![[ครบชุด] T0305008 กค าจอมเกร ยน กร ดเส อเพ อเร ยกค าเส ยหาย แต เขาไม าจะถ กเซอร ไพรส ตอนจบ](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/05/fb_natural_20260503_231408.jpg)
Xpeng บุกตลาดไทย: ยุทธศาสตร์หั่นราคารถยนต์ไฟฟ้า 5 แสนบาท สู้ศึกตลาด EV ไทย 2026
ปี 2026: ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยยังร้อนระอุ ไม่ว่ากำลังซื้อจะเป็นอย่างไร ผู้เล่นจีนยังคงเดินหน้าบุกตลาดอย่างต่อเนื่อง และหนึ่งในแบรนด์ที่กำลังเขย่าวงการด้วยการประกาศลดราคาถึง 5 แสนบาท คือ ‘XPENG’ (เอ็กซ์เพิง) แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นหลักอย่างเต็มตัว
XPENG: ยักษ์ใหญ่จากจีนที่ต้องปรับตัว
XPENG หรือที่รู้จักกันในนาม ‘เสี่ยวเผิง’ เป็นบริษัทสตาร์ทอัพด้านยานยนต์ไฟฟ้าที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 โดย เฮ่อ เซียวเผิง (He Xiaopeng) ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง ซึ่งเคยเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์มาก่อน เขาประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับการก่อตั้ง UC Web ในปี 2004 และขายกิจการให้กับยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba ในอีก 10 ปีต่อมา ด้วยมูลค่ามหาศาลถึง 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
จากความสำเร็จครั้งนั้น ไม่เพียงแต่ทำให้ เฮ่อ เซียวเผิง กลายเป็นมหาเศรษฐี แต่ยังจุดประกายความฝันครั้งยิ่งใหญ่ในการปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีน โดยมี Tesla เป็นต้นแบบ เขาให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ดีที่สุดให้กับผู้ขับขี่ ไม่เพียงแค่นวัตกรรมตัวรถ แต่ XPENG ยังพัฒนาซอฟต์แวร์ของตัวเองได้อย่างเชี่ยวชาญ และผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้าเอง
ในปัจจุบัน XPENG กำลังมองหากลยุทธ์ใหม่เพื่อขยายส่วนแบ่งตลาดเข้าสู่กลุ่ม Mass Market ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ EV ในระดับราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีนเต็มไปด้วยการแข่งขันอย่างดุเดือด โดยมีเป้าหมายที่จะแย่งชิงพื้นที่จากยักษ์ใหญ่อย่าง BYD ที่ครองตลาดอยู่ในขณะนี้
เมื่อเร็วๆ นี้ XPENG ได้ประกาศเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ของบริษัท ซึ่งมุ่งเน้นรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดภายใต้คอนเซปต์รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ AI สำหรับกลุ่มคนหนุ่มสาว การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการลดราคาลงเกือบ 50% เพื่อตอบโต้ภาวะชะลอตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีน
XPENG หั่นราคาสูงสุด 5 แสนบาท เพื่อสู้ศึกในจีน
สำนักข่าวชั้นนำอย่าง Reuters รายงานว่า XPENG เตรียมเปิดตัวแบรนด์ลูกที่เน้นเจาะตลาดรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเข้มข้นของการแข่งขันในตลาดจีนอย่างชัดเจน เฮ่อ เซียวเผิง กล่าวว่า บริษัทได้เตรียมแบรนด์ใหม่เพื่อเข้ามาเล่นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดโดยเฉพาะ ซึ่งมีราคาเริ่มต้นที่ราว 100,000 หยวน หรือเทียบเท่าประมาณ 500,000 บาทในประเทศไทย โดยคอนเซปต์หลักของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้คือ “ระบบขับเคลื่อนด้วย AI สำหรับคนรุ่นใหม่” ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีราคาที่แตกต่างกันไป
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ XPENG ต้องเลือกใช้กลยุทธ์การเปิดตัวแบรนด์ EV ราคาประหยัด แม้ว่าปกติแล้วบริษัทจะเน้นเจาะตลาดลูกค้าระดับกลางถึงบน ซึ่งมีราคาเริ่มต้นประมาณ 200,000 หยวนขึ้นไปนั้น ก็เพราะสถานการณ์การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีนกำลังเข้าสู่ช่วง “สงครามราคา” ครั้งใหม่ ระหว่างแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง BYD และ Tesla
นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดเพื่อรักษาการเติบโตของยอดขาย จึงเห็นการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากหากพิจารณาจากตัวเลขยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในจีนช่วง 2 เดือนแรกของปี 2024 พบว่าอัตราการเติบโตลดลงเหลือเพียง 18.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งนับเป็นการ ลดลง อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนต้องเร่งหาวิธีเพิ่มยอดขาย และหลายแบรนด์พยายามหาตลาดใหม่ๆ ในต่างประเทศ
ไทยยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญของกลุ่ม EV จีน
แม้ว่าในประเทศจีนจะเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง แต่ประเทศไทยยังคงเป็นตลาดสำคัญที่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่จากจีนให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง
ในปี 2023 ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ในไทยพุ่งสูงถึง 76,000 คัน เพิ่มขึ้น 695.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หากพิจารณาจากยี่ห้อรถยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนใหม่ พบว่าเป็นแบรนด์จากจีนเกือบทั้งหมด ได้แก่ BYD (จีน) 30,467 คัน, NETA (จีน) 12,777 คัน, MG (จีน) 12,462 คัน, Tesla (อเมริกา) 8,206 คัน และ GWM (Ora) (จีน) 6,746 คัน
สำหรับปี 2026 คาดการณ์ว่ายอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ในไทยจะพุ่งสูงถึง 100,000 คัน อันเป็นผลมาจากมาตรการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศของรัฐบาลไทยภายใต้มาตรการ EV3.0 และ EV3.5
อย่างไรก็ตาม นอกจากการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าแล้ว ปัจจัยสำคัญอีกประการที่ขับเคลื่อนตลาด EV ในไทย คือข้อกำหนดเรื่อง “สัดส่วนการผลิตในประเทศ” (Local Content Requirement) โดยกำหนดอัตราส่วน 1:1 ในปี 2024 (นำเข้ารถ 1 คัน ต้องผลิตในประเทศ 1 คัน) และอัตราส่วน 1:1.5 ในปี 2025 (นำเข้ารถ 1 คัน ต้องผลิตในประเทศ 1.5 คัน) หากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติไทยและต่างชาติสามารถผลิตได้ตามเงื่อนไขนี้ จะช่วยยกระดับประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญของโลก
ปตท. จับมือ XPENG เสริมทัพตลาด EV ไทย 2026
ล่าสุด บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของประเทศไทย ได้เดินหน้าเสริมทัพธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า โดยมี บริษัทลูกอย่าง ARUN PLUS เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการสร้างพันธมิตรกับแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่จากจีน
ภายใต้ความร่วมมือนี้ ปตท. โดย ARUN PLUS ได้จัดตั้งบริษัท X Mobility Plus ขึ้น เพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ ‘XPENG’ อย่างเป็นทางการ โดยมีทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท และถือหุ้น 100% ผ่านบริษัทนีโอ โมบิลิตี้ เอเชีย จำกัด (Neo Mobility Asia) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ARUN PLUS นอกจากนี้ ARUN PLUS ยังมีอีกหนึ่งบริษัท คือ Ze Mobility Plus ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ ZEEKR ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากจีน
การที่ ปตท. เข้ามาเป็นพันธมิตรกับ XPENG นั้น เป็นการตอกย้ำว่า ปตท. มองเห็นศักยภาพของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และการเข้ามาของ XPENG ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้า และมีแผนการรุกตลาดอย่างดุดัน จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศ (Ecosystem) ของธุรกิจ EV ในไทย
เปิดประสบการณ์ ‘XPENG’ กับจุดเด่นด้าน AI และเทคโนโลยีล้ำสมัย
XPENG ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าธรรมดา แต่เป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมด้านระบบขับขี่อัจฉริยะ และเทคโนโลยี AI ในรถยนต์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภครุ่นใหม่ให้ความสนใจในขณะนี้
เทคโนโลยี XPILOT และการเชื่อมโยงกับระบบ AI
XPENG ได้พัฒนาเทคโนโลยีขับขี่อัจฉริยะที่เรียกว่า XPILOT ซึ่งเป็นชุดระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง ที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI และระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับต่างๆ ตัวอย่างเช่น รุ่น XPENG P5 ซึ่งเป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่จำหน่ายในไทย มาพร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับถึง 32 ตัว และระบบ XPILOT 3.5 รองรับฟังก์ชัน NGP (Navigation Guided Pilot) ในเมือง ซึ่งเป็นระบบขับขี่บนทางด่วนแบบไร้คนขับ
อีกหนึ่งความโดดเด่นคือ ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Xmart OS ซึ่งสามารถมอบประสบการณ์ด้านความบันเทิงที่หลากหลายให้กับผู้ใช้งาน รองรับการปลดล็อกด้วยกุญแจดิจิทัลผ่านบลูทูธบนสมาร์ทโฟน และยังมีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกเชื่อมโยงกับ