
Maserati: การเปิดประสบการณ์ครั้งแรกกับผู้พิทักษ์แบรนด์ผู้ดีจากอิตาลี
ในฐานะนักเขียนยานยนต์ที่มีประสบการณ์ยาวนานในวงการ มักมีโอกาสเดินทางไปสัมผัสรถยนต์จากแบรนด์ดังทั่วโลก แต่ครั้งนี้คือโอกาสพิเศษที่แตกต่างอย่างแท้จริง การเดินทางสู่ประเทศอิตาลีเพื่อเยี่ยมชมโรงงานและสำนักงานใหญ่ของ Maserati ไม่ใช่เพียงการทดลองขับรถหรู แต่เป็นการเปิดมิติใหม่แห่งประสบการณ์ ซึ่งหลายสิ่งหลายอย่างนั้นยากจะหาได้จากที่อื่น
จุดเริ่มต้นการเดินทางครั้งสำคัญนี้ เกิดขึ้นเมื่อผมได้รับคำเชิญจาก บริษัท MGC Asia (กลุ่ม Millennium) ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Maserati อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งเพิ่งได้รับสิทธิ์จาก Maserati ในปี 2016 เพื่อขยายฐานความเข้าใจของตลาดไทยต่อแบรนด์รถสปอร์ตระดับโลกนี้ การจัดทริปพิเศษพาคณะสื่อมวลชนและกลุ่ม VIP ไปดูแหล่งกำเนิดของแบรนด์ตรีศูลถึงถิ่นอิตาลีถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของ Maserati ในบ้านเราอย่างแท้จริง
สัมผัสประวัติศาสตร์ ณ สำนักงานใหญ่โมเดนา
ทริปนี้เริ่มต้นที่เมืองโบโลญญา ก่อนจะเดินทางต่อไปยังเมืองโมเดนา ซึ่งเป็นศูนย์กลางของแบรนด์ Maserati ณ เลขที่ Viale Ciro Menotti, 322, 41100 Modena การเดินทางมาถึงอิตาลีด้วยเที่ยวบิน Emirates EK093 จากดูไบ ถือเป็นการเดินทางที่สะดวกสบาย และตื่นเต้นไม่น้อย แม้จะเป็นการเดินทางระยะไกล แต่บรรยากาศที่คุ้นเคยและบริการชั้นเลิศของสายการบินชั้นนำ ทำให้การเดินทางลื่นไหลและเป็นไปอย่างราบรื่น
เมื่อถึงเมืองโบโลญญา คณะผู้ร่วมทริปได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่และโรงงานดั้งเดิมของ Maserati การเยี่ยมชมในครั้งนี้นับเป็นการเปิดประสบการณ์ครั้งแรกสำหรับผมและคณะสื่อมวลชนไทย เนื่องจากสถานที่หลายแห่งในกำหนดการนั้น เป็นพื้นที่ปิดที่ยากต่อบุคคลภายนอกจะเข้าถึง แม้จะเดินทางมาถึงอิตาลีด้วยตนเองก็ตาม
สำนักงานใหญ่และโรงงานแห่งนี้ ถือเป็นหัวใจสำคัญของ Maserati ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 1939 แรกเริ่มมีความสามารถในการผลิตไม่เกิน 500 คันต่อปี แต่ในปัจจุบัน พื้นที่ส่วนที่เพิ่มเข้ามา คืออาคารสำนักงานและโชว์รูมขนาดใหญ่ รวมทั้งอาคารจอดรถสำหรับพนักงาน เปิดใช้ในปี 1997 ซึ่งเป็นปีที่ Ferrari คู่แข่งตลอดกาล เข้ามามีบทบาทในการฟื้นฟูกิจการ Maserati จนรวมเป็น Ferrari-Maserati Group
ภายในโรงงาน สิ่งที่โดดเด่นคือความเข้มขลังของประวัติศาสตร์ Maserati Gran Cabrio สีน้ำเงินเข้ม ซึ่งเป็นสีประจำแบรนด์ จอดเด่นอยู่บนแท่นวงแหวนขนาดใหญ่ พร้อมกับ Maserati Levante รถยนต์ SUV สปอร์ตที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดง Maserati MC12 Corsa รุ่นปี 2006 ซึ่งหายากอย่างยิ่ง เพราะมีเพียง 12 คันในโลกที่ขายให้กับลูกค้ารายย่อย ส่วนอีก 3 คันเป็นรถต้นแบบหรือรถโปรโมท ที่ไม่ได้มีเอกสารอนุญาตสำหรับการวิ่งบนถนน
Maserati MC12 Corsa ถูกสร้างขึ้นเพื่อการแข่งขันตามกฎของสมาพันธ์กีฬาแข่งรถนานาชาติ (FIA) ในรุ่น GT ตัวรถได้รับการออกแบบโดย Frank Stephenson หัวหน้าฝ่าย Concept Design ของ Ferrari-Maserati Group ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V12 65 องศา DOHC 48 วาล์ว ขนาด 5,998 ซีซี รหัส M144A กำลังอัด 11.2:1 และระบบอ่างน้ำมันเครื่องแบบ Dry Sump ซึ่งพัฒนามาจากเครื่องยนต์ Tipo F140 ที่ใช้ใน Ferrari Enzo กำลังสูงสุด 755 แรงม้า ที่ 8,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 710 นิวตันเมตร ที่ 6,000 รอบต่อนาที เปิดตัวขายในปี 2006 ด้วยราคา 1 ล้านยูโร แต่ล่าสุด มีรายงานว่า ดีลเลอร์ของ Maserati ในสหรัฐอเมริกานำรถคันนี้มาขายเป็นรถใช้แล้ว ด้วยราคาสูงถึง 3 ล้านยูโร เหตุผลที่ราคาสูงขึ้นนั้น เพราะรถคันนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการทดสอบในสนามแข่งส่วนตัว หรือการจัดแสดงในงานของ Maserati เท่านั้น และไม่ได้ผ่านการรับรอง (homologated) สำหรับการวิ่งบนถนนหรือการแข่งขันใดๆ
นอกจากการชมเครื่องยนต์และโครงสร้างตัวถังของรถแข่งในอดีตแล้ว ยังมีร้านขายของที่ระลึก Maserati Collection Shop ที่มีสินค้าหลากหลาย ตั้งแต่เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ไปจนถึงหนังสือที่เกี่ยวกับแบรนด์ Maserati ซึ่งล้วนแล้วแต่มีเสน่ห์และน่าสนใจสำหรับแฟนคลับของแบรนด์
ความเป็นมิตรกับผู้บริโภค: การเข้าถึงพิพิธภัณฑ์ Panini
หลังจากเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่แล้ว เราได้เดินทางต่อไปยังฟาร์ม Hombre ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์รถยนต์ส่วนตัวของ Umberto Panini ซึ่งเป็นผู้ผลิตชีส Parmiggiano Reggiano ที่มีชื่อเสียง ระดับโลก เหตุผลที่มาเยือนสถานที่เช่นนี้ ก็เพราะคุณ Panini นั้นรักและหลงใหลในรถยนต์ โดยเฉพาะ Maserati ถึงขั้นสะสมรถสปอร์ตรุ่นหายากของแบรนด์ไว้ถึง 22 คัน
รถสปอร์ตคลาสสิกเหล่านี้ ประกอบด้วยรุ่นที่หาได้ยากอย่างยิ่ง เช่น:
1934 Maserati 6C 34
1936 Maserati 6CM
1953 Maserati A6GCS 53 “Berlinetta”
1954 Maserati A6G 54 2000 Allemanno
1957 Maserati 250F V12 รุ่นที่พระองค์เจ้าพีระฯ ใช้คว้าชัยชนะในสนามแข่งระดับโลก
1958 Maserati 3500 GT
1958 Maserati TIPO 420/M/58 ELDORADO
1961 Maserati TIPO 61 BIRDCAGE DROGO
1961 Maserati TIPO 63 V12 Serenissima
1965 Maserati MISTRAL Coupe
1968 Maserati GHIBLI Coupe
1968 Maserati SIMUN Prototipo
1970 Maserati GHIBLI Spyder
1971 Maserati BORA
1974 Maserati TIPO 124 Italdesign Prototipo
1975 Maserati KHAMSIN
1980 Maserati MERAK SS Turbo Prototipo (คันสีเหลือง)
1989 Maserati QUATTROPORTE Royale (Sedan สีเทา)
1990 Maserati CHUBASCO Prototipo (คันสีแดง)
1991 Maserati BARCHETTA Stradale Maquette
1996 Maserati GHIBLI Open Cup
2002 Maserati 3200 GT Trofeo
ไม่เพียงเท่านั้น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังรวบรวมรถยนต์รุ่นหายากอื่นๆ ไว้มากมาย เช่น Cadillac Limousine จากสำนักวาติกัน, Mercedes Benz 300SL Gullwing, รถยนต์ Fiat, Alfa Romeo, Lancia หลายรุ่น รวมถึงรถต้นแบบ และจักรยานยนต์โบราณหลากหลายยี่ห้อ
พิพิธภัณฑ์ Panini ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสะสมรถยนต์ แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญของการอนุรักษ์แบรนด์ไว้ จากการที่ Maserati ถูกซื้อกิจการโดย FIAT ในปี 1993 และต่อมาในปี 1996 De Tomaso ได้อ้างสิทธิ์คืนสินทรัพย์ทั้งหมด แต่บริษัท Maserati ไม่มีกำลังพอที่จะซื้อรถทั้งหมด จึงต้องยกไปประมูลที่กรุงลอนดอน แต่ด้วยการร้องเรียนจากหลายภาคส่วน ทำให้คุณ Umberto Panini ตัดสินใจซื้อรถทั้งหมดก่อนการประมูล และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้คนทั่วไปได้เข้าเยี่ยมชมศึกษา นับเป็นการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์แบรนด์ไว้ได้สำเร็จ
สำหรับการเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์นี้ จะเปิดให้เข้าชมได้เฉพาะช่วงเดือนมีนาคมถึงตุลาคมเท่านั้น แม้ว่าจะไม่มีการเก็บค่าเข้าชม แต่ต้องไปเป็นหมู่คณะอย่างน้อย 6 คน และต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ซึ่งรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่เว็บไซต์: http://www.paninimotormuseum.it/index.php?lang=2
สายการผลิตอนาคต: โรงงาน Mirafiori
นอกจากสำนักงานใหญ่แล้ว เรายังได้เดินทางไปชมสายการผลิต Maserati Levante ที่โรงงาน Mirafiori ของกลุ่ม FCA (Fiat Chrysler Automotive) ณ เมืองโตริโน (Turin) ซึ่งถือเป็นสายการผลิต SUV รุ่นใหม่ของแบรนด์
โรงงาน Mirafiori สร้างขึ้นในปี 1937 แต่ได้รับความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 กว่าจะซ่อมแซมจนกลับมาเปิดดำเนินการได้ ก็ล่วงเข้าสู่ปี 1941 จนกลายเป็นหนึ่งในฐานการผลิตที่สำคัญที่สุดของกลุ่ม Fiat ซึ่งต่อมาได้ควบรวมกิจการ