![[ครบชุด] T2704094 องชายหน าด านจร งๆ พาผ หญ งมาขอส นสอดพ สาว แถมย งทำเร องแบบน](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/04/fb_natural_20260429_104442.jpg)
รู้จัก ‘XPENG’ ยักษ์ใหญ่ EV จากจีน เตรียมบุกตลาดไทยด้วยรถไฟฟ้าราคาประหยัด ป่วนกระแส BYD และ Tesla
การปฏิวัติวงการยานยนต์ไฟฟ้ากำลังเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของไทยยังคงคึกคักไม่หยุด แม้ท่ามกลางปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่กดดันกำลังซื้อของผู้บริโภค การแข่งขันที่ดุเดือดและการบุกเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่จากจีนยังคงเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนจับตา
กลุ่มผู้เล่นรายใหญ่จากจีนหลายแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น BYD, SAIC (MG), Great Wall Motor (GWM), NIO, Geely, Chery, DFSK และ GAC AION ต่างเดินหน้าขยายส่วนแบ่งการตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยหลายค่ายได้เริ่มตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และล่าสุด ปตท. ผู้ทรงอิทธิพลในอุตสาหกรรมพลังงานของไทย ก็ได้เข้ามาร่วมวงครั้งนี้ โดยผ่านบริษัทลูกอย่าง ARUN PLUS เข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากจีน 2 แบรนด์ คือ ‘XPENG’ และ ‘ZEEKR’
บริษัท X Mobility Plus ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับการทำตลาดแบรนด์ XPENG โดยเฉพาะ ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท ซึ่ง ปตท. ถือหุ้นร้อยละ 100 ผ่านบริษัทนีโอ โมบิลิตี้ เอเชีย จำกัด (Neo Mobility Asia) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ ARUN PLUS ขณะที่แบรนด์ ZEEKR จะมีบริษัท Ze Mobility Plus เป็นตัวแทนจำหน่าย
บทบาทใหม่ของ ปตท. ในการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ XPENG และ ZEEKR สู่ตลาดไทยครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะแบรนด์เหล่านี้มีศักยภาพที่จะเข้ามาสั่นสะเทือนตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยที่ BYD กำลังครองความยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน
XPENG: สตาร์ทอัพจีนที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาด EV ระดับโลก
XPENG หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า เสี่ยวเผิง เป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของจีน ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 โดยนาย He Xiaopeng หรือที่นักลงทุนรู้จักกันดีในชื่อ ‘เสี่ยวเผิง’
ประวัติความเป็นมาของ เสี่ยวเผิง นั้นน่าสนใจอย่างยิ่ง เขาเคยประสบความสำเร็จอย่างสูงในฐานะโปรแกรมเมอร์มาก่อน โดยสามารถสร้างและพัฒนาเว็บเบราว์เซอร์ UC Web ขึ้นมาในปี 2004 และขายให้กับ Alibaba ในอีก 10 ปีต่อมา ด้วยมูลค่ามหาศาลกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การเป็นมหาเศรษฐีในวัยหนุ่มไม่ได้ทำให้เขาหยุดนิ่ง แต่กลับเป็นจุดเริ่มต้นของความฝันใหม่ที่ยิ่งใหญ่ นั่นคือการปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศจีน โดยมีแรงบันดาลใจจาก Tesla
เสี่ยวเผิงให้ความสำคัญกับงานวิจัยและพัฒนาเป็นอย่างมาก เขาเชื่อว่าเทคโนโลยีคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยสร้างนวัตกรรมที่ดีที่สุดให้กับผู้ขับขี่ นอกจากนี้ XPENG ยังไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า แต่ยังพัฒนาและจำหน่ายชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงพัฒนาซอฟต์แแวร์ของตัวเองได้สำเร็จอีกด้วย ถือเป็นการสร้าง Ecosystem ที่ครบวงจร
ปัจจุบัน เสี่ยวเผิง กำลังเดินหน้าขยายตลาดสู่กลุ่มลูกค้าระดับแมส (Mass Market) ด้วยการเปิดตัวแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาจับต้องได้มากขึ้น เพื่อรับมือกับภาวะการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน ซึ่งมีเป้าหมายที่จะแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดจาก BYD ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรม
กลยุทธ์ ‘รถยนต์ไฟฟ้าคันแรก’ ของ XPENG: เมื่อการแข่งขันดุเดือดจนต้องลงมา ‘สู้ราคา’
ก่อนหน้านี้ XPENG เป็นที่รู้จักในฐานะแบรนด์ที่เน้นจับกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงบน โดยมีราคาเริ่มต้นประมาณ 2 แสนหยวน (ประมาณ 1 ล้านบาท) แต่เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทได้ประกาศเปิดตัวแบรนด์ลูกใหม่ที่เน้นเจาะตลาดรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกมากขึ้นอย่างชัดเจน
เป้าหมายหลักของการเปิดตัวแบรนด์นี้ คือการส่งเสริมการขายในช่วงที่อุตสาหกรรม EV จีนเริ่มมีสัญญาณการชะลอตัวลง โดย XPENG วางคอนเซปต์ของแบรนด์ใหม่ไว้ว่า เป็นรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ AI สำหรับคนรุ่นใหม่ (Young Generation) ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่คาดว่าจะเติบโตอย่างมากในอนาคต
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า XPENG ได้ยืนยันการเปิดตัวแบรนด์ลูกใหม่เพื่อแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของการแข่งขันในตลาดจีนที่ยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น เสี่ยวเผิง กล่าวถึงความจำเป็นในการปรับกลยุทธ์ครั้งนี้ว่า บริษัทได้เตรียมเปิดตัวแบรนด์ลูกใหม่ที่เน้นเจาะตลาดรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกโดยเฉพาะ โดยมีราคาเริ่มต้นราว 1 แสนหยวน หรือเทียบเท่ากับเงินไทยประมาณ 5 แสนบาท
กลยุทธ์ดังกล่าวนี้ถูกวางขึ้นภายใต้สถานการณ์ที่บรรดาแบรนด์ยักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง BYD และ Tesla ได้เริ่มทำสงครามราคาอย่างดุเดือดอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ผลิต EV จากจีนต้องต่อสู้กันอย่างหนักเพื่อให้ยอดขายของบริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการลดราคากันมากขึ้นเรื่อยๆ
หากพิจารณาจากตัวเลขยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในจีนช่วง 2 เดือนแรกของปี 2024 อัตราการเติบโตลดลงมาเหลือเพียง 18.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งถือว่าลดลงอย่างมาก ดังนั้น เพื่อไม่ให้เสียส่วนแบ่งตลาด แบรนด์ EV จีนจึงต้องเร่งหากลยุทธ์ใหม่ๆ รวมถึงการขยายตลาดไปยังประเทศอื่นๆ
ประเทศไทย: อีกหนึ่งตลาดสำคัญที่ EV จีน ‘มองหา’
สำหรับประเทศไทยแล้ว แม้ว่าจะมีผู้เล่นรายใหญ่อย่าง BYD ที่ครองตลาดอย่างแข็งแhort ด้วยยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย แต่ XPENG ก็เล็งเห็นถึงศักยภาพของตลาดนี้ และพร้อมที่จะเข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญสำหรับผู้บริโภคชาวไทย
จากข้อมูลยอดจดทะเบียนใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2023 ตัวเลขอยู่ที่ 76,000 คัน คิดเป็นการเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 695.9 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หากพิจารณายี่ห้อรถยนต์ไฟฟ้าที่มีการจดทะเบียนใหม่ จะพบว่าเกือบทั้งหมดเป็นแบรนด์จากจีน ได้แก่ BYD (สัญชาติจีน) 30,467 คัน, NETA (สัญชาติจีน) 12,777 คัน, MG (สัญชาติจีน) 12,462 คัน, Tesla (สัญชาติอเมริกัน) 8,206 คัน และ GWM (Ora) (สัญชาติจีน) 6,746 คัน
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมคาดการณ์ว่า ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในปีนี้ (2024) อาจเพิ่มขึ้นแตะระดับ 1 แสนคัน ซึ่งเป็นผลมาจากการผลักดันของมาตรการกระตุ้นอุปสงค์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศของรัฐบาลภายใต้มาตรการ EV3.0 และ EV3.5
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนและผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อรถยนต์ไฟฟ้าก็คือ นโยบายการกำหนดสัดส่วนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศเพื่อชดเชยการนำเข้า ซึ่งไทยมีเป้าหมายที่ชัดเจน คือ อัตราส่วน 1:1 ในปี 2024 และอัตราส่วน 1:1.5 ในปี 2025
การลงทุนกับการตัดสินใจทางการเงิน (Financial Decision Making): จะเลือกแบรนด์ไหน?
การเข้ามาของแบรนด์ XPENG และ ZEEKR ในประเทศไทย ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดประเทศไทย
คำถามที่คุณควรถามตัวเอง:
คุณมีงบประมาณเท่าไหร่? สำหรับผู้ที่มีงบจำกัด การซื้อรถยนต์ไฟฟ้าราคาเริ่มต้นเพียง 5 แสนบาท ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมาก แต่ต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่าในระยะยาวด้วย
เทคโนโลยีและฟังก์ชันที่ต้องการคืออะไร? หากคุณกำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าที่มีระบบอัจฉริยะและเทคโนโลยี AI ที่ล้ำสมัย XPENG อาจเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าแบรนด์นั้นมีการรองรับจากหน่วยงานกำกับดูแลและศูนย์บริการในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบหรือไม่
การบริการหลังการขายสำคัญแค่ไหน? ในการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า การบริการหลังการขายถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ