![[ครบชุด] T2005014 ไม เคยด แล บอกต ชาแนล](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/05/fb_natural_20260520_150209.jpg)
IM ยกทัพยนตรกรรมไฮเทคเปิดตัวในงาน Beijing Auto Show 2026 ตอกย้ำวิสัยทัศน์แห่งอนาคตด้วย IM LS8 และ MG4 URBAN
โดย: นายธนากร อภิเษก (ผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีการขับเคลื่อน) | 29 เมษายน 2569
ในฐานะผู้ที่ติดตามอุตสาหกรรมยานยนต์มาอย่างยาวนานกว่าสิบปี การก้าวเข้ามาของ SAIC MOTOR CORPORATION ในตลาดโลก ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สั่นสะเทือนตลาดอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านแบรนด์ IM (Intelligence Mobility) ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ล่าสุด ในงาน Beijing International Auto Show 2026 (26 เม.ย. – 3 พ.ค. 2569) เอ็มจี (MG) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ SAIC ได้นำทัพยนตรกรรมสุดล้ำมาร่วมจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่ สร้างความฮือฮาและตอกย้ำศักยภาพด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ที่มาพร้อมกับดีไซน์ล้ำยุคและเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากว่าใคร
ปี 2026 นี้ เอ็มจีไม่ได้เพียงแค่มาโชว์ แต่มาเพื่อประกาศความเป็นผู้นำอย่างเต็มตัว ด้วยการนำเสนอไฮไลท์เด็ด 2 รุ่นที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ ได้แก่ IM LS8 เอสยูวีระดับเรือธง (Flagship SUV) ที่เปรียบเสมือนอัญมณีเม็ดงามภายใต้แบรนด์ IM ที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต และ MG4 URBAN ที่ได้รับการอัปเกรดความคุ้มค่าขึ้นอีกระดับ พร้อมทัพยานยนต์อีกหลากหลายเซกเมนต์ ทั้งกลุ่มพรีเมียมและกลุ่มที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน การจัดแสดงครั้งนี้ยังสะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมเทคโนโลยีและงานศิลป์ผ่านการตกแต่งจากศิลปินชื่อดัง สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างไร้ที่ติ
IM LS8: นิยามใหม่ของ “Flagship SUV ที่ครบจบในคันเดียว”
เริ่มต้นด้วยไฮไลท์แรกที่เรียกเสียงชื่นชมและกลายเป็น Talk of the Town ทันทีที่เปิดตัว คือ IM LS8 ยนตรกรรมอัจฉริยะจาก IM Motors ที่ได้รับการพัฒนามาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย คุณภาพระดับพรีเมียม และมาตรฐานการผลิตจากผู้ผลิตชั้นนำ ซึ่งถือเป็นการเสริมความแข็งแกร่งและความหลากหลายให้กับไลน์อัปผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ IM ได้อย่างน่าประทับใจ
ในยุคที่ผู้บริโภคต้องการมากกว่าแค่รถยนต์ “IM LS8 จึงได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการความคุ้มค่าแบบครบจบในคันเดียว” หลายคนอาจมองว่ารถ SUV ขนาดใหญ่เป็นเรื่องที่ขับยากและไม่คล่องตัว แต่นั่นคือสิ่งที่ IM Motors ต้องการทลายกรอบเดิมๆ ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยทำให้รถขนาดใหญ่นี้กลับกลายเป็นรถที่ขับง่าย คล่องตัว ราวกับขับรถขนาดเล็กได้อย่างน่าทึ่ง
เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อความปลอดภัยระดับสูงสุด
สำหรับเรื่องความปลอดภัย IM LS8 มอบประสบการณ์การควบคุมรถที่แม่นยำพร้อมโครงสร้างความปลอดภัยระดับสูง โดยได้นำเทคโนโลยีระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ IM AD ซึ่งได้รับการพัฒนาร่วมกับ NVIDIA มาติดตั้งไว้ ตัวระบบทำงานร่วมกับหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง และ LiDAR ความละเอียดสูงที่สามารถตรวจจับวัตถุได้ไกลสูงสุดถึง 300 เมตร เทคโนโลยีนี้เปรียบเสมือนดวงตาอัจฉริยะของรถที่คอยสอดส่องสภาพแวดล้อมรอบด้านตลอดเวลา
นอกจากนี้ IM Motors ยังได้ร่วมมือกับ Momenta ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และซอฟต์แวร์ขับขี่อัจฉริยะ ทำให้ระบบ IM AD สามารถทำงานได้ในทุกสภาพเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นทางด่วนหรือถนนในเมือง อีกทั้งยังพร้อมอัปเกรดไปสู่ระบบขั้นสูง เช่น Level 3 หรือ Level 4 ในอนาคต ซึ่งหมายความว่ารถคันนี้จะไม่ล้าสมัยไปง่ายๆ แต่จะเติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ
สมรรถนะเหนือระดับ: พลิกมาตรฐาน SUV ขนาดใหญ่ให้ขับง่าย
ประสบการณ์การขับขี่ของ IM LS8 ยกระดับมาตรฐานของ SUV ขนาดใหญ่ขึ้นไปอีกขั้น ด้วยระบบ Digital Chassis ที่มอบทั้งความนิ่งในการทรงตัวและเทคโนโลยีการขับขี่ขั้นสูง ไฮไลท์สำคัญคือระบบเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ (4-Wheel Steering) ที่รองรับมุมเลี้ยวสูงสุดถึง ±24 องศา ผลลัพธ์ที่ได้คือ รถเอสยูวีขนาดกว่า 5 เมตร กลับมีรัศมีวงเลี้ยวเพียง 4.85 เมตร! หากจะให้เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ มันคล่องตัวเทียบเท่ารถขนาดเล็กอย่าง Eco Car เลยทีเดียว ซึ่งหมายความว่าผู้ขับขี่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายแม้ในพื้นที่ที่จำกัด
ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์กับการขับขี่รถยนต์มานาน ผมยอมรับว่าการควบคุมรถใหญ่ๆ ในเมืองเป็นสิ่งที่ท้าทายมาก โดยเฉพาะการเลี้ยวหรือจอดตามซอกมุมต่างๆ แต่ IM LS8 สามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างชาญฉลาด ด้วยการผสมผสานระหว่างขนาดตัวถังที่กว้างขวางความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่ทำให้รถยนต์ขนาดใหญ่รู้สึกเหมือนเป็นรถยนต์ขนาดเล็กได้อย่างน่าทึ่ง
เทคโนโลยีขับเคลื่อน “Super Range Extender” ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ IM LS8 กลายเป็นรถที่โดดเด่นอย่างแท้จริงคือ ระบบขับเคลื่อนแบบ Extended Range รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นเหมือนการผสมผสานข้อดีของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เทคโนโลยีนี้ให้กำลังขับเคลื่อนที่แรงเต็มพิกัดเหมือนเครื่องยนต์ V8 แต่ยังคงมอบความเงียบและความนุ่มนวลในการขับขี่เทียบเท่ารถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรู้สึกผ่อนคลายตลอดการเดินทาง
สิ่งที่ทำให้หลายคนประทับใจคือระยะทางการวิ่งที่สามารถทำได้มากกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันหนึ่งครั้ง ตอบโจทย์การเดินทางไกลได้อย่างไร้กังวล นอกจากนี้ IM LS8 ยังมาพร้อมกับระบบชาร์จเร็ว 800V ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการชาร์จลงได้อย่างมาก ทำให้การใช้งานในชีวิตประจำวันสะดวกสบายยิ่งขึ้น ผมเชื่อว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยลดความกังวลเรื่องระยะทางที่ทำให้หลายคนยังลังเลที่จะเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า
IM Motors: ทัพยนตรกรรมครบเซกเมนต์เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
ภายในงาน IM MOTORS ยังได้นำรถยนต์ครบเซกเมนต์มาร่วมจัดแสดงด้วย เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมตลาดอย่างแท้จริง ได้แก่
IM LS6: โดดเด่นในฐานะ SUV อัจฉริยะขนาดใหญ่แบบ 5 ที่นั่ง พร้อมวงเลี้ยวแคบสุดที่ 5.09 เมตร ซึ่งเป็นรถที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในตลาด เนื่องจากผสมผสานความหรูหรา ความแรง และพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัว
IM LS8: ยืนยันนิยามของ Flagship ที่ครบจบในคันเดียว ด้วยวงเลี้ยวแคบสุดที่ 4.85 เมตร ซึ่งเป็นรุ่นที่จัดแสดงไฮไลท์ในงานนี้
IM LS9: ที่สุดของมาตรฐาน SUV ระดับพรีเมียม 6 ที่นั่ง พร้อมวงเลี้ยวแคบสุดที่ 4.95 เมตร สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดและประสบการณ์ของผู้โดยสารระดับสูงสุด
IM 5: ที่สุดของความคล่องแคล่ว กับ Premium e-Intelligent Sedan พร้อมวงเลี้ยวแคบสุดที่ 4.99 เมตร เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่ขับง่ายและคล่องตัวในเมือง
สำหรับผม IM Motors ไม่ได้เพียงแค่ออกรถยนต์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาด แต่กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายขนาดนี้ แสดงให้เห็นว่า SAIC MOTOR CORPORATION มีความมุ่งมั่นที่จะแข่งขันในทุกระดับของตลาด ไม่ใช่เพียงแค่ระดับบนสุดเท่านั้น
MG4 URBAN: ดีไซน์ป็อปอาร์ตสุดปัง สู่การใช้งานจริงที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่
อีกหนึ่งรุ่นไฮไลท์ที่ไม่ควรมองข้ามคือ MG4 URBAN ซึ่งเป็นการนำนวัตกรรมความฉลาดในรถระดับพรีเมียมมาสู่ระดับรถที่เข้าถึงได้ง่าย และต่อยอดสู่การใช้งานจริงอย่างมีประสิทธิภาพ ความสำเร็จของ MG4 ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะในช่วงที่ผ่านมา รถรุ่นนี้มียอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่องกว่า 10,000 คันต่อเดือน ติดอันดับ Top 3 ในกลุ่ม