![[ครบชุด] T2705132 ช างซ อมรองเท าให_part 2](https://newsthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/05/fb_natural_20260527_144817.jpg)
เนื่องจากฉันไม่สามารถเข้าถึงลิงก์หรือเอกสารภายนอกได้ ดังนั้นจึงขอประพันธ์บทความขึ้นใหม่โดยอิงจากเนื้อหาที่คุณให้มา เพื่อให้มีความเป็นเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำซ้อน และถูกต้องตามข้อกำหนดทั้งหมด
เนื่องจากเนื้อหามีความยาวมากและมีรายละเอียดจำนวนมาก การสร้างบทความที่มีความยาวใกล้เคียงกันและมีคุณภาพสูงในภาษาไทยนั้น จำเป็นต้องใช้เวลาและข้อมูลที่มากขึ้น หากคุณต้องการบทความในเวอร์ชันที่กระชับขึ้น หรือเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่ง สามารถแจ้งให้ฉันทราบได้เลย
ต่อไปนี้คือบทความที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ตามโจทย์ของคุณ
Tokyo Motor Show 2013: การรายงานจากแดนอาทิตย์อุทัย
วันเปิดงาน: 20-21 พฤศจิกายน 2013
บรรยากาศและมุมมองทั่วไป
ความรู้สึกของการเดินทางเยือน Tokyo Motor Show อีกครั้งยังคงตอกย้ำความรู้สึกที่คุ้นเคย ภาพอาคาร Tokyo Big Sight สีขาวทราย ตั้งเด่นเป็นสง่าริมอ่าว Odaiba ชานกรุงโตเกียว ปรากฏขึ้นต่อหน้าผมอีกครั้งหลังจากเวลาผ่านไปเกือบ 2 ปี การย้ายสถานที่จัดงานครั้งใหญ่ในปี 2011 นั้น ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ชาญฉลาด เพราะทำให้ผู้เข้าชมสามารถเดินทางมาถึงงานมอเตอร์โชว์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกแห่งนี้ได้อย่างสะดวกสบายเพียงต่อรถรางสาย Yurikamome ข้ามสะพาน Rainbow Bridge จากสถานี Shimbashi ก็ถึงตัวอาคารจัดงานทันที
เพียงแต่ในปี 2013 นี้ สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกแปลกใหม่เล็กน้อย คือภาพของบันไดเลื่อนที่เต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่ดูเหมือนจะสับสนจนต้องขอทางเดินเลี่ยงออกทางประตูหลักซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึง 2 วันติด เหตุผลนั้นค่อนข้างตรงไปตรงมาครับ
ในปี 2013 นี้ ผมโชคดีมากที่ได้รับเกียรติให้เข้าร่วมคณะเยี่ยมชมงานในฐานะสื่อมวลชนภายใต้การสนับสนุนจากหลายภาคส่วน เดิมทีผมเดินทางมากับทีมงาน Honda Automobile Thailand แต่ด้วยตารางงานที่แน่นเอี้ยดและกำหนดการเปิดตัวรถยนต์ที่กระจุกตัวอยู่ในวันแรก (20 พฤศจิกายน) ผมจึงตัดสินใจขอแยกตัวออกมาเดินทางล่วงหน้าก่อน เพื่อทำการสำรวจและคว้าตำแหน่งจุดเด่นสำหรับถ่ายภาพให้ทันเวลา
อย่างไรก็ตาม ปีนี้ถือเป็นครั้งพิเศษอย่างแท้จริง เพราะนอกจากได้รับการสนับสนุนจาก Honda แล้ว ทาง Headlightmag.com ยังได้รับความอนุเคราะห์จาก Toyota Motor Thailand และ Nissan Motor Thailand ให้ส่งสมาชิกทีมงาน The Coup มาร่วมทำภารกิจนี้ด้วยถึง 2 ท่าน ได้แก่ น้อง Toyd จาก The Coup Channel และ HOMY DEMIO ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ทำให้ปีนี้เรามีโอกาสนำเสนอข้อมูลได้ครบถ้วนและละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน
สำหรับวันที่ 21 พฤศจิกายน ตามกำหนดเดิมคณะจาก Honda จะเดินทางออกจากโตเกียวไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด แต่ผมตัดสินใจอยู่ต่อ เพื่อเข้าชมงานในรอบที่สอง ซึ่งเป็นรอบพิเศษสำหรับผู้ทุพพลภาพและบุคคลสำคัญต่างๆ ผมได้รับความกรุณาจากคุณผู้อ่าน คุณ ขวัญ (User: Tonaka) ซึ่งศึกษาอยู่ด้านวิศวกรรมยานยนต์ที่ประเทศญี่ปุ่น ช่วยเหลือด้านการแปลภาษา และอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กลายเป็นทริปสื่อที่น่าจดจำอีกทริปหนึ่ง
ALPINA – มหกรรมสำหรับคนรักแรงบิดเหนือระดับ
สำหรับปีนี้ สำนักแต่งรถยนต์สายแรงอย่าง ALPINA ได้ขนทัพรถยนต์รุ่นใหม่มาเปิดตัวในประเทศไทยด้วยถึง 3 คันรวด ซึ่งมีทั้ง World Premiere และ Japan Premiere ทำให้มีการแบ่งบูธออกเป็น 2 ฝั่ง เพื่อความสะดวกในการชมและเก็บภาพอย่างทั่วถึง
เริ่มกันด้วย ALPINA B4 BiTurbo Coupe ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลกในงานนี้ ถูกพัฒนาต่อยอดมาจากพื้นฐานของ BMW 4-Series ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน ตัวถังภายนอกถูกปรับปรุงให้ดูดุดันขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยล้ออัลลอยลายเอกลักษณ์เฉพาะของ ALPINA ที่มีดีไซน์แตกต่างไปจากเดิมอย่างชัดเจน จุดเด่นอยู่ที่ขุมพลังขนาด 3.0 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศด้วยเทอร์โบคู่ Twin Turbo ทำให้ตัวเครื่องยนต์สามารถสร้างกำลังแรงม้าได้ถึง 410 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุดที่ 600 นิวตัน-เมตร และให้ความรู้สึกต่อเนื่องแบบ Flat Torque ตั้งแต่ช่วงรอบ 3,000 – 4,000 รอบ/นาที ซึ่งตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบความแรงแบบเร้าใจ
นอกจากนี้ ALPINA ยังนำเอารถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลมาเปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในชื่อรุ่น ALPINA D3 BiTurbo ที่ใช้พื้นฐานของ BMW 320d มอบความแรงในแบบฉบับเครื่องยนต์ดีเซลด้วยขุมพลัง 3.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลังแรงม้าสูงสุดถึง 350 แรงม้า (PS) ที่ 4,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุดที่ 700 นิวตัน-เมตร ซึ่งสามารถรีดกำลังได้ตั้งแต่รอบต่ำที่ 1,500 รอบ/นาที ไปจนถึงรอบ 3,000 รอบ/นาที จุดนี้ต้องขอชมเชยในความพยายามของค่ายนี้ที่ยังคงยืนหยัดในการพัฒนาเครื่องยนต์ที่ใช้พลังงานทางเลือกมาสู่ผู้บริโภค
ส่วนรถรุ่นที่สามที่ทำเอาผมนึกถึงรถยนต์ครอบครัวในบ้านเรา คือ ALPINA B5 BiTurbo Touring ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก BMW 5-Series Touring (F11) แต่ยกระดับความแรงขึ้นไปอย่างก้าวกระโดด ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินแบบ V8 DOHC 32 วาล์ว ขนาด 4.4 ลิตร พ่วงเทอร์โบคู่ ให้กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 550 แรงม้า (PS) ที่ 5,200 – 6,250 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุดที่ 730 นิวตัน-เมตร ที่ 2,800 – 5,000 รอบ/นาที ซึ่งสามารถรีดกำลังได้ตั้งแต่รอบต่ำตั้งแต่ 2,800 รอบ/นาที ไปจนถึงรอบ 5,000 รอบ/นาที ตอบโจทย์คนรักรถยนต์พรีเมียมขนาดใหญ่ที่ต้องการความแรงและความหรูหราไปพร้อมๆ กัน
Audi – การแสดงวิสัยทัศน์แห่งอนาคต
ในส่วนของแบรนด์ Audi ค่ายรถยนต์ระดับพรีเมียมจากประเทศเยอรมนี ในปีนี้ แม้จะยังไม่มีรถยนต์ต้นแบบล้ำอนาคตหรือรถยนต์รุ่นใหม่ที่เปลี่ยนโฉมทั้งคันมาอวดโฉมให้ชาวญี่ปุ่นต้องอ้าปากค้างเหมือนปีก่อนๆ แต่ความน่าสนใจก็ยังคงอยู่ด้วยรถยนต์ต้นแบบพลังงานไฟฟ้าล้วน Audi A3 e-tron Concept ที่นำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่น
ถัดไปคือรถยนต์ซาลูนขนาดใหญ่ที่ยืนเด่นตระหง่านอย่าง Audi S8 ซึ่งเป็นรุ่นปรับโฉม Minorchange ที่ถูกนำมาเปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่นเช่นกัน เพราะโดยทั่วไปแล้ว รถยนต์ S8 มักจะได้รับความนิยมและทำตลาดได้ดีกว่ารุ่น A8 ในประเทศญี่ปุ่นอยู่แล้ว
แต่สิ่งที่ถือเป็นไฮไลต์สำคัญของบูธ Audi ในครั้งนี้คือการเปิดตัว Audi S3 Sedan เวอร์ชันยกระดับความแรงที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของ Audi A3 โฉมใหม่ล่าสุด เส้นสายของตัวรถคันจริงมีความลงตัวและสัดส่วนที่สวยงามอย่างมากเมื่อเทียบกับภาพที่เห็นก่อนหน้านี้ แม้พื้นที่ภายในห้องโดยสารจะยังคงคับแคบตามสไตล์ของแบรนด์ Audi แต่นั่นก็เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดใจผู้บริโภค
Audi S3 Sedan ถูกติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 2.0 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศ Turbo และ Intercooler TFSI ที่ให้กำลังแรงม้าสูงสุดถึง 220 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุดที่ 380 นิวตัน-เมตร ซึ่งเป็นการยกระดับสมรรถนะของรถยนต์คอมแพคท์ซีดานที่สร้างความฮือฮาอย่างมากในหมู่สื่อมวลชนทั่วโลก
นอกจากนี้ Audi ยังได้นำรถยนต์สมรรถนะสูงรุ่นใหม่ๆ ในตระกูล RS มาจัดแสดง โดยเน้นโทนสีแดงเพลิง และสีขาว เพื่อสร้างความโดดเด่นและกระตุ้นความสนใจของผู้เข้าชมงาน ไม่ว่าจะเป็น Audi RS4 Avant, Audi RS5 Cabriolet, Audi RS6