![[ครบชุด] T0305013 แม ออกจากค กล บถ งบ านเจอล กสาวต วเองในสภาพเป นทาสผ นเก ดไรข นก นแน](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/05/fb_natural_20260503_231457.jpg)
รู้จัก XPENG: “เจ้าพ่อลดราคา” แบรนด์ EV จีน ท้าชน Tesla และ BYD บุกตลาดไทยอย่างดุเดือด
ในปี 2024 อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยยังคงเป็นสมรภูมิเดือด แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัวและกำลังซื้อลดลง แต่ผู้เล่นจากจีนกลับตบเท้าเข้าตลาดอย่างไม่หยุดหย่อน ไม่ว่าจะเป็น BYD, SAIC, MG, Great Wall Motor, NIO, Geely, Chery, DFSK, Changan และ GAC AION ต่างเติบโตอย่างต่อเนื่องและเริ่มตั้งฐานการผลิตในไทยกันแล้ว
ล่าสุด กลุ่ม ปตท. โดยบริษัทลูก ARUN PLUS ได้ประกาศตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ดังอย่าง XPENG ผ่านบริษัท X Mobility Plus ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท (ถือหุ้น 100% โดยนีโอ โมบิลิตี้ เอเชีย จำกัด – บริษัทลูกของ ARUN PLUS) และอีกแบรนด์คือ ZEEKR ซึ่งเป็นแบรนด์รถหรูที่กำลังได้รับความนิยมในจีน
XPENG หรือ “เสี่ยวเผิง” คือใคร?
XPENG ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 โดย He Xiaopeng ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง ซึ่งผันตัวมาจากโปรแกรมเมอร์ผู้ประสบความสำเร็จในการสร้างเว็บเบราว์เซอร์ UC Web ก่อนจะขายให้กับ Alibaba ด้วยมูลค่ากว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2004
การเป็นมหาเศรษฐีไม่ได้ทำให้ความฝันของเขาหยุดนิ่ง ตรงกันข้าม มันคือแรงผลักดันให้เขาต้องการปฏิวัติวงการยานยนต์จีน โดยมี Tesla เป็นต้นแบบ He Xiaopeng ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาอย่างมาก เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ดีที่สุดให้กับผู้ขับขี่ ไม่ใช่แค่ตัวรถยนต์ แต่รวมถึงซอฟต์แวร์และชิ้นส่วน EV ด้วย
กลยุทธ์หั่นราคาเพื่อท้าชนยักษ์ใหญ่
ขณะนี้ XPENG กำลังมองหาตลาดที่ใหญ่ขึ้น (Mass Market) ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ EV ราคาประหยัด ท่ามกลาง “สงครามราคา” ในตลาด EV จีน โดยมีเป้าหมายจะเข้าเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักที่แย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจาก BYD และ Tesla
ล่าสุด XPENG เตรียมเปิดตัวแบรนด์ลูกที่เน้นราคาถูก โดยวางคอนเซปต์เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยระบบ AI คันแรกสำหรับคนรุ่นใหม่ จุดเด่นคือราคาที่ลดลงกว่า 50% เพื่อรับมือกับตลาด EV ที่ชะลอตัวในจีน
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า XPENG ได้ประกาศเปิดตัวแบรนด์ลูกที่เน้นเจาะตลาดรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการแข่งขันในตลาด EV จีนยังคงรุนแรง
Xiaopeng ระบุว่า บริษัทได้เตรียมเปิดตัวแบรนด์ลูกสำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดโดยเฉพาะ ซึ่งมีราคาเริ่มต้นประมาณ 1 แสนหยวน (ราว 5 แสนบาท) โดยวางคอนเซปต์เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยระบบ AI สำหรับคนรุ่นใหม่ และมีราคารุ่นย่อยที่แตกต่างกันไป
ทำไม XPENG ถึงต้องหั่นราคา?
เหตุผลสำคัญที่ทำให้ XPENG ต้องกล้าลดราคา แม้ปกติแล้วบริษัทมักเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บน (ราคาเริ่มต้นกว่า 2 แสนหยวน) ก็เพราะว่า “สงครามหั่นราคา” ระหว่างแบรนด์ใหญ่อย่าง BYD และ Tesla ได้กลับมาอีกครั้ง
นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ผลิต EV จีนต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อรักษาอัตราการเติบโตของยอดขาย จึงทำให้มีการลดราคาอย่างต่อเนื่อง
จากข้อมูลยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในจีนช่วง 2 เดือนแรกของปี 2024 พบว่า อัตราการเติบโตลดลงเหลือ 18.2% เมื่อเทียบกับปี 2023 ซึ่งตัวเลขที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญนี้ บีบให้แบรนด์ EV จีนต้องเร่งหาวิธีสร้างยอดขายให้ได้มากที่สุด ทำให้หลายแบรนด์เริ่มมองหาน่านน้ำใหม่ๆ ในตลาดต่างประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย
ตลาด EV ไทยยังเป็นเป้าหมายสำคัญของแบรนด์จีน
ด้วยตัวเลขยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ในปี 2023 ที่สูงถึง 76,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นกว่า 695.9% จากปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแบรนด์จีน ได้แก่ BYD (จีน) 30,467 คัน, NETA (จีน) 12,777 คัน, MG (จีน) 12,462 คัน, Tesla (อเมริกา) 8,206 คัน และ GWM (Ora) (จีน) 6,746 คัน ทำให้คาดการณ์ได้ว่าในปีนี้ยอดจดทะเบียนจะแตะ 100,000 คัน จากมาตรการกระตุ้นอุปสงค์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐภายใต้มาตรการ EV3.0 และ EV3.5
อย่างไรก็ตาม นอกจากปัจจัยการนำเข้าแล้ว อีกปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของตลาด EV ไทยคือ การกำหนดสัดส่วนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อชดเชยการนำเข้า ซึ่งแบ่งเป็นอัตราส่วน 1:1 ในปี 2024 (นำเข้า 1 คัน ต่อการผลิตในประเทศ 1 คัน) และอัตราส่วน 1:1.5 ในปี 2025 (นำเข้า 1 คัน ต่อการผลิตในประเทศ 1.5 คัน) หากผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าต่างชาติสามารถผลิตได้ตามเงื่อนไขนี้ ก็จะช่วยส่งเสริมให้ไทยกลายเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนไฟฟ้าที่สำคัญของโลก
XPENG กับการเข้ามาบุกตลาดไทย
สำหรับ XPENG นั้น ปตท. ได้ร่วมมือผ่าน ARUN PLUS เพื่อเข้ามาทำตลาดในไทย โดยตั้งบริษัท X Mobility Plus เป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ XPENG และ Ze Mobility Plus สำหรับแบรนด์ ZEEKR ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าบริษัทแม่ที่จีนเล็งเห็นโอกาสทางการตลาดในไทยอย่างจริงจัง
ทำไมต้องเลือก XPENG?
หากมองในมุมของตลาดประเทศไทย XPENG มีจุดเด่นที่น่าจับตาอยู่หลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมและรถยนต์ไฟฟ้าขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Driving) ซึ่ง XPENG มีความโดดเด่นและเป็นที่ยอมรับในระดับโลก โดยเฉพาะรุ่น G9 ที่ได้รับการยอมรับด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะ
สำหรับคนไทยที่สนใจแบรนด์ XPENG ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าทางแบรนด์จะนำรุ่นรถที่โดดเด่นเข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้
ปัจจัยในการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (2026)
การตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกในปี 2026 ต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตลาดมีการแข่งขันสูงและมีตัวเลือกมากมายให้เลือกสรร
งบประมาณและราคา
สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาคือ งบประมาณและราคา รถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันมีตั้งแต่ราคาย่อมเยาไปจนถึงราคาสูง การเลือกราคาที่เหมาะสมกับกำลังซื้อจะช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินและทำให้การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าเป็นไปได้อย่างราบรื่น
Cost Breakdown & Pricing:
กลุ่มราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท: มักเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ หรือรถจากแบรนด์จีนที่เน้นตลาดแมส
กลุ่มราคาสูงกว่า 1 ล้านบาท: มักเป็นรถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์ยุโรป อเมริกา หรือแบรนด์จีนที่มีเทคโนโลยีสูง
เทคโนโลยีและความอัจฉริยะ (AI & Autonomous Driving)
เทคโนโลยีถือเป็นหัวใจหลักของรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบขับขี่อัตโนมัติ (ADAS) หากคุณสนใจเทคโนโลยีล้ำสมัยและต้องการระบบที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่ ควรเลือกแบรนด์ที่มีระบบ ADAS ที่พัฒนามาอย่างดี เช่น XPENG ที่เน้นเรื่องระบบขับขี่อัตโนมัติ
การรับประกันและศูนย์บริการ
เมื่อซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันแรก ควรตรวจสอบ การรับประกันแบตเตอรี่และศูนย์บริการ เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้ามีอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ที่จำกัด และอาจต้องเข้ารับการซ่อมบำรุงที่แตกต่างจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป
ตัวเลือกรถยนต์ไฟฟ้าที่หลากหลาย
ปัจจุบันมีรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่างๆ ให้เลือกหลากหลายตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก รถยนต์ไฟฟ้าขนาดกลาง หรือรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับครอบครัว
Mistakes to Avoid:
ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าที่ราคาเกินกำลังซื้อ: อาจทำให้เกิดความเครียดทางการเงิน และต้องขายรถทิ้งในราคาที่ต่ำกว่าทุน
ไม่ตรวจสอบเรื่องการรับประกันและศูนย์บริการ: อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงสูงกว่าที่คาดไว้
Should You Buy, Wait, or Rent/Invest