![[ครบชุด] T0710934_EP.4 ฝ งร างฝ งแค น ตอน หมอนใบเด ยว เก อบทำแฝดพ เป นศพซ ำอ กคร ง](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/10/fb_natural_20261009_101306.jpg)
Aston Martin DBX 707 2026: เจาะลึกยนตรกรรม Ultra-Luxury SUV ที่มาพร้อมขุมพลัง 707 แรงม้า พร้อมการอัปเดตใหม่ล่าสุด
โดย ทีมงาน Autospinn ผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ระดับสูง
โพสต์เมื่อ 12 พฤษภาคม 2569
ในวงการยานยนต์ระดับซูเปอร์เอสยูวี (Super-SUV) สำหรับกลุ่มลูกค้าระดับ Ultra-Luxury นั้น การแข่งขันในปัจจุบันไม่ใช่แค่เรื่องของความหรูหราเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ยังรวมไปถึงสมรรถนะขั้นสูง ความแม่นยำในการควบคุม และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สามารถทัดเทียมรถสปอร์ตได้อย่างสมบูรณ์ ในปี 2026 แอสตัน มาร์ติน ได้ยืนยันจุดยืนความเป็นผู้นำในตลาดระดับสูงนี้อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Aston Martin DBX 707 ซึ่งเป็นมากกว่ารถยนต์อเนกประสงค์ แต่เป็นผลผลิตจากวิศวกรรมขั้นสูงที่มุ่งเน้นการขับขี่อันเร้าใจและประสบการณ์สุดพิเศษอย่างแท้จริง
ประวัติศาสตร์แบรนด์ Aston Martin: จากรากฐานรถแข่งสู่จุดสูงสุดของซูเปอร์เอสยูวี
การทำความเข้าใจตัวตนของ Aston Martin DBX 707 ไม่สามารถแยกออกจากการเดินทางที่ยาวนานของแบรนด์จากอังกฤษแห่งนี้ได้ Aston Martin ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1913 โดยสองเพื่อนซี้ วิศวกรผู้เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ ไลโอเนล มาร์ติน และ โรเบิร์ต แบมฟอร์ต ซึ่งมีเป้าหมายที่ชัดเจนตั้งแต่แรกเริ่ม นั่นคือ การสร้างสรรค์รถแข่งที่ทรงพลังและแม่นยำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ด้วยการเข้าร่วมการแข่งขันในรายการแอสตัน คลินตัน ฮิลล์ไคล์ม (Aston Clinton Hillclimb) และสามารถคว้าชัยชนะมาได้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ปูทางให้แบรนด์แห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของสมรรถนะและความหรูหราเหนือกาลเวลา
ตลอดระยะเวลากว่าศตวรรษที่ผ่านมา Aston Martin ไม่เพียงแต่ผลิตรถยนต์หรูที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ แต่ยังคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งรถแข่ง (Racing DNA) ที่สืบทอดมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นรุ่นคลาสสิกอย่าง DB5 ที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก หรือรถสปอร์ตสมรรถนะสูงอย่าง Vantage และ DBS Superleggera การมุ่งเน้นที่ ‘ผู้ขับ’ (Driver) และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับกลุ่มตลาดรถอเนกประสงค์อย่าง DBX เพื่อสร้างสรรค์รถยนต์ที่สามารถให้ความคล่องตัวในชีวิตประจำวันพร้อมกับสมรรถนะระดับโลก
DBX 707 2026: นิยามใหม่ของซูเปอร์เอสยูวีที่ทรงพลังที่สุด
สำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่มุ่งเน้นการซื้อรถซูเปอร์เอสยูวี (Super-SUV) ในตลาดประเทศไทย ความต้องการไม่ได้หยุดอยู่แค่ความหรูหราและความพรีเมียมอีกต่อไป แต่ผู้ซื้อระดับสูงเริ่มมองหาเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด โดยเฉพาะในเรื่องสมรรถนะและระบบขับเคลื่อนที่สามารถตอบสนองความต้องการด้านความเร็วและแรงบิดได้สูงสุด Aston Martin DBX 707 ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์นี้อย่างแท้จริง ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นหนึ่งในรถอเนกประสงค์สมรรถนะสูงที่แรงที่สุดในปัจจุบัน
ฉัตรชัย แก้วผ่องศรี ผู้จัดการทั่วไป แอสตัน มาร์ติน แบงคอก ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ว่า “DBX 707 ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์อเนกประสงค์ แต่เป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดของเซกเมนต์ผ่านการผสานสมรรถนะขั้นสูง การขับเคลื่อนที่ยอดเยี่ยม การออกแบบที่โดดเด่น และความหรูหราที่เหนือกว่า นอกจากนี้ ด้วยรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์และขีดความสามารถที่ไม่มีใครเทียบได้ ทำให้ DBX 707 คือที่สุดแห่งเอสยูวีที่สมบูรณ์แบบ”
ทันทีที่ได้สัมผัส DBX 707 จะรู้สึกได้ทันทีถึงความแตกต่างจากรถยนต์ทั่วไป การออกแบบที่โฉบเฉี่ยว ความปราดเปรียว และบุคลิกที่พร้อมจะพุ่งทะยานถูกผสานเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ทุกองค์ประกอบของตัวรถได้รับการปรับแต่งเพื่อยกระดับสมรรถนะ เพิ่มความเร้าใจ และดึงดูดทุกสายตาที่ได้พบเห็น
ดีไซน์ภายนอกที่สืบทอดจากแรงบันดาลใจของรถสปอร์ต
การออกแบบของ Aston Martin DBX 707 ถูกวางรากฐานมาจากความสำเร็จของ Aston Martin ในการสร้างรถสปอร์ตสมรรถนะสูง โดยนำเส้นสายที่ปราดเปรียวและบุคลิกการเป็นรถขับสนุกมาใช้เป็นแกนหลัก ทุกส่วนของตัวถังได้รับการปรับแต่งเพื่อเพิ่มศักยภาพและสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้พบเห็น
กระจังหน้าขนาดใหญ่ขึ้น: เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดักอากาศ กระจังหน้าของ DBX 707 ถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่ขึ้น 27% เมื่อเทียบกับรุ่นมาตรฐาน พร้อมติดตั้งแผ่นรีดอากาศ (Front Splitter) บริเวณด้านใต้และข้างกันชนหน้า แผ่นรีดอากาศเหล่านี้ทำหน้าที่สร้างแรงกด (Downforce) และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนอากาศรอบตัวรถ
ช่องดักอากาศและไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์: ผสานดีไซน์ของช่องดักอากาศขนาดใหญ่เข้ากับไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์แบบเส้นตรงที่บางเฉียบ เพิ่มความลู่ลมและดุดันให้กับด้านหน้าของตัวรถ
อุปกรณ์รีดอากาศ ‘Side Strake’: ติดตั้งอุปกรณ์รีดอากาศ ‘Side Strake’ ที่แก้มข้างรถ ลากยาวมาจรดกับประตูหน้า ซึ่งช่วยลดแรงต้านอากาศและเพิ่มความเสถียระขณะความเร็วสูง
สเกิร์ตข้างที่ใหญ่ขึ้น: เพื่อเสริมมิติทางด้านข้างและเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ สเกิร์ตข้าง (Side Skirts) ถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ชุดแอโรไดนามิกส์ด้านหลัง: ด้านท้ายของรถได้รับการติดตั้งชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์บนสปอยเลอร์หลังคา ผสานกับดิฟฟิวเซอร์หลังขนาดใหญ่ (Diffuser) ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรถแข่ง รวมถึงท่อไอเสียแบบปลายคู่ 4 ท่อ (Quad Exhaust Tailpipes) ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด เพื่อรองรับพละกำลังเครื่องยนต์ระดับ 707 แรงม้า และมอบประสบการณ์เสียงที่เร้าใจไม่แพ้รถสปอร์ต
การออกแบบที่พิถีพิถันเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความแตกต่างให้กับ Aston Martin DBX 707 ในด้านรูปลักษณ์เท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อหลักการอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมรถระดับซูเปอร์เอสยูวี
ขุมพลังและเทคโนโลยีแห่งปี 2026: พลังดิบ 707 แรงม้า
หนึ่งในคุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของ Aston Martin DBX 707 คือขุมพลังที่เหนือกว่ารถยนต์อเนกประสงค์อื่นๆ ในท้องตลาด โดยใช้เครื่องยนต์เบนซินทวินเทอร์โบ (Twin-Turbo) แบบ วี8 สูบ ขนาด 4.0 ลิตร ซึ่งได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่ารุ่นมาตรฐาน
การปรับปรุงเครื่องยนต์และเทอร์โบ: ด้วยการเปลี่ยนมาใช้เทอร์โบบอลแบริ่ง (Turbo Ball Bearing) ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมกับการปรับจูนระบบอีซียู (ECU) ใหม่ทั้งหมด เพื่อดึงศักยภาพของเครื่องยนต์ออกมาให้ได้มากที่สุด วิศวกรของ Aston Martin มุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างพละกำลัง แรงบิด และการตอบสนองที่ฉับไว ซึ่งเป็นหัวใจหลักของปรัชญาการสร้างสรรค์รถยนต์ของแบรนด์
ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ Wet Clutch: เพื่อรองรับแรงบิดมหาศาลถึง 900 นิวตันเมตร และให้การเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วและกระชับที่สุด DBX 707 ใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์เปียก (Wet Clutch) 9 จังหวะ ระบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยในการถ่ายทอดกำลังที่นุ่มนวลและต่อเนื่อง แต่ยังให้ความรู้สึกสปอร์ตกว่าเกียร์แบบทอร์คคอนเวอร์ตเตอร์ (Torque Converter) แบบดั้งเดิม ทำให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงความเชื่อมโยงระหว่างนิ้วเท้าและล้อรถอย่างแท้จริง
อัตราเร่งและความเร็วสูงสุด: ด้วยพละกำลัง 707 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิด 900 นิวตันเมตร ที่ช่วงความเร็วรอบ 2,750