![[ครบชุด] T2304055 อแม งแกฉ](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/04/fb_natural_20260427_163048.jpg)
Audi Urbansphere: บทนิยามใหม่แห่งนวัตกรรมรถไฟฟ้าสำหรับมหานคร
ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเป็นไปอย่างก้าวกระโดด และยานยนต์ไฟฟ้ากำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของวิถีชีวิตสมัยใหม่ ค่ายรถยนต์ระดับโลกต่างพากันเปิดตัวรถยนต์ต้นแบบที่ล้ำสมัยเพื่อนำเสนอวิสัยทัศน์แห่งอนาคต หนึ่งในนั้นคือ Audi ที่ได้เผยโฉม Urbansphere รถยนต์ต้นแบบพลังงานไฟฟ้า 100% ในตระกูล “Sphere” ที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก ด้วยดีไซน์สุดล้ำและเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำเหนือระดับ รถยนต์คันนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า แต่ยังเป็นการพลิกโฉมประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมียมให้ไม่เหมือนเดิม
วิวัฒนาการแห่งความหรู: จาก A6 Avant e-tron สู่ Urbansphere
Audi ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับความสำเร็จในการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้สถาปัตยกรรม Premium Platform Electric (PPE) เช่น A6 Avant e-tron ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน โดยมีศักยภาพด้านการวิ่งระยะไกลด้วยมาตรฐาน WLTP และความสามารถในการชาร์จไฟความเร็วสูง แต่สำหรับตระกูล Sphere นั้น Audi ได้ก้าวไปอีกขั้นในการสร้าง “ระบบนิเวศใหม่” (ecosystem) ที่มอบประสบการณ์การเดินทางที่สมบูรณ์แบบ
ตระกูล Sphere ประกอบด้วยรถยนต์ต้นแบบถึง 3 รุ่น ได้แก่ Skysphere รถยนต์ต้นแบบสปอร์ตโรดสเตอร์ 2 ที่นั่ง ที่โดดเด่นด้วยความสามารถในการยืดและหดฐานล้อ รวมถึงการปรับระบบกันสะเทือนอัตโนมัติ อีกทั้งยังมีฟังก์ชันการขับขี่อัตโนมัติ และระบบ “Experience Devices” ที่ให้กำลังสูงสุด 632 แรงม้า ต่อมาคือ Grandsphere รถยนต์ต้นแบบพรีเมียมซีดานขนาดใหญ่ 4 ที่นั่ง ที่มาพร้อมเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติระดับ 4 การออกแบบประตูที่ยาวเป็นพิเศษ และคอนโซลไร้ปุ่มกดที่ควบคุมได้ด้วยการสัมผัสและท่าทาง และล่าสุดคือ Urbansphere ที่มาพร้อมนิยามใหม่ของห้องโดยสารอเนกประสงค์ระดับเฟิร์สคลาส
สำหรับประเทศไทยนั้น สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “Future is Electric” ของ Audi AG ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา Audi ประเทศไทย ได้มุ่งมั่นในการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาวดี้ ประเทศไทย ได้กล่าวไว้ว่า “อาวดี้นำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เข้ามาจำหน่ายแล้ว 5 รุ่น รวมถึง Supercar พลังงานไฟฟ้า 100% RS Audi e-tron GT ซึ่ง อาวดี้ ประเทศไทย เปิดเกมส์รุกชิงเปิดตัวเป็นประเทศแรกในเอเชีย และเป็นหนึ่งในประเทศกลุ่มแรกของโลกที่ได้นำรถเข้ามาเปิดตัวก่อนใคร ถือเป็นก้าวสำคัญกับการทำตลาดในฐานะผู้นำรถไฟฟ้า 100% ในเซกเมนต์รถหรูในส่วนของเซกเมนต์ SUV นั้น Audi e-tron 55 quattro และ e-tron Sportback 55 quattro S line ได้รับความนิยมและความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำในประเทศ เพื่อใช้เป็นรถประจำตำแหน่ง โดยส่งมอบรถให้ลูกค้าไปมากกว่า 150 ราย นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะทยอยนำรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ เข้ามาเปิดตัวอีกในเร็วๆ นี้”
Urbansphere: การผสมผสานความหรูหราและความสะดวกสบายเพื่อชีวิตในเมือง
แนวคิดในการออกแบบและพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าขับเคลื่อนอัตโนมัติในตระกูล “Sphere” คือ การสร้างระบบนิเวศใหม่ (ecosystem) เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ผู้ใช้สามารถเลือกกำหนดการใช้งานได้อย่างอิสระ พร้อมรับบริการดิจิทัลในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการจองร้านอาหาร การช็อปปิ้งออนไลน์จากภายในรถ การตรวจสอบข้อมูลสุขภาพ การไปรับผู้โดยสารได้เองที่บ้าน การหาที่จอดรถ และการค้นหาจุดชาร์จแบตเตอรี่ “Urbansphere” จึงเป็นมากกว่ายานพาหนะเพื่อการเดินทาง แต่เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกแห่งอนาคตที่ขาดไม่ได้ในชีวิตคนเมืองยุคใหม่
ความโดดเด่นของ Urbansphere คือรูปลักษณ์ภายนอกที่สง่างามและสมบูรณ์แบบ โดยคำนึงถึงสุนทรียภาพและความสะดวกสบายในการใช้งานเป็นหลัก รถยนต์ต้นแบบนี้มีรูปลักษณ์ทรงสี่เหลี่ยมกว้างขวาง พร้อมกระจกหน้ารถขนาดใหญ่และแนวหลังคาที่กว้าง ส่วนท้ายโดดเด่นด้วยแถบโครเมียมที่นำไปสู่สปอยเลอร์หลัง ตัดกับเสา C รูปตัว L ขนาดใหญ่ ด้านหน้าและด้านหลังมีความโค้งที่โดดเด่น ซึ่งบ่งบอกถึงระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro ที่เปี่ยมสมรรถนะ ด้านล่างเป็นล้ออัลลอยด์ 6 ก้านสไตล์มอเตอร์สปอร์ตขนาดใหญ่ถึง 24 นิ้ว ซึ่งเป็นการสะท้อนแนวคิดซุปเปอร์คาร์ระดับพระกาฬอย่าง Avus ในยุค 90
ในส่วนของด้านหน้า รถจะสว่างขึ้นและใช้เป็นพื้นที่ในการสื่อสารกับโลกภายนอก โดยผสมผสานกับกราฟิกกระจังหน้าแบบ “Singleframe” ทรงแปดเหลี่ยมที่มีขอบด้านบนและด้านล่างทำจากอลูมิเนียม แผงนี้ยังทำหน้าที่เป็นไฟต่ำและไฟสูง ในขณะที่ไฟวิ่งกลางวันบนได้รับการออกแบบให้ดูเหมือนม่านตาและเรียกตามตัวอักษรว่า Audi Eyes เช่นเดียวกับดิฟฟิวเซอร์ขนาดใหญ่ที่ด้านหลัง รถยังมาพร้อมกับนวัตกรรม “ร่มแสง” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากร่มจีนโบราณ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางด้วยการส่องสว่างตามเส้นทาง แต่ยังทำให้เหมาะสำหรับการถ่ายภาพเซลฟี่อีกด้วย
ห้องโดยสารที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ
Urbansphere ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงมหานครจีนที่แออัด ซึ่งทาง Audi ได้กล่าวว่าแนวคิดนี้สามารถนำไปใช้กับมหานครระดับโลกอื่นๆ ได้อีกด้วย รถต้นแบบคันนี้จึงเป็นห้องรับรองสี่ที่นั่งบนล้อที่มีขนาดเทียบเท่ากับ Toyota Alphard ด้วยความยาว 5.5 เมตร สูง 1.78 เมตร และกว้าง 2.01 เมตร พร้อมฐานล้อยาว 3.4 เมตร
เช่นเดียวกับรถในตระกูลเดียวกัน การออกแบบ Urbansphere เริ่มต้นจากภายในสู่ภายนอก โดยเพิ่มพื้นที่ภายในให้สูงสุดสำหรับผู้โดยสารแต่ละคน การเข้าและออกจากรถทำได้สะดวกสบายด้วยเบาะหลังที่หมุนออกด้านนอกเมื่อประตูเปิดออก พร้อมกับ “พรมแดง” ที่ส่องแสงสว่างนำทางเข้าไปภายใน เมื่อผู้โดยสารเข้าไปนั่ง จะพบกับเบาะนั่งขนาดใหญ่ที่สามารถปรับเอนได้สูง โดยเบาะหลังมีที่พักขาและสามารถปรับเอนได้มากถึง 60 องศา เพื่อความผ่อนคลายในระหว่างการเดินทาง
เบาะนั่งสามารถหมุนได้ ทำให้ผู้โดยสารทั้งสี่คนสามารถหันหน้าเข้าหากันเพื่อพูดคุยกันได้อย่างสบายใจ ลำโพงที่ติดตั้งไว้ที่พนักพิงศีรษะและหน้าจอส่วนตัวจะช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้แก่ผู้โดยสารแต่ละคน นอกจากนี้ ยังมีหน้าจอคู่ติดตั้งอยู่ที่ด้านหลังของเบาะนั่งด้านหน้า พร้อมกับ “จอภาพยนตร์” ขนาดยักษ์ที่ติดตั้งอยู่บนเพดานหลังคาสำหรับให้ทุกคนใช้งานร่วมกัน จอแสดงผล OLED แบบโปร่งใสนี้สามารถพับเก็บได้เมื่อไม่ต้องการใช้งาน
ผู้โดยสารยังสามารถเพลิดเพลินกับการชมวิวทิวทัศน์จากกระจกบานใหญ่ พร้อมกับฟังก์ชันการตรวจจับความเครียด แอปพลิเคชันทำสมาธิ และที่วางแขนตรงกลางขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีตู้กดน้ำและแก้วสำหรับบริการเครื่องดื่มที่ด้านหลัง เบาะนั่งหุ้มด้วยผ้าขนสัตว์และบุด้วย Econyl ซึ่งเป็นโพลีเอไมด์รีไซเคิล ในขณะที่ผ้าที่ใช้กับที่พักแขนและภายในห้องโดยสารด้านหลังทำมาจากไม้ไผ่
การบูรณาการเทคโนโลยีอัจฉริยะ
จอแสดงผลส่วนหน้าทั้งหมดถูกซ่อนไว้เมื่อไม่ใช้งาน ทำให้ผู้ใช้มองเห็นเฉพาะแผ่นไม้อัดไม้ฮอร์นบีมที่อยู่รอบๆ ห้องโดยสารเท่านั้น เมื่อเปิดใช้งานผ่านระบบสัมผัส หน้าจอจะปรากฏขึ้นบนพื้นผิวด้านหน้า แสดงข้อมูลการเดินทาง เพลง หรือระบบนำทาง ตัวควบคุมการตอบสนองแบบไม่สัมผัส (MMI) ที่ติดตั้งอยู่บนประตู ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถปรับอุปกรณ์ต่างๆ โดยใช้การเคลื่อนไหวของมือได้ แม้ในขณะที่กำลังเอนกายบนเบาะผู้โดยสารก็ตาม ยังมีแว่นตา VR ซ่อนอยู่ที่ประตู เพื่อเพิ่มความบันเทิงและความเพลิดเพลินให้กับการเดินทาง
ผู้โดยสารมีอิสระจากความจำเป็นในการขับขี่รถ ด้วยความสามารถในการขับขี่อัตโนมัติระดับ 4 ซึ่งรถสามารถกาง