![[ครบชุด] T0710997_EP.1 แฝดทวงแค น](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/10/fb_natural_20261009_103653.jpg)
เปิดตัว Aston Martin DBX707: นิยามใหม่แห่งซูเปอร์เอสยูวีหรูแรงที่สุดแห่งปี 2026
ในโลกแห่งยานยนต์หรูที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง โดยเฉพาะในตลาดรถยนต์พรีเมียมและซูเปอร์คาร์ของประเทศไทย การเปิดตัวรถรุ่นใหม่ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความตื่นตาตื่นใจและความต้องการของผู้บริโภค เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2566 (ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดในปี 2569) แอสตัน มาร์ติน แบงคอก ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัว Aston Martin DBX707 ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นซูเปอร์เอสยูวีระดับอัลตราลักชัวรี่ที่ทรงพลังที่สุดแห่งยุคสมัย เป็นการผสมผสานระหว่างสมรรถนะอันดุดัน ความแม่นยำในการควบคุม และความหรูหราสง่างาม อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อังกฤษเก่าแก่ที่กำลังรุกตลาดอย่างหนักในปี 2026
จากตำนานสู่ซูเปอร์เอสยูวี: การเดินทางอันยาวนานของ Aston Martin
แอสตัน มาร์ติน แบรนด์รถยนต์สัญชาติอังกฤษที่มีรากฐานอันแข็งแกร่ง ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1913 (พ.ศ. 2456) โดยสองผู้ก่อตั้งผู้ยิ่งใหญ่ ไลโอเนล มาร์ติน และ โรเบิร์ต แบมฟอร์ต ทั้งคู่มีความหลงใหลในการแข่งขันรถยนต์เป็นทุนเดิม และได้ร่วมกันสร้างสรรค์รถแข่งเพื่อพิสูจน์ความสามารถของตนเองในการแข่งขันรายการ แอสตัน คลินตัน ฮิลล์ไคล์ม (Aston Clinton Hillclimb) ซึ่งพวกเขาก็สามารถคว้าชัยชนะมาครองได้สำเร็จ นับเป็นชัยชนะครั้งแรกที่สร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์ และปูทางไปสู่การเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในด้านสมรรถนะ ความหรูหรา และการออกแบบอันไร้ที่ติ
ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา แอสตัน มาร์ติน ได้ฝากผลงานที่น่าจดจำไว้ในโลกยานยนต์มากมาย ทั้งรถสปอร์ตระดับตำนาน รถซูเปอร์คาร์ที่ได้รับคำชื่นชมจากทั่วโลก และล่าสุดคือการเข้าสู่ตลาดกลุ่มเอสยูวี ซึ่งเป็นการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น โดยรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้ได้อย่างครบถ้วน การเปิดตัว Aston Martin DBX707 ในปี 2026 นี้ นับเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งและความทะเยอทะยานของแบรนด์ที่จะครองบัลลังก์ผู้นำในกลุ่มซูเปอร์เอสยูวีชั้นนำของโลก
DBX707: 3 คำจำกัดความที่ไม่เหมือนใคร
หากต้องนิยาม Aston Martin DBX707 ด้วยคำสามคำ เชื่อได้เลยว่าคำแรกที่ผู้คนจะนึกถึงคือ “เร็วสุด” เพราะนี่คือเอสยูวีที่สามารถทำอัตราเร่งได้อย่างน่าทึ่ง นอกจากนี้ “แรงจัด” คืออีกหนึ่งคำที่บ่งบอกถึงพละกำลังอันมหาศาลของขุมพลังเครื่องยนต์ และสุดท้ายคือ “ทรงตัวเป็นเลิศ” ที่ยืนยันถึงความมั่นคงและการบังคับควบคุมที่เฉียบคม ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ Aston Martin DBX707 ยากที่จะหาคู่แข่งเทียบเคียงได้ ทั้งในด้านพละกำลัง ความแม่นยำในการบังคับควบคุม และประสบการณ์ขับขี่อันน่าประทับใจ
นายฉัตรชัย แก้วผ่องศรี ผู้จัดการทั่วไป แอสตัน มาร์ติน แบงคอก ได้กล่าวถึงความโดดเด่นของ Aston Martin DBX707 ไว้ว่า “DBX707 เป็นเอสยูวีที่ไม่มีใครเหมือน ยกระดับ แอสตัน มาร์ติน สู่จุดสูงสุดในเซกเมนต์ ผ่านการผสมผสานสมรรถนะอันจัดจ้าน การขับเคลื่อนระดับเทพ รูปลักษณ์สะดุดตา และความหรูหราแบบเต็มพิกัด นอกจากนั้น การออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะและศักยภาพเหนือชั้น ส่งผลให้ DBX707 คือ ที่สุดแห่งเอสยูวี ในทุกรายละเอียด” คำกล่าวนี้ไม่ใช่เพียงแค่โฆษณา แต่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแอสตัน มาร์ติน ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า
ดีไซน์ที่โดดเด่น สะกดทุกสายตา
เพียงแรกเห็น Aston Martin DBX707 ก็สามารถบอกได้ทันทีว่านี่คือ “DBX707” อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว และมีบุคลิกของการเป็นรถสปอร์ตที่ขับสนุก ถูกนำมาเป็นพื้นฐานในการออกแบบตัวรถ โดยทุกอณูได้รับการปรับแต่งเพื่อเพิ่มสมรรถนะ เติมความเร้าใจ และดึงดูดทุกสายตาที่ได้พบเห็น กระจังหน้าได้รับการออกแบบให้มีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 27% พร้อมแผ่นรีดอากาศ (front splitter) ด้านใต้และข้างกันชนหน้า ผสานกับช่องดักอากาศและเดย์ไทม์รันนิงไลท์แบบเส้นตรง นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งอุปกรณ์รีดอากาศ ‘Side Strake’ บริเวณแก้มข้างที่ลากยาวมาถึงประตูหน้า รวมถึงสเกิร์ตข้างที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้านหลังยังได้รับการอัปเกรดด้วยชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์บนสปอยเลอร์หลังคา ผสานกับดิฟฟิวเซอร์หลังขนาดเขื่องแบบเดียวกับรถแข่ง และปลายท่อไอเสียสี่ท่อ (Quad Exhaust Tailpipes) ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่หมดจด เพื่อให้เข้ากับความดุดันของตัวรถ
เครื่องยนต์ทรงพลัง มอบอัตราเร่งที่เร้าใจ
ภายใต้ฝากระโปรงหน้าของ Aston Martin DBX707 คือขุมพลังเบนซินทวินเทอร์โบ วี8 สูบ ขนาด 4.0 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการเปลี่ยนมาใช้เทอร์โบบอลแบริ่งขนาดใหญ่ พร้อมปรับแต่งอีซียู (ECU) เพื่อดึงศักยภาพแรงม้าและแรงบิดออกมาให้ได้มากที่สุด ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบเปียก (Wet Clutch) 9 จังหวะ ที่สามารถรองรับแรงบิดอันมหาศาลถึง 900 นิวตันเมตร (ที่ 2,750-4,500 รอบต่อนาที) ได้ดีกว่าเกียร์อัตโนมัติแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ทั่วไป อีกทั้งยังช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์มีความรวดเร็วและกระชับยิ่งขึ้น นอกจากพละกำลังแล้ว Aston Martin DBX707 ยังมาพร้อมอัตราเร่งกระชากใจด้วยตัวเลข 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 3.3 วินาที และความเร็วสูงสุด (Top Speed) ที่ทำได้ถึง 310 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือเป็นสถิติที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถประเภทนี้
สำหรับผู้ที่สนใจรถเอสยูวีที่มีความแรงและตอบโจทย์การขับขี่สไตล์สปอร์ต Aston Martin DBX707 คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดที่ควรพิจารณา ไม่เพียงแต่ในด้านความแรง แต่ยังรวมถึงการออกแบบที่ลงตัว และความหรูหราที่ครบครัน
การขับเคลื่อนสไตล์สปอร์ตระดับตำนาน
สำหรับผู้ขับขี่ที่ชื่นชอบความแรงและต้องการประสบการณ์ขับขี่ที่ใกล้เคียงรถแข่ง Aston Martin DBX707 คือคำตอบที่ลงตัว ห้องโดยสารภายในของ Aston Martin DBX707 ถูกปรับแต่งให้มีความเป็นสปอร์ตอย่างเต็มที่ ตกแต่งด้วยวัสดุอัลคันทาราอันนุ่มนวล พร้อมเบาะคู่หน้าแบบสปอร์ตที่ช่วยโอบกระชับผู้ขับขี่ขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง บริเวณคอนโซลกลางเพิ่มปุ่มควบคุม Adaptive Drive Modes ที่มีเฉพาะในรุ่น DBX707 โดยแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ Terrain, GT, Individual, Sport และ Sport+ ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดที่เหมาะสมกับสภาพการขับขี่และความต้องการในขณะนั้นได้อย่างอิสระ
เบรกสมรรถนะสูงและช่วงล่างที่หนึบแน่น
การควบคุมรถที่ยอดเยี่ยมย่อมมาคู่กับระบบเบรกและช่วงล่างที่มีประสิทธิภาพสูง Aston Martin DBX707 ติดตั้งจานเบรกคาร์บอนเซรามิกมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานทั้งด้านหน้าและหลัง ขนาด 420 มิลลิเมตร และ 360 มิลลิเมตร ตามลำดับ จับคู่กับคาลิเปอร์เบรก 6 พ็อต และผ้าเบรกประสิทธิภาพสูงที่ทำงานได้ดีในช่วงอุณหภูมิที่กว้าง ช่วยลดน้ำหนักใต้สปริงได้ถึง 40.5 กิโลกรัม และเพิ่มการตอบสนองและฟีลลิ่งของแป้นเบรกให้ดียิ่งขึ้น ส่งผลดีต่อความแม่นยำและความมั่นใจในการควบคุมรถ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการระบาย