![[ครบชุด] T2704064 เม อความร กทำร ายเขา เขาจ งเก บม นให เป นแรงผล กด นพล กช ตต วเอง](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/04/fb_natural_20260429_104015.jpg)
XPENG: เปิดแนวรุกใหม่บุกไทย 2026 หั่นราคาครึ่งแสน ท้าชน Tesla และ BYD ในสงคราม EV เดือด
โดย เสาวลักษณ์ เขตสูงเนิน
อัปเดต 21 มีนาคม 2569
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในไทยปี 2569 ยังคงดุเดือดไม่หยุดหย่อน แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัวลง แต่ผู้เล่นรายใหม่จากจีนยังคงแห่เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากเจ้าตลาดอย่าง BYD ที่ครองแชมป์ยอดขาย และแบรนด์ใหญ่ที่มีฐานผลิตในไทยแล้ว ล่าสุด ปตท. โดย ARUN PLUS ยังได้เดินเกมรุกครั้งใหญ่ด้วยการเป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ XPENG ซึ่งเป็นผู้เล่นจากจีนที่กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดบ้านเกิดด้วยการหั่นราคารถยนต์ไฟฟ้าสูงถึง 5 แสนบาท เพื่อให้คนไทยมีทางเลือกในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่จับต้องได้มากขึ้น
XPENG ก้าวสู่เวทีโลก: จากโปรแกรมเมอร์สู่ยักษ์ใหญ่ EV
สำหรับตลาดผู้บริโภคไทย ชื่อของ XPENG อาจยังไม่คุ้นหูเท่ากับ BYD หรือ Tesla แต่สำหรับโลกยานยนต์ในจีน XPENG คือสตาร์ทอัพผู้บุกเบิกที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 โดย เฮอ เสี่ยวเผิง (He Xiaopeng) อดีตโปรแกรมเมอร์อัจฉริยะผู้ประสบความสำเร็จจากการสร้างเว็บเบราว์เซอร์ UC Web และขายกิจการให้กับ Alibaba ด้วยมูลค่ามหาศาลถึง 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2004
เงินทุนก้อนนั้นไม่เพียงทำให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐี แต่ยังจุดประกายความฝันครั้งใหม่ในการปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์จีน โดยมี Tesla เป็นแรงบันดาลใจ เฮอ เสี่ยวเผิง เน้นย้ำเรื่องการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างจริงจัง เพื่อส่งมอบเทคโนโลยีที่ดีที่สุดให้ผู้ขับขี่ ไม่ใช่แค่ผลิตรถยนต์ แต่ XPENG ยังพัฒนาระบบซอฟต์แวร์และชิ้นส่วนของตนเองได้อย่างน่าทึ่ง
การปรับตัวครั้งใหญ่: กลยุทธ์ “ลดราคา” เพื่อรักษาตลาด
ปัจจุบัน XPENG กำลังมุ่งเป้าไปที่ตลาด Mass Market ในบ้านเกิด ด้วยการเปิดตัวแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัด ท่ามกลางสงครามราคาที่รุนแรงในจีน ซึ่งมีเป้าหมายที่จะท้าชิงส่วนแบ่งตลาดจาก BYD ที่เป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมนี้
XPENG ได้ประกาศเปิดตัวแบรนด์ลูกที่เน้นทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าราคาต่ำ โดยวางคอนเซปต์ “รถยนต์ไฟฟ้าคันแรกที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ AI สำหรับคนรุ่นใหม่” ด้วยราคาเริ่มต้นเพียงราว 1 แสนหยวน หรือเทียบเท่าเงินไทยประมาณ 5 แสนบาท การเคลื่อนไหวครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญเพื่อรักษาฐานลูกค้าในภาวะที่ตลาด EV จีนกำลังชะลอตัวลง
Xiaopeng ได้กล่าวในการแถลงข่าวถึงแผนการเปิดตัวแบรนด์ลูกนี้ว่า บริษัทได้เตรียมพร้อมที่จะลงมาเล่นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกโดยเฉพาะ พร้อมตั้งราคาแต่ละรุ่นให้แตกต่างกันไป เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในวงกว้าง
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ XPENG ต้องหันมาใช้กลยุทธ์นี้ แม้ปกติบริษัทจะเน้นจับกลุ่มลูกค้าระดับกลางค่อนบนด้วยรถยนต์ไฟฟ้าที่เริ่มต้นตั้งแต่ 2 แสนหยวนขึ้นไป เป็นเพราะ “สงครามราคา” ที่กลับมารุนแรงอีกครั้งในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าจีน นอกจากนี้ ตลอดช่วงที่ผ่านมา ผู้ผลิต EV จากจีนต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดเพื่อเพิ่มยอดขาย ส่งผลให้หลายแบรนด์ต้องเริ่มลดราคากันมากขึ้นเรื่อยๆ
หากพิจารณาจากตัวเลขยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในจีนช่วงสองเดือนแรกของปี 2567 พบว่าอัตราการเติบโตลดลงเหลือเพียง 18.2% เทียบกับปีก่อนหน้า ถือเป็นการ “ลดลง” อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้แบรนด์ EV จีนต้องเร่งหาวิธีสร้างยอดขาย โดยหลายรายหันไปสำรวจตลาดใหม่ๆ ในต่างประเทศ
ไทยยังคงเป็นหมุดหมายของ EV จีน
ด้วยยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ในประเทศไทยปี 2567 ที่สูงถึง 76,000 คัน เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 695.9 จากปีก่อนหน้า หากพิจารณาจะพบว่าแบรนด์จีนครองตลาดส่วนใหญ่ โดย BYD (จีน) มียอดจดทะเบียนสูงที่สุด 30,467 คัน ตามมาด้วย NETA (จีน) 12,777 คัน, MG (จีน) 12,462 คัน, Tesla (อเมริกา) 8,206 คัน และ GWM (Ora) (จีน) 6,746 คัน
คาดการณ์ว่ายอดจดทะเบียนจะพุ่งแตะระดับ 100,000 คันในปี 2568 จากมาตรการกระตุ้นอุปสงค์ของภาครัฐภายใต้โครงการ EV3.0 และ EV3.5 อย่างไรก็ตาม นอกจากการนำเข้าแล้ว ปัจจัยหลักที่สำคัญคือการกำหนดสัดส่วนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อชดเชยการนำเข้า ซึ่งมีอัตราส่วน 1:1 ในปี 2567 (นำเข้า 1 คัน ต่อการผลิตในประเทศ 1 คัน) และอัตราส่วน 1:1.5 ในปี 2568 (นำเข้า 1 คัน ต่อการผลิตในประเทศ 1.5 คัน) หากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติต่างๆ สามารถผลิตได้ตามเงื่อนไข ก็จะเป็นการส่งเสริมให้ประเทศไทยกลายเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลกได้
XPENG กับแผนรุกตลาดไทย 2026: หั่นราคาครึ่งแสน
การเข้ามาของ XPENG ในฐานะแบรนด์ใหม่ภายใต้การบริหารของ ARUN PLUS (บริษัทลูกของ ปตท.) สะท้อนให้เห็นว่าผู้เล่นจากจีนยังคงมองไทยเป็นตลาดเป้าหมายสำคัญ และกำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดในแง่ของเทคโนโลยีและราคา
จุดเด่นของ XPENG ที่ควรจับตา
XPENG โดดเด่นจากคู่แข่งด้วยนวัตกรรมซอฟต์แวร์และระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ล้ำสมัย โดยเฉพาะในรุ่น P5 ซึ่งมาพร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับถึง 32 ตัว และระบบ XPILOT 3.5 ที่รองรับฟังก์ชันการขับขี่อัตโนมัติในเมือง (NGP) นอกจากนี้ Xmart OS 3.0 ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะของ XPENG ยังมอบความบันเทิงที่หลากหลาย และรองรับการปลดล็อกด้วยกุญแจดิจิทัลผ่านมือถือ
มิติใหม่ของการเป็นเจ้าของ EV ในไทย
ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ลูกที่เน้นราคาประหยัด ทำให้ผู้บริโภคไทยมีทางเลือกมากขึ้นในการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพและเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าในราคาที่เข้าถึงได้ ซึ่งอาจเป็นการกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันด้านราคาระหว่างผู้ผลิต EV รายใหญ่ในประเทศไทยอีกระลอกหนึ่ง
สิ่งที่ควรพิจารณาสำหรับผู้บริโภค
การที่แบรนด์ EV จีนหันมาใช้กลยุทธ์ลดราคา อาจส่งผลให้ราคา รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นยอดนิยม มีแนวโน้มลดลงอีกในอนาคต ผู้บริโภคควรติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อตัดสินใจลงทุนในรถยนต์ไฟฟ้าที่คุ้มค่าที่สุด
แนวโน้มตลาด EV ไทย 2026: เมื่อ ‘รถบ้าน’ แข่ง ‘รถหรู’
สงครามราคายังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาด EV ในปี 2569 ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยอาจพิจารณา รถยนต์ไฟฟ้ามือสอง หรือแบรนด์ใหม่ที่เน้นความคุ้มค่า อย่างไรก็ตาม การเลือก รถยนต์ไฟฟ้า 2026 ควรพิจารณาถึงเทคโนโลยี ระยะทางการวิ่งของรถยนต์ (Range) และนวัตกรรมความปลอดภัยเป็นหลัก เพื่อให้ได้รถยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุดสำหรับไลฟ์สไตล์ของคุณ
สรุป
XPENG คืออีกหนึ่งแบรนด์ที่พร้อมบุกตลาด EV ไทยอย่างเต็มกำลัง ด้วยการนำเสนอนวัตกรรมเทคโนโลยีและกลยุทธ์ด้านราคาที่น่าสนใจ การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ทำให้มีทางเลือกที่หลากหลายและราคาที่เป็นมิตรมากขึ้น สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนจะซื้อ รถยนต์ไฟฟ้า ควรพิจารณาข้อมูลจากหลายแบรนด์ เพื่อเปรียบเทียบราคา และเลือก รถยนต์ไฟฟ้าคันแรก ที่ตรงกับความต้องการและงบประมาณของคุณมากที่สุด
หากคุณสนใจที่จะลงทุนในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ควรพิจารณาถึงปัจจัยด้านนโยบาย