คึกคักบรรยากาศการรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.ระบบเขตวันแรกใน จ.ชลบุรี “ไอซ์ รักชนก” พาผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน จับเบอร์ ฝากชาวชลบุรี ช่วยพิสูจน์เป็นพื้นที่ “เทาหรือไม่เทา” ขณะที่ “เสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น” นำทัพภูมิใจไทย ลั่นคนชลบุรีไม่ต้องพูดเยอะ พูดแล้วทำจบ
เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบเขต วันแรกใน จ.ชลบุรี ซึ่งจัดขึ้นที่ศาลาอเนกประสงค์เทศบาลนครบ้านสวน อ.เมืองชลบุรี เป็นไปด้วยความคึกคัก โดยมีพรรคการเมืองใหญ่ ส่งผู้สมัครครบทุกเขต อาทิ ตัวเต็งพรรคภูมิใจไทย ที่นำโดย นายสุชาติ ชมกลิ่น พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคประชาชน ที่มี “ไอซ์ รักชนก ศรีนอก” มาร่วมสังเกตการณ์
โดยที่ผู้สมัครเขตหนึ่ง นายสุชาติ ชมกลิ่น จับฉลากได้หมายเลข 1 นายวรท ศิริรักษ์ ผู้สมัครพรรคประชาชน หมายเลข 7 นายรัฐรุจน์ ปิยะพงศ์ พรรคเพื่อไทย หมายเลข 4
ผู้สมัครเขตสอง นางสาววรรณิดา พรรคประชาชน ได้หมายเลข 1 ร.อ. ธนวัฒน์ ภาวสุทธิ์ พรรคภูมิใจไทย หมายเลข 3 นายคงพัชร ไขรัศมี พรรคเพื่อไทย หมายเลข 6
เขตที่สาม นายชวาล พลเมืองดี พรรคประชาชน ได้หมายเลข 1 ร้อยตำรวจเอก สิทธิพัฒน์ ภาวสุทธิ์ พรรคภูมิใจไทย หมายเลข 2 นายพายุ เนื่องจำนงค์ พรรคเพื่อไทย หมายเลข 5
โดยที่บรรยากาศด้านนอกของที่รับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี ได้มีกองเชียร์ของแต่ละพรรค ส่งเสียงเชียร์กันเป็นระยะ พร้อมมอบดอกไม้พวงมาลัยให้กับพรรคตัวเอง ทำให้บรรยากาศ วันรับสมัครในวันแรก เป็นไปด้วยความครึกครื้น โดยที่จะมีการรับสมัคร ไปถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 และจะมีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

สุดยอด Hypercar แห่งปี 2025: 5 ยนตรกรรมที่เร็วที่สุดในโลก ที่จะทำให้คุณทะยานสู่ขีดจำกัด
ในโลกของยานยนต์ที่ไร้ขีดจำกัด ยานยนต์ประเภท Hypercar คือสุดยอดแห่งวิศวกรรมที่ผสานความเร็ว แรงม้า ดีไซน์ล้ำสมัย และเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเข้าไว้ด้วยกัน มันไม่ใช่แค่พาหนะ แต่คือผลงานศิลปะบนล้อที่สร้างขึ้นเพื่อปลุกเร้าอะดรีนาลีน และท้าทายทุกขีดจำกัดของความเร็ว ในปี 2025 วงการ Hypercar ยังคงเต็มไปด้วยการแข่งขันอันดุเดือด เพื่อชิงตำแหน่ง “รถที่เร็วที่สุดในโลก” บทความนี้จะพาคุณดำดิ่งสู่โลกอันน่าทึ่งของสุดยอด Hypercar 5 อันดับ ที่ได้พิสูจน์สมรรถนะอันไร้เทียมทาน และจะทำให้คุณต้องมนต์สะกด
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของรถยนต์สมรรถนะสูงมาโดยตลอด และการมาถึงของ Hypercar ได้ยกระดับนิยามของ “ความเร็ว” ไปอีกขั้น การได้สัมผัส หรือแม้แต่การได้เห็นรถเหล่านี้โลดแล่นบนสนามแข่งหรือถนน คือประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน มาดูกันว่าในปี 2025 แบรนด์ใดจะก้าวขึ้นมาครองบัลลังก์แห่งความเร็วสูงสุด
SSC Tuatara: ขีดสุดแห่ง Aerodynamics และพละกำลัง
SSC Tuatara คือชื่อที่สั่นสะเทือนวงการ Hypercar ตั้งแต่เปิดตัว โดย SSC North America ได้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกนี้ขึ้นมาด้วยเป้าหมายเดียว คือการทำลายสถิติความเร็วสูงสุด การออกแบบของ Tuatara ไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงาม แต่ทุกเส้นสาย ทุกส่วนโค้ง ถูกคำนวณมาอย่างพิถีพิถันทางอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) เพื่อรีดประสิทธิภาพสูงสุดในการทะยานผ่านอากาศ
รูปลักษณ์ภายนอกของ Tuatara โดดเด่นด้วยเส้นสายที่เฉียบคม ลู่ลม พร้อมช่องดักอากาศขนาดใหญ่ที่กระจายตัวอยู่ทั่วคัน ตั้งแต่ด้านหน้าอันดุดัน ไปจนถึงด้านข้างที่เน้นประสิทธิภาพการไหลเวียนของอากาศ และปิดท้ายด้วยสปอยเลอร์หลังอันสง่างามที่ช่วยเพิ่มแรงกด (Downforce) ในยามที่รถต้องเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง การเลือกใช้วัสดุน้ำหนักเบาอย่างคาร์บอนไฟเบอร์ทั่วทั้งคัน ช่วยให้ Tuatara มีน้ำหนักที่เบาอย่างเหลือเชื่อ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มอัตราเร่งและสมรรถนะโดยรวม
หัวใจหลักของ SSC Tuatara คือเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ขนาด 5.9 ลิตร ที่ได้รับการปรับแต่งจนสามารถรีดพละกำลังได้ถึง 1,750 แรงม้า เมื่อใช้น้ำมัน E85 และแรงบิดสูงสุด 1,617 นิวตัน-เมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าเหลือเชื่อสำหรับเครื่องยนต์สันดาปภายใน การส่งกำลังทำได้อย่างราบรื่นและแม่นยำผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด แบบคลัตช์คู่ (Dual-Clutch Transmission) ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับแรงมหาศาลนี้
SSC Tuatara ทำเวลาอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 2.5 วินาทีเท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่เหนือจินตนาการ แต่ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ ความเร็วสูงสุดที่ SSC Tuatara ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าสามารถทำได้ถึง 532.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตัวเลขนี้ทำให้ Tuatara ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในรถที่เร็วที่สุดในโลกอย่างไม่ต้องสงสัย การยืนยันสถิติที่แม่นยำและได้รับการยอมรับในระดับสากล คือสิ่งที่ทำให้ SSC Tuatara คู่ควรกับตำแหน่งสูงสุดนี้
Bugatti Chiron Super Sport 300+: สัญลักษณ์แห่งความเร็วอันเป็นนิรันดร์
Bugatti Chiron Super Sport 300+ ไม่ใช่แค่รถ แต่เป็นตำนานที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อฉลองชัยชนะและความเป็นเลิศทางวิศวกรรม Bugatti แบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการผลิตรถยนต์สมรรถนะสูง ได้ยกระดับนิยามของ Hypercar ขึ้นไปอีกขั้นด้วย Chiron Super Sport 300+ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อพิชิตสถิติความเร็วสูงสุดโดยเฉพาะ
รูปลักษณ์ภายนอกของ Chiron Super Sport 300+ ยังคงกลิ่นอายของ Bugatti ไว้อย่างชัดเจน แต่ถูกปรับแต่งให้เน้นประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์มากยิ่งขึ้น การออกแบบที่ลู่ลม โดดเด่นด้วยสีดำเงาตัดกับแถบสีส้มอันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งการแข่งขัน การใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาอย่างแพร่หลาย ไม่เพียงแต่ช่วยลดน้ำหนัก แต่ยังเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างอีกด้วย ภายในห้องโดยสาร สะท้อนถึงความหรูหราและสปอร์ตที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว เบาะนั่งสไตล์ Bucket Seat โอบกระชับร่างกาย มอบความสบายและความปลอดภัยสูงสุด พร้อมการตกแต่งด้วยวัสดุพรีเมียมที่สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียด
หัวใจของ Bugatti Chiron Super Sport 300+ คือเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบชาร์จ 4 ตัว ที่ให้พละกำลังมหาศาลถึง 1,600 แรงม้า และแรงบิด 1,600 นิวตัน-เมตร ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือพลังดิบที่พร้อมจะปลดปล่อยเมื่อคุณเหยียบคันเร่ง การทำงานร่วมกับเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีด ทำให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น ส่งกำลังไปยังล้อทั้งสี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Bugatti Chiron Super Sport 300+ สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 2.4 วินาที แต่สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้เป็นที่จดจำอย่างแท้จริง คือการที่มันเป็นรถยนต์โปรดักชั่นคันแรกที่สามารถทะลุขีดจำกัดความเร็ว 300 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 482.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) โดยทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 509.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนสนามทดสอบ Ehra-Lessien ประเทศเยอรมนี Bugatti Chiron Super Sport 300+ ไม่ใช่แค่รถที่เร็ว แต่คือสัญลักษณ์ของความฝัน ความทะเยอทะยาน และการก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์
Hennessey Venom F5: พลังดิบที่ถูกปลดปล่อย
Hennessey Venom F5 คือผลผลิตจาก Hennessey Special Vehicles ผู้ผลิตรถยนต์สมรรถนะสูงที่ขึ้นชื่อในเรื่องของพละกำลังอันดุเดือด Venom F5 ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น Hypercar ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่บริสุทธิ์และดิบเถื่อนที่สุด โดยเน้นไปที่ความเร็วสูงสุดและอัตราเร่งที่น่าตกตะลึง
ดีไซน์ของ Venom F5 เน้นความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง เส้นสายที่เฉียบคมและลู่ลม สะท้อนถึงการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง เพื่อลดแรงต้านอากาศให้ได้มากที่สุด ช่องดักอากาศขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่ทั่วคัน ไม่เพียงแต่ช่วยระบายความร้อน แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบแอโรไดนามิกที่ช่วยสร้างแรงกดให้กับตัวรถ การใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาอย่างแพร่หลาย ช่วยให้ Venom F5 มีน้ำหนักเพียง 1,338 กิโลกรัม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รถคันนี้มีความคล่องตัวและตอบสนองต่อการขับขี่ได้อย่างฉับไว ภายในห้องโดยสารเน้นการใช้งานเป็นหลัก พร้อมเบาะนั่งแบบ Bucket Seat ที่โอบกระชับผู้ขับขี่อย่างเต็มที่ และแผงหน้าปัดดิจิทัลที่แสดงข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการขับขี่ด้วยความเร็วสูง
หัวใจสำคัญของ Hennessey Venom F5 คือเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ขนาด 6.6 ลิตร ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ สามารถรีดพละกำลังได้สูงสุดถึง 1,817 แรงม้า และแรงบิด 1,617 นิวตัน-เมตร ตัวเลขนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของ Hennessey ในการสร้างรถยนต์ที่ทรงพลังที่สุดในโลก
Hennessey Venom F5 สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 2.6 วินาที แต่เป้าหมายสูงสุดของ Venom F5 คือการพิสูจน์ความเร็วสูงสุดที่เหนือกว่า 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดย Hennessey คาดการณ์ว่า Venom F5 จะสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 484 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (และมีศักยภาพที่จะไปได้ไกลกว่านั้น) Venom F5 คือตัวแทนของพลังดิบที่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างแท้จริง เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความตื่นเต้นเร้าใจ และต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ไร้ขีดจำกัด
Bugatti Bolide: สรรพคุณแห่งสนามแข่ง สู่ท้องถนน
Bugatti Bolide คือการตีความใหม่ของ Hypercar ที่ผสานจิตวิญญาณของรถแข่ง Formula 1 เข้ากับความหรูหราและสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์ของ Bugatti รถคันนี้ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่บนสนามแข่งโดยเฉพาะ แต่ก็ได้รับการปรับปรุงให้สามารถใช้งานบนถนนสาธารณะได้อย่างถูกกฎหมาย (ตามข้อกำหนดบางประการ)
รูปลักษณ์ภายนอกของ Bolide นั้นดุดันและฉีกแนวจาก Bugatti รุ่นอื่นๆ อย่างชัดเจน การออกแบบที่เน้นประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์สูงสุด ทำให้ Bolide มีรูปร่างคล้ายกับรถแข่ง F1 มากขึ้น ไฟหน้าทรงกลม LED ที่เป็นเอกลักษณ์ กันชนหน้าขนาดใหญ่ที่ช่วยสร้างแรงกดลงบนพื้น และช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ที่กระจายตัวอยู่ทั่วคัน ล้วนมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ที่ความเร็วสูง การใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา ทำให้ Bolide มีน้ำหนักเพียง 1,240 กิโลกรัม ซึ่งเบาอย่างไม่น่าเชื่อสำหรับ Bugatti
ภายใต้ฝากระโปรงคือเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร ที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม โดยสามารถรีดพละกำลังได้ถึง 1,850 แรงม้า และแรงบิด 1,850 นิวตัน-เมตร ตัวเลขนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของ Bugatti ในการผลักดันขีดจำกัดของเครื่องยนต์สันดาปภายใน
Bugatti Bolide ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 2.17 วินาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง และมีความเร็วสูงสุดที่คาดการณ์ไว้ที่ 490.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Bolide ไม่ใช่แค่ Hypercar แต่คือการประกาศศักดาว่า Bugatti ยังคงเป็นผู้นำในด้านวิศวกรรมยานยนต์ที่มอบทั้งความเร็ว ความสวยงาม และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ
Devel Sixteen: ความฝันจากทะเลทรายที่กลายเป็นจริง
Devel Sixteen คือ Hypercar ที่ถือกำเนิดขึ้นจากวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่ของ Devel Motors จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รถคันนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะทำลายทุกสถิติความเร็วที่เคยมีมา และมอบสมรรถนะที่เหนือจินตนาการให้กับผู้ครอบครอง
รูปลักษณ์ภายนอกของ Devel Sixteen สะท้อนถึงความดุดันและทรงพลังอย่างแท้จริง เส้นสายที่เฉียบคมและก้าวร้าว พร้อมช่องดักอากาศขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่ทั่วคัน บ่งบอกถึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายใน ไฟหน้าทรงกลมที่ดูดุดัน ผสมผสานกับกระจังหน้าและช่องดักอากาศขนาดใหญ่ที่ด้านหน้า ทำให้ Devel Sixteen มีรูปลักษณ์ที่น่าเกรงขาม ไฟท้ายเรียวยาวและสปอยเลอร์หลังอันสง่างาม ปิดท้ายด้วยดีไซน์ที่ดุดันอย่างสมบูรณ์แบบ ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุพรีเมียมระดับสูงสุด เช่น หนังแท้ คาร์บอนไฟเบอร์ และโลหะขัดเงา เบาะนั่งแบบสปอร์ตถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระผู้ขับขี่อย่างสมบูรณ์แบบ มอบทั้งความสะดวกสบายและความปลอดภัย
หัวใจของ Devel Sixteen คือเครื่องยนต์ V16 Quad-Turbo ขนาด 12.3 ลิตร ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรีดพละกำลังสูงสุด โดยมีเป้าหมายที่จะให้กำลังกว่า 5,000 แรงม้า (ตัวเลขนี้อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและเป้าหมายการผลิต) ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าเหลือเชื่อจนยากจะจินตนาการ
Devel Sixteen ถูกกล่าวอ้างว่าสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 560 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งหากได้รับการพิสูจน์อย่างเป็นทางการและได้รับการยอมรับในระดับสากล Devel Sixteen จะกลายเป็นรถที่เร็วที่สุดในโลกอย่างไม่ต้องสงสัย รถคันนี้คือความฝันจากทะเลทรายที่กลายเป็นจริง สะท้อนถึงความทะเยอทะยาน และศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของมนุษย์
บทสรุป:
ปี 2025 ยังคงเป็นปีที่วงการ Hypercar คึกคักไปด้วยนวัตกรรมและความเร็วที่เหนือชั้น รถทั้ง 5 รุ่นนี้ คือตัวอย่างที่ชัดเจนของสุดยอดวิศวกรรมยานยนต์ ที่ไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบความเร็ว แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับวงการยานยนต์ทั้งหมด
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในความเร็ว ศิลปะแห่งการออกแบบ และเทคโนโลยีล้ำสมัย การได้เป็นส่วนหนึ่งของโลก Hypercar นี้ อาจไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hypercar ในฝันของคุณ และเตรียมพร้อมสำหรับการทะยานสู่ขีดจำกัดที่ไม่เคยมีมาก่อน!

