![[ครบชุด] T0205015 เศรษฐ ความจำเส อมโดนตามล ไปพบร กก บสาวบ านๆ](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/05/fb_natural_20260504_090859.jpg)
Rolls-Royce ฉลองครบรอบ 118 ปีของรถยนต์ที่ดีที่สุดในโลก “Phantom”
เผยแพร่: 26 พฤษภาคม 2569 ปรับปรุง: 26 พฤษภาคม 2569 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 118 ปีแห่งการพบกันครั้งสำคัญระหว่างผู้ร่วมก่อตั้ง Rolls-Royce ถือเป็นโอกาสพิเศษที่ Rolls-Royce Motor Cars ได้ประกาศยืนยันสถานะการเป็นผู้นำแห่งอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับซูเปอร์ลักชัวรีตลอดกาล บริษัทแห่งนี้ไม่เพียงแต่สืบทอดเจตนารมณ์ดั้งเดิมของ Henry Royce วิศวกรผู้เป็นอัจฉริยะ และ The Hon. Charles Stewart Rolls ผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลในการประกอบธุรกิจเท่านั้น แต่ยังคงขับเคลื่อนนวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อรักษาสิ่งที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจมากที่สุด นั่นคือการสร้างสรรค์ “รถยนต์ที่ดีที่สุดในโลก”
Phantom คือหัวใจสำคัญของแบรนด์ที่ถือกำเนิดขึ้นจากจุดมุ่งหมายอันชัดเจน และยังคงถูกยกย่องให้เป็นสุดยอดยนตรกรรมมาจนถึงทุกวันนี้ “ขณะที่เราได้หวนรำลึกถึงมรดกอันน่าทึ่งของ Phantom ผมรู้สึกประทับใจเป็นอย่างยิ่งว่ารถรุ่นนี้ยังคงครองพื้นที่พิเศษในใจของลูกค้า Rolls-Royce ซึ่งเป็นกลุ่มคนผู้ทรงอิทธิพลและมีความพิถีพิถันมากที่สุดของเรา” Torsten Müller-Ötvös ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Rolls-Royce Motor Cars กล่าว “Phantom คือสุดยอดยนตรกรรมที่ได้รับอานิสงส์สูงสุดจากความทะเยอทะยานของ Rolls-Royce Bespoke โดยสามารถเปลี่ยนให้เป็นทุกสิ่งที่ลูกค้าต้องการให้เป็น แท้จริงแล้ว Phantom ไม่ได้เป็นเพียง ‘รถยนต์ที่ดีที่สุดในโลก’ เท่านั้น แต่ยังเป็นรถยนต์ที่ดีที่สุดในโลกของพวกเขาอีกด้วย”
วันนี้ รถยนต์ตระกูล Phantom สะท้อนให้เห็นถึงสุดยอดแห่งความหรูหราแบบสั่งทำพิเศษที่ถูกรังสรรค์ด้วยมือ ณ Home of Rolls-Royce ในเมืองกู้ดวูด ประเทศอังกฤษ การหวนรำลึกถึงต้นกำเนิดและความเป็นมาถือเป็นส่วนสำคัญของพันธกิจที่บริษัทดำเนินมาอย่างสม่ำเสมอ โดย Roll-Royce ได้สำรวจถึงวิวัฒนาการของยนตรกรรมภายใต้ชื่อนี้ เพื่อยืนยันสถานะผู้นำที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้
ที่มาของความเป็นเลิศ: นิยามใหม่แห่ง “Rolling Chassis”
ในช่วงแรกสุดของอุตสาหกรรมยานยนต์ ผู้ผลิตรถยนต์หรูได้ผลิตเพียงชิ้นส่วนประกอบพื้นฐาน (เครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ระบบกันสะเทือน) ที่รู้จักกันในชื่อ Rolling Chassis หรือโครงรถสำเร็จรูป ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของตัวถังรถในสมัยนั้น จากนั้น บริษัทตัวถังแบบสั่งทำพิเศษอิสระ (Coachbuild) จะเป็นผู้รังสรรค์โครงรถให้เข้ากับตัวถังตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า
สำหรับผู้ผลิตอย่าง Rolls-Royce นั้น การพัฒนาทางด้านเทคนิคและวิศวกรรมจะมุ่งเน้นไปที่สมรรถนะเป็นหลัก ซึ่งรวมถึงความเสถียร การไต่ทางลาดชัน ระบบควบคุมที่ใช้งานง่าย และที่สำคัญคือ NVH (Noise, Vibration, Harshness) หรือความเงียบ การสั่นสะเทือน และความกระด้าง
ตั้งแต่เริ่มต้น Phantom ถูกกำหนดให้เป็น “รถยนต์ที่ดีที่สุดในโลก” เนื่องจากคุณภาพและการออกแบบอันเหนือชั้นของ Rolling Chassis ซึ่งเป็นฐานรองรับชั้นเยี่ยมที่เอื้อให้ผู้ผลิตตัวถังชั้นนำสามารถสร้างสรรค์ผลงานอันประณีตออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
การกำหนดขอบเขตทางเทคนิคใหม่: บทพิสูจน์แห่งวิศวกรรม
ยนตรกรรมตระกูล Phantom ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการในปีค.ศ. 1925 เมื่อ Rolls-Royce ได้เปิดตัว Phantom I ด้วยแรงบิดที่รอบต่ำ เทคโนโลยีล้ำสมัย และประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบสงบราว ‘พรมวิเศษ’ รถยนต์รุ่นนี้ได้วางรากฐานคุณลักษณะพื้นฐานที่จะถูกสืบทอดต่อไปอีก 100 ปีข้างหน้า นับแต่นั้นเป็นต้นมา Rolls-Royce ไม่เคยหยุดนิ่ง และภายในปีค.ศ. 1929 ยนตรกรรมรุ่นต่อมาก็พร้อมออกสู่ตลาด
Phantom II ถือเป็นการก้าวกระโดดอีกครั้งทางด้านวิศวกรรม ในปีค.ศ. 1930 บริษัทได้เปิดตัว Phantom II Continental เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ชื่นชอบการขับขี่ด้วยตนเองและต้องการรถยนต์ที่เน้นสมรรถนะมากกว่า ในขณะเดียวกันก็ยังคงผลิตรถยนต์ฐานล้อยาว ‘มาตรฐาน’ สำหรับการใช้งานแบบมีคนขับ ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่ยังคงถูกสืบทอดมาจนถึง Phantom และ Phantom Extended ในปัจจุบัน
ความต้องการด้านความเร็ว: เหนือกว่าคู่แข่ง
แม้ Continental รุ่นใหม่จะทำความเร็วได้ถึง 95 ไมล์ต่อชั่วโมง แต่ก็ยังไม่เทียบเท่ารถยนต์คู่แข่งบางคัน บริษัทจึงตัดสินใจแก้ไขปัญหานี้อย่างเด็ดขาด ในปีค.ศ. 1934 จึงได้นำประสบการณ์จากงานด้านเครื่องยนต์เครื่องบินมาพัฒนาเครื่องยนต์ V12 ขนาด 7.3 ลิตรใหม่ และติดตั้งลงในแชสซีใหม่ ผลลัพธ์คือ Phantom III ที่เมื่อประกอบเข้ากับตัวถังแบบสั่งผลิตพิเศษน้ำหนักเบา สามารถเร่งความเร็วได้ทะลุ 100 ไมล์ต่อชั่วโมง
The Scalded Cat และราชวงศ์: ยุคสมัยแห่งมหาอำนาจ
ในปีค.ศ. 1939 Rolls-Royce ได้ผลิตยานยนต์ต้นแบบที่ถูกขนานนามว่า ‘The Scalded Cat’ เพียง 2 ปีต่อมา ยนตรกรรมคันนี้กลายเป็นที่ชื่นชอบของผู้มีอิทธิพลหลายท่าน รวมทั้ง เจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ พระองค์ทรงประทับใจเป็นอย่างมากจนโน้มน้าวให้โรลส์-รอยซ์ สร้างสรรค์ยนตรกรรมนี้ให้เป็นเวอร์ชั่นทางการ แบรนด์ได้ตอบสนองด้วยการส่งมอบ Phantom IV คันแรกในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1950 ยนตรกรรมคันนี้ยังคงประจำการที่พิพิธภัณฑ์ราชรถ (The Royal Mews) ภายใต้รหัสก่อนการส่งมอบว่า Maharajah แม้แต่เดิมตั้งใจจะผลิตเพียงคันเดียว แต่สุดท้ายมีการสร้างสรรค์ Phantom IV ออกมาถึง 18 คัน โดย 17 คันถูกสั่งผลิตสำหรับเชื้อพระวงศ์และประมุขแห่งรัฐต่าง ๆ ส่วนอีกคันที่ค่อนข้างโดดเด่นคือการสร้างเป็นรถกระบะสำหรับ Rolls-Royce ในการขนส่งและทดสอบชิ้นส่วนรถยนต์บนท้องถนน
การปรับเปลี่ยนครั้งสุดท้าย: การก้าวกระโดดของยุคใหม่
ในปีค.ศ. 1959 แบรนด์ได้เปิดตัว Phantom V ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์ V8 ที่ทันสมัยที่สุดของยุคนั้น ในปีค.ศ. 1967 ยนตรกรรมมีการปรับเปลี่ยนทางเทคนิคเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นครั้งสุดท้ายของการปรับดีไซน์ก่อนเปลี่ยนเป็น Phantom VI
ภายในปีค.ศ. 1968 ผู้ผลิตตัวถังแบบสั่งทำพิเศษเพียงรายเดียวที่เหลืออยู่ในสหราชอาณาจักรคือ Mulliner Park Ward ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Rolls-Royce ยนตรกรรมเหล่านี้ถูกใช้งานมาอย่างยาวนานในช่วงกลางทศวรรษ 1980s ก่อนที่การผลิตจะลดลงเหลือเพียงสองหรือสามคันต่อปี และในที่สุดก็หยุดการผลิตลงในปีค.ศ. 1992
ทำวิสัยทัศน์ให้เป็นจริง: หัวใจของงานฝีมือ
ทุกเจเนอเรชันจนถึง Phantom VI ยังคงใช้โครงรถแบบ Rolling Chassis เป็นพื้นฐาน โดยตัวถังจะถูกสร้างสรรค์ตามความต้องการส่วนบุคคลของเจ้าของจากบริษัทผลิตตัวถังชื่อดังในอังกฤษและยุโรป
แม้การพึ่งพาบริษัทตัวถังภายนอกจะเป็นเรื่องปกติในวงการยานยนต์ระดับหรู แต่ Phantom ยังคงโดดเด่นด้วยสมรรถนะอันยอดเยี่ยม ต้องขอบคุณอัจฉริยภาพด้านวิศวกรรมของ Royce และความเป็นเลิศของส่วนประกอบและโครงสร้างแชสซีที่รองรับตัวถังคุณภาพสูง น้ำหนักเบา และมีความซับซ้อน
ทุกขั้นตอนการพัฒนา Phantom เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ใช้ศักยภาพของยนตรกรรมอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างสรรค์ยานยนต์ที่สง่างาม โดดเด่น และสุดขั้วที่สุดเท่าที่เคยมีมา เนื่องจากแชสซีและตัวถังแยกออกจากกัน เจ้าของรายต่อมาจึงสามารถปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้เข้ากับรสนิยมและความต้องการใหม่ได้เสมอ
Phantom จำนวนไม่น้อยได้รับการดัดแปลงมากกว่าหนึ่งครั้งตลอดอายุการใช้งาน และบ่อยครั้งที่ต้อง