![[ครบชุด] T2704098 เธอไม ชายท เธอน ดเดตด วย แท เป นบอสของเธอเอง](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/04/fb_natural_20260429_104517.jpg)
XPENG สั่นสะเทือนตลาด EV เมืองไทย: การมาเยือนของ ‘เสี่ยวเผิง’ และศึกราคาครั้งใหม่
การเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับบททดสอบครั้งใหญ่เมื่อต้นปี 2024 และดูเหมือนว่าในปี 2025-2026 สถานการณ์จะยิ่งร้อนระอุขึ้นกว่าเดิม เมื่อแบรนด์จากแดนมังกรยังคงเดินหน้าขยายไลน์ผลิตภัณฑ์อย่างไม่หยุดยั้ง ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงนี้ เราได้เห็นการแข่งขันที่ดุเดือดจากผู้เล่นยักษ์ใหญ่อย่าง BYD, SAIC, MG, Great Wall Motor (GWM), NIO, Geely, Chery, DFSK, Changan และ GAC AION ที่ต่างพากันเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยหลายแบรนด์เริ่มตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ไฟฟ้าในไทยเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต
การรุกตลาดของ XPENG และความร่วมมือกับ PTT Group
หนึ่งในผู้เล่นหน้าใหม่ที่กำลังสร้างแรงกระเพื่อมอย่างไม่หยุดคือแบรนด์ ‘XPENG’ (เสี่ยวเผิง) โดยล่าสุดได้รับการแต่งตั้งจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ผ่านบริษัท X Mobility Plus ซึ่งบริษัทลูกของ PTT อย่าง ARUN PLUS ถือหุ้น 100% ผ่านบริษัทนีโอ โมบิลิตี้ เอเชีย จำกัด (Neo Mobility Asia) นอกจากนี้ PTT ยังร่วมมือกับ Ze Mobility Plus ในการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อ ZeEKR อีกด้วย
อ่านเพิ่มเติม:
เปิดรายชื่อแบรนด์รถยนต์ EV จีน ที่กำลังขยายการผลิตในไทย ปี 2567-2568
บทวิเคราะห์: Changan และ GAC AION ม้ามืดแย่งส่วนแบ่งตลาดจาก BYD ในอาเซียน
พยากรณ์: รถยนต์ไฟฟ้าจะแตะ 100 ล้านคันทั่วโลกภายใน 3 ปี
XPENG ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 โดย He Xiaopeng ซีอีโอและประธานบริษัท ผู้มีประวัติที่ไม่ธรรมดาจากการเป็นโปรแกรมเมอร์ฝีมือฉกาจที่สร้าง UC Web ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลและขายให้กับ Alibaba ในปี 2014 ด้วยมูลค่าถึง 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ความสำเร็จนี้จุดประกายความฝันครั้งใหม่ให้กับเขา นั่นคือการปฏิวัติวงการยานยนต์จีน โดยมี Tesla เป็นต้นแบบ เขาให้ความสำคัญกับงานวิจัยอย่างลึกซึ้ง เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดXPENG ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า แต่ยังเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนรถ EV และพัฒนาซอฟต์แวร์ของตนเองขึ้นได้สำเร็จ
กลยุทธ์ตลาด Mass Market และ ‘ศึกสงครามราคา’
ขณะนี้ XPENG กำลังพยายามขยายส่วนแบ่งตลาดไปยังกลุ่ม Mass Market (ตลาดผู้ใช้ในวงกว้าง) ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ลูกใหม่ภายใต้แนวคิดราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ซึ่งถือเป็นการต่อสู้ครั้งใหญ่ท่ามกลาง ‘สงครามราคา’ ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน XPENG ตั้งเป้าที่จะเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญที่มาแย่งส่วนแบ่งตลาดจาก BYD ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ของอุตสาหกรรมนี้
ข่าวการประกาศเปิดตัวแบรนด์ลูกที่เน้นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดนี้ แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงในการแข่งขันที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีนยังคงเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง
Xiaopeng ระบุว่า บริษัทกำลังเตรียมเปิดตัวแบรนด์ลูกนี้โดยเฉพาะ เจาะตลาดรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูก โดยคาดว่าจะมีราคาเริ่มต้นประมาณ 1 แสนหยวน หรือเทียบเท่าเงินไทยราว 5 แสนบาท โดยวางแนวคิดรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ AI สำหรับผู้บริโภคกลุ่มหนุ่มสาว และมีการตั้งราคาที่แตกต่างกันไปตามรุ่น
ทำไม XPENG ถึงต้องลดราคา?
เหตุผลสำคัญที่ทำให้ XPENG ต้องใช้กลยุทธ์เปิดตัวแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดนี้ ทั้งๆ ที่บริษัทมีผลงานจากการขายรถยนต์ไฟฟ้าระดับกลาง-บน ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 2 แสนหยวนขึ้นไป นั่นเป็นเพราะบรรดาแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง BYD และ Tesla กำลังเริ่มทำ ‘สงครามราคา’ อีกครั้ง
นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนต้องต่อสู้กันอย่างหนักหน่วงเพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งส่งผลให้เกิดการลดราคาลงอย่างต่อเนื่อง
หากพิจารณาตัวเลขยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในจีนในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2024 จะเห็นว่าอัตราการเติบโตลดลงมาอยู่ที่ 18.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งตัวเลขนี้ถือว่า ‘ชะลอตัว’ ลงอย่างมาก ส่งผลให้บรรดาแบรนด์ EV จีนต้องเร่งหาวิธีที่จะทำให้ยอดขายของบริษัทเติบโตให้ได้มากที่สุด และหลายแบรนด์เริ่มมองหาตลาดใหม่ๆ ในต่างประเทศ
ไทยยังคงเป็นเป้าหมายหลักของแบรนด์ EV จีน
ด้วยยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้ารวมทั่วประเทศในปี 2023 สูงถึง 76,000 คัน เพิ่มขึ้นถึง 695.9% จากปีก่อนหน้า หากพิจารณาเฉพาะยี่ห้อที่จดทะเบียนใหม่ พบว่าล้วนเป็นแบรนด์จากจีน ได้แก่ BYD (สัญชาติจีน) 30,467 คัน, NETA (สัญชาติจีน) 12,777 คัน, MG (สัญชาติจีน) 12,462 คัน, Tesla (สัญชาติอเมริกัน) 8,206 คัน และ GWM (Ora) (สัญชาติจีน) 6,746 คัน
คาดการณ์ว่าในปี 2024 นี้ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าจะพุ่งสูงถึง 1 แสนคัน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการออกมาตรการกระตุ้นอุปสงค์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศของรัฐบาลภายใต้มาตรการ EV3.0 และ EV3.5 อย่างไรก็ตาม นอกจากการนำเข้าแล้ว ปัจจัยสำคัญอีกประการคือการกำหนดสัดส่วนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อชดเชยการนำเข้า กล่าวคือ อัตราส่วน 1:1 ในปี 2024 (นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า 1 คัน ต่อการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ 1 คัน) และอัตราส่วน 1:1.5 ในปี 2025 (นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า 1 คัน ต่อการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ 1.5 คัน) หากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติต่างๆ สามารถผลิตได้ตามเงื่อนไข จะช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนไฟฟ้าที่สำคัญของโลกได้
XPENG: เมื่อแบรนด์ EV จีน เปิดแนวรุกใหม่ในประเทศไทยด้วยราคาที่ใครๆ ก็เอื้อมถึง
วันที่: 20 มกราคม 2569
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยกำลังร้อนระอุอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าผู้บริโภคบางกลุ่มอาจกำลังลังเลท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจผันผวนและการลดลงของกำลังซื้อ แต่ดูเหมือนว่ายักษ์ใหญ่จากแดนมังกรยังคงเดินหน้าขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง การแข่งขันดุเดือดจากผู้เล่นอย่าง BYD, SAIC, MG, Great Wall Motor (GWM), NIO, Geely, Chery, DFSK, Changan และ GAC AION ที่ต่างพากันเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยหลายแบรนด์เริ่มตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและรองรับนโยบายสนับสนุนของภาครัฐ
ล่าสุดนี้เอง ที่แบรนด์ ‘XPENG’ (เสี่ยวเผิง) ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ผ่านบริษัท X Mobility Plus ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ PTT อย่าง ARUN PLUS ถือหุ้น 100% โดยผ่านบริษัทนีโอ โมบิลิตี้ เอเชีย จำกัด (Neo Mobility Asia) ซึ่งในเวลาเดียวกันนี้ PTT ก็ได้จับมือกับ Ze Mobility Plus ในการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อ ZeEKR อีกด้วย
บทความที่เกี่ยวข้อง:
รายชื่อแบรนด์ EV จีน ที่กำลังลงทุนผลิตในไทย (อัปเดตปี 2569)
วิเคราะห์ทิศทาง: ทำไม GAC และ Changan ถึงกล้าหักหลัง BYD ในตลาดเอเชีย
อนาคตที่ไม่ไกล: การขยายตัวของรถยนต์ไฟฟ้าสู่ 100 ล้านคันทั่วโลก
XPENG ไม่ใช่แบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า แต่เป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 โดย He Xiaopeng ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ ที่มีภูมิหลังน่าสนใจมาก่อน เขาเป็นโปรแกรมเมอร์อัจ