![[ครบชุด] T0305028 กชายท เป นหมอ ไล แม เด นทางมาแต ไกลจากต างจ งหว ดให กล บบ าน](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/05/fb_natural_20260503_230649.jpg)
XPeng เปิดแบรนด์ย่อยเน้นตลาดแมส: กลยุทธ์หั่นราคา 5 แสนบาท ท้าชน BYD สั่นสะเทือนอุตสาหกรรม EV ไทย ปี 2026
ในยุคที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งการแข่งขันอย่างดุเดือด ไม่ว่าสภาพเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนก็ยังคงบุกตลาดไทยอย่างไม่หยุดยั้ง ตั้งแต่ยักษ์ใหญ่อย่าง BYD, SAIC, MG, Great Wall Motor (GWM), NIO, Geely, Chery, DFSK, Changan ไปจนถึง GAC AION ต่างก็มีฐานการผลิตและฐานลูกค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่องบนท้องถนนของประเทศไทย ท่ามกลางสมรภูมิราคาที่ทวีความรุนแรงนี้ ยักษ์ใหญ่อย่าง XPeng (เสี่ยวเผิง) ก็กำลังวางกลยุทธ์ครั้งใหญ่เพื่อเขย่าตลาด ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ย่อยใหม่ที่เน้นตลาดแมส (Mass Market) ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้นอย่างมาก ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับผู้บริโภคชาวไทยที่กำลังพิจารณาซื้อรถยนต์ไฟฟ้า
การก้าวเข้ามาของ XPENG และ ARUN PLUS ในไทย
ล่าสุด บทบาทสำคัญในการนำพา XPENG เข้าสู่ตลาดประเทศไทย คือบริษัท ARUN PLUS ซึ่งเป็นบริษัทลูกภายใต้เครือ ปตท. โดยได้ก่อตั้งบริษัท X Mobility Plus ขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ XPENG อย่างเป็นทางการ บริษัทนี้จดทะเบียนด้วยทุน 10 ล้านบาท และถือหุ้นทั้งหมด 100% โดยบริษัทนีโอ โมบิลิตี้ เอเชีย จำกัด (Neo Mobility Asia) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ARUN PLUS อีกทีหนึ่ง ไม่เพียงแค่นั้น ARUN PLUS ยังเป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ ZEEKR ผ่านบริษัท Ze Mobility Plus อีกด้วย การเข้ามาของ 2 แบรนด์ใหม่นี้ถือเป็นแรงเสริมที่สำคัญในการขยาย Ecosystem ของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ให้มีความหลากหลายและเป็นทางเลือกมากขึ้นสำหรับผู้บริโภค
XPENG: จากความฝันสู่นวัตกรรมขับเคลื่อนด้วย AI
สำหรับ XPENG หรือที่คุ้นกันในชื่อ “เสี่ยวเผิง” เป็นบริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยียานยนต์สัญชาติจีนที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 โดย He Xiaopeng ซีอีโอและประธานบริษัทคนปัจจุบัน ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นโปรแกรมเมอร์อัจฉริยะผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการสร้างเว็บเบราว์เซอร์ UC Web เมื่อปี 2004 ก่อนที่จะขายกิจการให้กับ Alibaba ในอีก 10 ปีถัดมา ด้วยมูลค่าที่มหาศาลถึง 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
การเป็นเศรษฐีเงินล้านไม่ได้ทำให้คุณ He Xiaopeng หยุดนิ่ง แต่กลับจุดประกายความฝันใหม่ที่ยิ่งใหญ่ นั่นคือการปฏิวัติวงการยานยนต์ในจีน โดยมีแรงบันดาลใจหลักจากแบรนด์คู่แข่งอย่าง Tesla เขาให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่องานวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ขับขี่ ไม่ใช่เพียงแค่ตัวรถยนต์ แต่ XPENG ยังรวมถึงการพัฒนาและจำหน่ายชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงซอฟต์แวร์ระบบขับขี่อัจฉริยะ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักที่ทำให้ XPENG แตกต่างจากคู่แข่ง
ปฏิบัติการหั่นราคา: ตอบโจทย์ตลาด Mass และสงครามราคา
ขณะนี้ XPENG กำลังมองหาช่องทางขยายส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มลูกค้า Mass ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ย่อยที่มาพร้อมราคารถยนต์ไฟฟ้าที่ถูกลงอย่างน่าตกใจ ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของจีน เป้าหมายหลักของ XPENG คือการก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักในตลาดนี้ และชิงส่วนแบ่งการตลาดมาจากยักษ์ใหญ่ไร้คู่แข่งอย่าง BYD
เมื่อเร็ว ๆ นี้ XPENG ได้ประกาศเตรียมเปิดตัวแบรนด์ลูกใหม่ที่เน้นการเจาะกลุ่มตลาดรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัด โดยมีแนวคิดหลักคือ “รถยนต์ไฟฟ้าคันแรกที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ AI สำหรับคนรุ่นใหม่” ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่ฉีกกฎเกณฑ์การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์เดิมที่เน้นตลาดระดับกลาง-บน (Mid-to-High End) ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 2 แสนหยวนขึ้นไป การเปิดตัวแบรนด์ใหม่นี้ถือเป็นการลดราคาลงถึง 50% เพื่อต่อสู้กับภาวะตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีนที่เริ่มชะลอตัว
ตามรายงานจากสำนักข่าว Reuters, XPENG ได้ยืนยันถึงแผนการเปิดตัวแบรนด์ลูกใหม่ที่จะเน้นลงมาเล่นในตลาด EV ราคาย่อมเยา ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าการแข่งขันในตลาดนี้ยังคงเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง
Xiaopeng ได้เปิดเผยข้อมูลว่า บริษัทเตรียมจะเปิดตัวแบรนด์ลูกที่เน้นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกโดยเฉพาะ ซึ่งมีราคาเริ่มต้นที่ราว 1 แสนหยวน (ประมาณ 5 แสนบาท) โดยวางคอนเซปต์เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยระบบ AI สำหรับคนรุ่นใหม่ และจะมีการตั้งราคาที่แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย
สาเหตุหลักที่ทำให้ XPENG ต้องปรับกลยุทธ์มาเปิดตัวแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกนั้น เป็นเพราะการแข่งขันราคาที่รุนแรงอย่างต่อเนื่องในตลาดจีน ซึ่งเกิดจากฝีมือของยักษ์ใหญ่อย่าง BYD และ Tesla ที่ได้เริ่มทำสงครามราคากันอีกครั้ง
นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนต่างต้องต่อสู้อย่างดุเดือดเพื่อรักษาการเติบโตของยอดขาย ส่งผลให้เห็นการลดราคาลงมาอย่างต่อเนื่อง เพราะหากพิจารณาจากยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าล่าสุดในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2024 อัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในจีนลดลงมาเหลือเพียง 18.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่ “ลดลง” อย่างมาก สิ่งนี้ทำให้แบรนด์ EV จีนต้องเร่งหาวิธีเพิ่มยอดขายให้ได้มากที่สุด จึงเห็นการขยายตลาดไปยังต่างประเทศและมองหาน่านน้ำใหม่ ๆ
ไทยยังคงเป็นตลาดทองสำหรับ EV จีน
ด้วยตัวเลขการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ในปี 2023 ที่สูงถึง 76,000 คัน เพิ่มขึ้นอย่างน่าทึ่งถึงร้อยละ 695.9 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หากพิจารณาข้อมูลนี้ จะพบว่าแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนใหม่ส่วนใหญ่เป็นของจีนอย่างชัดเจน ได้แก่ BYD (สัญชาติจีน) จำนวน 30,467 คัน, NETA (สัญชาติจีน) จำนวน 12,777 คัน, MG (สัญชาติจีน) จำนวน 12,462 คัน, Tesla (สัญชาติอเมริกัน) จำนวน 8,206 คัน และ GWM (Ora) (สัญชาติจีน) จำนวน 6,746 คัน
มีการคาดการณ์ว่าจำนวนการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ในปี 2026 จะทะยานไปแตะระดับ 100,000 คัน ภายใต้แรงหนุนจากมาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศของภาครัฐภายใต้มาตรการ EV3.0 และ EV3.5 อย่างไรก็ตาม นอกจากปัจจัยด้านการนำเข้าแล้ว ปัจจัยสำคัญคือการกำหนดสัดส่วนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อชดเชยการนำเข้า ซึ่งกำหนดอัตราส่วนไว้ที่ 1:1 ในปี 2024 (นำเข้า 1 คัน เท่ากับผลิตในประเทศ 1 คัน) และอัตราส่วน 1:1.5 ในปี 2025 (นำเข้า 1 คัน เท่ากับผลิตในประเทศ 1.5 คัน) หากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติต่าง ๆ สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวได้ ก็จะช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญระดับโลกได้
XPENG แบรนด์จีนเปิดตัวแบรนด์ย่อยราคาประหยัด สั่นสะเทือนตลาด EV ไทย
ในห้วงเวลาแห่งความท้าทายทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยปี 2026 ยังคงเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวของแบรนด์จากประเทศจีนที่ก้าวเข้ามาบุกตลาดอย่างไม่หยุดยั้ง นอกเหนือจากผู้เล่นรายใหญ่ที่แข็งแกร่งอย่าง BYD, SAIC, MG, Great Wall Motor (GWM), NIO, Geely, Chery, DFSK, Changan และ GAC AION ซึ่งหลายแบรนด์ก็ได้มีการลงทุนสร้างโรงงานผลิตในไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ล่าสุด ปตท. ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าผ่านบริษัทลูกอย่าง ARUN PLUS โดยได้จัดตั้งบริษัท X Mobility Plus ขึ้นเพื่อรับผิดชอบการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ XPENG ซึ่งได้รับการยอมรับ