![[ครบชุด] T2704078 กรงควาฝ Ep2 ตอน หน องทำด แค ไหนแม งจะพอใจ](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/04/fb_natural_20260429_104215.jpg)
XPENG ท้าชนยักษ์ EV ไทย: ยุทธศาสตร์ “รถคันแรกราคาถูก” ปิดช่องว่างตลาด 5 แสนบาท
ในภูมิทัศน์ยานยนต์ไฟฟ้าโลกที่กำลังปะทุแรงแห่งการแข่งขัน ปี 2026 ยังคงเป็นช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยไร้ซึ่งความสงบ เมื่อผู้เล่นจากแดนมังกรต่างตบเท้ารุกคืบเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดอย่างไม่หยุดหย่อน ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ใหญ่อย่าง BYD, SAIC, MG, Great Wall Motor, NIO, Geely, Chery, DFSK และ GAC AION ซึ่งต่างก็ยืนหยัดด้วยยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แถมหลายรายยังได้ตั้งฐานการผลิตในไทยเป็นที่เรียบร้อย เพื่อสร้างรากฐานแห่งอำนาจในภูมิภาค
ทว่า เบื้องหลังภาพความสำเร็จของบรรดาผู้บุกเบิก ก็มีผู้เล่นรายใหม่ที่กำลังขยับตัวอย่างเงียบเชียบแต่ทรงพลัง และกำลังจะเป็นคลื่นลูกใหม่ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในอุตสาหกรรมอย่างแน่นอน นั่นคือ XPENG แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากจีน ที่กำลังซุ่มเตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ที่มีราคาเข้าถึงง่ายมากยิ่งขึ้น เพื่อท้าชนโดยตรงกับแบรนด์เรือธงอย่าง Tesla และ BYD
ปตท. จุดประกายความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในตลาด EV
ความเคลื่อนไหวล่าสุดที่บ่งบอกถึงทิศทางการรุกคืบของ XPENG ในไทย เกิดขึ้นเมื่อกลุ่ม ปตท. ได้แต่งตั้ง ARUN PLUS ซึ่งเป็นบริษัทลูกภายใต้เครือ เป็นผู้รับผิดชอบในการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ XPENG อย่างเป็นทางการ โดยได้มีการจัดตั้งบริษัท X Mobility Plus ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท ถือหุ้นร้อยละ 100 ผ่านบริษัทนีโอ โมบิลิตี้ เอเชีย จำกัด (Neo Mobility Asia) ซึ่งถือเป็นบริษัทลูกของ ARUN PLUS นอกจากนี้ ปตท. ยังได้จัดตั้ง Ze Mobility Plus เป็นตัวแทนจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อ ZEEKR อีกด้วย
การเข้ามารับไม้ต่อของ ปตท. ไม่ใช่แค่การขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการเปิดมิติใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยอย่างแท้จริง ซึ่งสอดรับกับทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมที่กำลังเข้าสู่ช่วง “การแข่งขันเต็มรูปแบบ” โดยมีผู้ผลิตรายใหญ่ทั้งจีนและต่างประเทศเข้ามาลงทุนขยายกำลังการผลิตในไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาอำนาจต่อรองในตลาดอาเซียนที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด
XPENG: จากความฝันของโปรแกรมเมอร์สู่ศึกชิงบัลลังก์ EV
XPENG หรือที่คนไทยนิยมเรียกกันว่า “เสี่ยวเผิง” เป็นสตาร์ทอัพรถยนต์ไฟฟ้าที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 2014 โดย He Xiaopeng ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์สูงในแวดวงเทคโนโลยี ก่อนหน้านี้เขาได้สร้างชื่อเสียงจากการเป็นโปรแกรมเมอร์มากความสามารถที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเว็บเบราว์เซอร์ UC Web ขึ้นในปี 2004 และตัดสินใจขายกิจการให้กับยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba ในอีก 10 ปีต่อมา ด้วยมูลค่ามหาศาลถึง 4 พันลอลลาร์สหรัฐ
สถานะมหาเศรษฐี ณ เวลานั้นได้ปลุกปั้นความฝันใหม่ที่ยิ่งใหญ่ให้แก่เขา นั่นคือการปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศจีน โดยมีแรงบันดาลใจมาจากแบรนด์อย่าง Tesla เขาทุ่มเทให้กับการวิจัยและพัฒนาอย่างหนักเพื่อสร้างสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งาน XPENG ไม่ได้หยุดอยู่แค่การผลิตตัวรถยนต์ แต่ยังขยายขอบเขตไปถึงการจำหน่ายชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า และประสบความสำเร็จในการพัฒนาซอฟต์แวร์ควบคุมระบบของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม
กลยุทธ์ “รถคันแรกราคาถูก”: การตอบโต้สงครามราคาในจีน
ขณะนี้ XPENG กำลังมองหาช่องทางในการขยายตลาดให้กว้างขึ้น (Mass Market) ผ่านการเปิดตัวแบรนด์ EV ที่มีราคาเข้าถึงง่าย ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันราคาในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าจีนที่มีความดุเดือดอย่างไม่เคยมีมาก่อน เป้าหมายของพวกเขาคือการเข้าไปเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงส่วนแบ่งตลาดจาก BYD ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมนี้
เมื่อไม่นานมานี้ XPENG ได้ออกมาประกาศแผนการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ของตน ซึ่งจะเน้นไปที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัด โดยมีคอนเซปต์หลักคือ “รถยนต์ไฟฟ้าคันแรกที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ AI” สำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยแบรนด์นี้มีเป้าหมายที่จะลดราคาลงถึง 50% เมื่อเทียบกับรุ่นปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นการปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญเพื่อรับมือกับภาวะตลาด EV ที่เริ่มชะลอตัวลงในประเทศจีน
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า XPENG เตรียมที่จะเปิดตัวแบรนด์ลูกนี้อย่างเป็นทางการ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีนยังคงเต็มไปด้วยความท้าทายสูง Xiaopeng ได้ยืนยันว่าบริษัทได้เตรียมเปิดตัวแบรนด์ลูกที่เน้นเจาะตลาดรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกโดยเฉพาะ โดยตั้งราคาเริ่มต้นไว้ที่ราว 1 แสนหยวน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 5 แสนบาท ซึ่งวางคอนเซปต์รถยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ AI สำหรับคนรุ่นใหม่ และจะกำหนดราคาแต่ละรุ่นให้แตกต่างกันไป
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ XPENG ต้องเลือกใช้กลยุทธ์ในการเปิดตัวแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูก ทั้งๆ ที่ปกติแล้วบริษัทจะเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางค่อนบนในราคาเริ่มต้นที่ 2 แสนหยวนเป็นต้นไปนั้น เนื่องจากบรรดาแบรนด์ยักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง BYD และ Tesla ได้เริ่มทำสงครามราคาอีกรอบในขณะนี้ นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมาผู้ผลิต EV จากจีนต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อที่จะทำให้ยอดขายของบริษัทเติบโต จึงเห็นการลดราคากันลงมากขึ้นเรื่อยๆ
เนื่องจากหากดูตัวเลขยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในจีนล่าสุดช่วง 2 เดือนแรกของปี 2024 นั้นอัตราการเติบโตลดลงมาเหลือ 18.2% เมื่อเทียบกับปี 2023 ซึ่งตัวเลขดังกล่าว ‘ลดลง’ อย่างมาก ส่งผลให้แบรนด์ EV จีนต้องเร่งหาวิธีที่จะทำให้บริษัทสามารถขายรถได้มากที่สุด โดยหลายแบรนด์พยายามหาน่านน้ำใหม่ๆ ในตลาดอื่นๆ
ไทยยังคงเป็นเป้าหมายหลักของตลาด EV จีน
ไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีน ด้วยตัวเลขยอดจดทะเบียนใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2023 อยู่ที่ 76,000 คัน เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 695.9 จากปีก่อนหน้า หากพิจารณายี่ห้อรถยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนใหม่ที่เพิ่มขึ้นล้วนเป็นแบรนด์จีน ได้แก่ BYD (สัญชาติจีน) 30,467 คัน, NETA (สัญชาติจีน) 12,777 คัน, MG (สัญชาติจีน) 12,462 คัน, Tesla (สัญชาติอเมริกัน) 8,206 คัน และ GWM (Ora) (สัญชาติจีน) 6,746 คัน
โดยคาดการณ์ว่าปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 1 แสนคัน จากมาตรการกระตุ้นอุปสงค์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศของรัฐบาลภายใต้มาตรการ EV3.0 และ EV3.5 อย่างไรก็ดี นอกจากนำเข้า ปัจจัยหลักๆ มาจากการกำหนดสัดส่วนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อชดเชยการนำเข้า ได้แก่ อัตราส่วน 1:1 ในปี 2024 (นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า 1 คัน ต่อการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ 1 คัน) และอัตราส่วน 1:1.5 ในปี 2025 (นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า 1 คัน ต่อการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ 1.5 คัน) ซึ่งหากกำลังการผลิตของโรงงานรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติต่างๆ สามารถผลิตได้ตามเงื่อนไข จะช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนไฟฟ้าที่สำคัญของโลกได้
ชี้ชัดโอกาสและความเสี่ยง: XPENG “รถคันแรกราคาถูก” ส่งผลอย่างไรต่อผู้บริโภคไทย
การปรากฏตัวของ XPENG แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน ภายใต้การบริหารจัดการของ ปตท. ผ่าน ARUN PLUS ถือเป็น “ปรากฏการณ์” ครั้งใหม่ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยในปี 2026 อย่างมีนัยสำคัญ การประกาศแผนการเปิดตัวแบรนด์ลูกที่เน้นทำตลาดในกลุ่ม “รถยนต์ไฟฟ้าคันแรกราคาถูก” โดยมีราคาเริ่มต้นราว 1 แสนหยวน (ประมาณ 5 แสนบาท) ไม่ใช่เพียงแค่การขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการเปิดเกมรุก