🔻 XEM VIDEO BÊN DƯỚI 🔻
การปรับปรุงด้านแอโรไดนามิก
เพื่อเพิ่มแรงกดและเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง แพ็คเกจนี้จึงมาพร้อมกับสปลิตเตอร์หน้าดีไซน์ใหม่เหนือเครื่องยนต์มีการติดตั้ง Scoop ดักอากาศขนาดใหญ่ 2 ช่องเพื่อช่วยระบายความร้อน บั้นท้ายได้รับการออกแบบปีกหลังใหม่ที่ผสานรวมเข้ากับครีบฉลามกึ่งกลางอย่างกลมกลืนการอัปเกรดระบบไอเสีย
จุดเด่นที่ทำให้นักเลงรถต้องเหลียวหลัง คือ การเพิ่มเติมท่อไอเสียอีก 2 วง (ซ้าย-ขวา) นอกเหนือจากปลายท่อ 4 รูที่เราคุ้นเคย การจัดวางตำแหน่งท่อไอเสียทั้ง 6 รูนี้ ช่วยให้ประสิทธิภาพและเสียงที่ดุดันของเครื่องยนต์ตอบสนองได้เหนือกว่ามาตรฐานเดิม นอกจากนี้ ระบบกันสะเทือนยังได้รับการอัปเกรดให้รองรับการขับขี่ในสนามแข่งได้ดียิ่งขึ้น และมีการเพิ่มโหมดการขับขี่ใหม่ที่เรียกว่า “Soft Driving mode” เพื่อให้การขับขี่บนถนนสาธารณะมีความนุ่มนวลมากขึ้นขุมพลังระดับหายนะ: 827 แรงม้า
หัวใจหลักยังคงเป็นเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ จาก AMG แต่ในรุ่นที่ติดตั้ง Pacchetto Tempesta กำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นถึง 8% ทำให้สามารถผลิตแรงม้าได้ถึง 827 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 1,100 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังไปยังล้อหลังผ่านเกียร์กึ่งอัตโนมัติ 7 สปีด Single Clutch จาก Xtrac ซึ่งเป็นระบบที่ให้ทั้งความแม่นยำและประสบการณ์การขับขี่ที่บริสุทธิ์ Pagani Huayra Epitome: ศิลปะที่เคลื่อนไหวได้ด้วยเกียร์แมนนวล ในขณะที่ตลาดรถสปอร์ตหรูระดับโลกกำลังก้าวไปสู่การเป็นรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว ทาง Pagani ได้ฉีกกฎเกณฑ์ด้วยการเปิดตัว Pagani Huayra Epitome ณ เทศกาลรถยนต์ Goodwood Festival of Speed บนเกาะอังกฤษ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นรถรุ่นพิเศษที่มีเพียงคันเดียวในโลก แต่ยังเป็น ไฮเปอร์คาร์คันแรกและคันเดียวของ Pagani ที่ใช้ระบบเกียร์ธรรมดา ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจสำหรับวงการยานยนต์ Huayra Epitome เปรียบเสมือนผลงานศิลปะชั้นเลิศ ที่ได้รับการพัฒนาและสร้างสรรค์โดยแผนกพิเศษอย่าง Grandi Complicazioni ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการสร้างรถที่มีความพิเศษและไม่เหมือนใครที่สุดของบริษัท ผู้ผลิตระบุว่านี่คือ “ที่สุดของรถใช้งานบนถนนสาธารณะ” ซึ่งหมายความว่าไม่ใช่เพียงรถโชว์ แต่เป็นรถที่พร้อมจะให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจที่สุด ขุมพลังระดับ 864 แรงม้า ที่มาพร้อมเสียงคำรามอันดุดัน
ความอัจฉริยะของช่วงล่าง
เพื่อรองรับกำลังมหาศาลและมอบความมั่นคงในการขับขี่ ระบบกันสะเทือนใหม่แบบแอคทีฟถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษ มันช่วยลดอาการหน้าทิ่มเมื่อเร่งความเร็ว ลดอาการท้ายปัดเมื่อเบรก และลดการโคลงขณะเข้าโค้ง นอกจากนี้ ยังมาพร้อมโหมด “Super Soft” ที่จะช่วยให้การขับขี่ราบรื่นแม้ต้องผ่านเส้นทางที่ไม่เรียบกลไกที่ซับซ้อนและประสิทธิภาพเหนือชั้น
ในด้านกลไกภายใน รถคันนี้ใช้คลัตช์ Triple-disc เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งแรงบิด พร้อมด้วย Differential แบบอิเล็กทรอนิกส์ และการออกแบบเพลาขับแบบ Triple Joint ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง ทำให้มั่นใจได้ว่าการตอบสนองจากเครื่องยนต์จะรวดเร็วและแม่นยำที่สุด ผลลัพธ์คือ การเร่งความเร็วสูงสุดของไฮเปอร์คาร์คันนี้สามารถทำได้ถึง 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมงงานฝีมือที่ไร้ที่ติ
ขณะที่การออกแบบภายนอก ตัวถังรถมาในสีคาร์บอนไฟเบอร์เปลือยสีฟ้าที่ให้ความรู้สึกหรูหรา และได้รับการเสริมดีเทลในหลายส่วน กันชนหน้าได้รับการออกแบบใหม่พร้อมสปลิตเตอร์เพื่อเพิ่มแรงกด เสริมด้วยช่องดักลมขนาดใหญ่ตรงกลางและด้านข้าง พร้อมติดตั้งไฟ DRL บริเวณช่องดักลม และซุ้มล้อหน้ามีการเพิ่มช่องระบายอากาศเพื่อช่วยระบายความร้อน ด้านท้ายของตัวรถมาพร้อมปีกหลังดีไซน์ใหม่ขนาดใหญ่ที่ยึดติดกับฝากระโปรง และมีครีบครอบชุดไฟท้ายเพื่อลดแรงต้านอากาศ ท่อไอเสียทำจากไทเทเนียมและมีจำนวนถึง 6 รู โดยจุดที่เพิ่มมา 2 รู อยู่บริเวณดิฟฟิวเซอร์ขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยเพิ่มการไหลของอากาศเพื่อสร้างแรงกดเพิ่มเติม ล้อแม็กเป็นแบบอะลูมิเนียมชิ้นเดียว Monolithic ดีไซน์ใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากรุ่น Imola Coupe โดยรัดด้วยยาง Pirelli P Zero Trofeo R ซึ่งเป็นยางสำหรับสนามแข่งโดยเฉพาะ

