martin DBX S สามารถเลือกใช้กระจังหน้าโพลีคาร์บอเนตน้ำหนักเบาได้อีกด้วย
ด้านข้าง
ล้ออัลลอยแมกนีเซียมขนาด 23 นิ้ว เป็นครั้งแรกสำหรับรถ SUV ของ Aston Martin ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดน้ำหนัก แต่ยังช่วยเสริมความสปอร์ตและความแข็งแกร่งให้กับรถคันนี้อีกด้วย
ภายใน
Aston Martin DBX S 2026 มาพร้อมกับการตกแต่งภายในที่หรูหราและทันสมัย โดยมีการนำเสนอตัวเลือกสีตกแต่งตัวถัง 3 สี ได้แก่ สีแดง สีเงิน และสีเขียว ภายในของ Aston Martin DBX S โดดเด่นด้วยลวดลายก้างปลาแบบใหม่บนเบาะนั่ง ซึ่งเข้ากันกับหลังคาคาร์บอนไฟเบอร์ Aston Martin DBX S ใช้ผ้า Alcantara บนพื้นผิวทั้งหมด และใช้หนังในจุดที่สัมผัสกับร่างกาย นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกวัสดุไมโครไฟเบอร์สังเคราะห์หรือหนังเซมิอะนิลีนสำหรับตกแต่งภายในทั้งหมด
ราคาและการวางจำหน่าย
Aston Martin DBX S 2026 ได้เริ่มเปิดตัวและวางจำหน่ายแล้ว โดยคาดว่าจะส่งมอบได้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2026 และ Aston Martin DBX S จะวางจำหน่ายควบคู่ไปกับ DBX707 โดยคาดว่าราคาของ Aston Martin DBX S รุ่นปี 2026 จะอยู่ ที่ประมาณ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 9 ล้านบาท (