
ศึกการออกแบบ: Tokyo Motor Show 2013 – สัญญาณแห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
8 ธันวาคม 2013 เวลา 09:16 น. | หมวดหมู่ Motor Show Reports | โดย J!MMY | อ่านไปแล้ว: 30940 ครั้ง
บทนำ: กลับสู่จุดเริ่มต้น
ภาพอันคุ้นตาปรากฏตรงหน้าอีกครั้งในฐานะนักสังเกตการณ์ในวงการยานยนต์ ผมยืนอยู่ที่ Tokyo Big Sight สถานที่จัดงานมหกรรมยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ ต่อเนื่องเป็นครั้งที่สองนับตั้งแต่ปี 2011 การย้ายฐานการจัดงานมาที่ Odaiba พื้นที่ที่เกิดจากการถมทะเล ทำให้การเดินทางจากใจกลางเมืองหลวงไปสู่ศูนย์การประชุมแห่งนี้ สะดวกสบายอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงต่อรถไฟ Monorail สาย Yurikamome ข้ามสะพานสายรุ้ง คุณจะพบกับสถานที่จัดงานได้ทันที
ทว่า คราวนี้ บรรยากาศไม่เหมือนครั้งที่แล้วเสียทีเดียว ผมต้องวนกลับมาที่ประตูหลักนี้ซ้ำๆ ตลอดการเข้าชมงาน ทั้งวันที่ 20 และ 21 พฤศจิกายน 2013
เหตุผลนั้นง่ายมากครับ แม้ว่าผมจะเดินทางมาร่วมกับคณะสื่อมวลชนจากประเทศไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัท Honda Automobile Thailand จำกัด แต่เนื่องจากกำหนดการเข้างานในวันแรก (20 พฤศจิกายน) ทางคณะได้วางแผนจะออกเดินทางด้วยรถบัสพร้อมกันในช่วงเวลา 09:00 น. แต่ผมเลือกที่จะแยกตัวมาถึงงานตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อจับจองพื้นที่เก็บสัมภาระ (Locker) เนื่องจากผู้จัดงานเตรียมไว้เพียง 1,000 ตู้เท่านั้น หากไปช้า เห็นทีจะหมดสิทธิ์ใช้บริการ
แต่ในปีนี้ ผู้จัดงานย้ายศูนย์ข่าว (Press Center) จากชั้นบนของอาคารทรงประหลาดมายังชั้นใต้ดิน ทำให้หลายคนหาไม่เจอ ตู้ล็อกเกอร์จึงยังเหลือเฟือให้ผมและน้องๆ ในทีม The Coup ได้ใช้ประโยชน์ใช่ครับ! อ่านไม่ผิดหรอก หลายปีก่อนผมมาเพียงลำพัง แต่ในปีนี้พิเศษกว่าครั้งไหนๆ เพราะนอกจากได้รับการสนับสนุนจาก Honda แล้ว Headlightmag.com ยังได้รับความอนุเคราะห์จากทั้งบริษัท Toyota Motor Thailand จำกัด และ บริษัท Nissan Motor Thailand ให้สมาชิก The Coup อีก 2 คน ได้เข้าร่วมชมงาน Tokyo Motor Show ในครั้งนี้ด้วย นั่นคือ น้อง Toyd จาก The Coup Channel และ HOMY DEMIO ผู้สื่อข่าวต่างประเทศของเรา
ส่วนวันที่ 21 นั้น ตามกำหนดการทางคณะ Honda จะเดินทางไปพักผ่อนนอกเมืองหลวง แต่ผมเลือกที่จะอยู่ต่อ เพื่อเข้าชมงานในรอบที่สอง และรอบพิเศษสำหรับผู้ทุพพลภาพและแขกคนสำคัญต่างๆ ร่วมกับคุณขวัญ (User: Tonaka) ผู้ศึกษาวิศวกรรมยานยนต์จาก Kyushu ซึ่งสละเวลามาช่วยเป็นล่ามให้ด้วย
ดังนั้น ครั้งนี้ผมจึงสามารถนำเสนอข้อมูลต่างๆ ได้ครอบคลุมกว่าเดิมพอสมควร แม้จะมีความล่าช้าในการเผยแพร่ แต่เชื่อว่าทุกท่านจะยังคงได้รับอรรถรสอย่างเต็มที่ จากการทำงานร่วมกันของผมและน้องๆ The Coup Team
อย่ารอช้าเลยครับ เลื่อนลงไปติดตามข่าวสารจากมหกรรมยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งปีกันได้เลย!
กลุ่มผู้ผลิตจากยุโรป: ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความยั่งยืน
ALPINA
ค่ายผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพรถยนต์ BMW ในปีนี้ ได้เปิดตัวเวอร์ชันพิเศษถึง 3 รุ่นรวด ทั้ง World Premiere และ Japan Premiere ทำให้ต้องแบ่งบูธออกเป็นสองฝั่ง ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
เริ่มต้นด้วย ALPINA B4 BiTurbo Coupe บนพื้นฐานของ BMW 4-Series ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกของโลกในงานนี้ ภายนอกถูกปรับแต่งให้ดุดันขึ้น ใช้ล้ออัลลอยลายเอกลักษณ์จาก ALPINA พร้อมยกระดับสมรรถนะด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ DOHC 24 วาล์ว ขนาด 3.0 ลิตร พ่วงเทอร์บคู่ แรงขึ้นเป็น 410 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตร แบบ Flat Torque ตั้งแต่ 3,000-4,000 รอบ/นาที
สำหรับรุ่นที่เปิดตัวในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกคือ ALPINA D3 BiTurbo บนพื้นฐานของ BMW 320d มาพร้อมขุมพลังดีเซลที่ทรงพลัง ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร เทอร์บคู่ ให้กำลัง 350 แรงม้า (PS) ที่ 4,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุดถึง 700 นิวตัน-เมตร ที่รอบต่ำตั้งแต่ 1,500-3,000 รอบ/นาที
อีกรุ่นที่เหลือคือ ALPINA B5 BiTurbo Touring บนพื้นฐานของ BMW 5-Series Touring (F11) ใช้เครื่องยนต์เบนซิน V8 DOHC 32 วาล์ว ขนาด 4.4 ลิตร เทอร์บคู่ ให้กำลังสะใจถึง 550 แรงม้า (PS) ที่ 5,200–6,250 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 730 นิวตัน-เมตร ที่ 2,800–5,000 รอบ/นาที
Audi
ค่ายรถยนต์ระดับพรีเมียมจากเยอรมนี ไม่มีรถยนต์รุ่นใหม่ที่เปลี่ยนโฉมทั้งคันหรือรถยนต์ต้นแบบล้ำอนาคตมาอวดโฉมในญี่ปุ่นเหมือนปีที่แล้ว คราวนี้ เราพบเห็นเพียง Audi A3 e-tron Concept จอดอยู่บนเวที ถือเป็นเวอร์ชันพลังงานไฟฟ้าล้วนที่เปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่น
ส่วน Saloon คันใหญ่ที่จอดอยู่ข้างๆ คือ Audi S8 รุ่นปรับปรุงโฉม (Minorchange) ที่เปิดตัวครั้งแรกในงานนี้ เนื่องจากปกติแล้ว S8 มักได้รับความนิยมและทำยอดขายได้ดีกว่ารุ่น A8 ธรรมดาในตลาดญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม ไฮไลท์สำคัญของบูธ Audi คือ S3 Sedan เวอร์ชันยกระดับความแรงของรถคอมแพคท์ซีดานรุ่นใหม่บนพื้นฐานของ Audi A3 รุ่นล่าสุด เส้นสายของคันจริงถือว่าสมดุลและลงตัวกว่าที่เห็นในภาพ แต่พื้นที่ภายในห้องโดยสารยังคงแคบตามสไตล์ Audi S3 ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 2.0 ลิตร พ่วงเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ TFSI ให้กำลัง 220 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 380 นิวตัน-เมตร
นอกจากนี้ Audi ยังขนทัพรถยนต์สมรรถนะสูงตระกูล RS มาจัดแสดง โดยคัดเลือกเฉพาะสีแดงและสีขาว อาทิ Audi RS4 Avant, Audi RS5 Cabriolet, Audi RS6 Avant, Audi RS7 รวมถึงรถสปอร์ตอย่าง Audi R8 Spyder V10 และรถแข่งพลังงานไฟฟ้า R18 e-tron Quattro ที่เคยเข้าร่วมการแข่งขันที่ Le Mans
BMW / MINI
บูธนี้ถือว่าคึกคักเป็นพิเศษในปีนี้ เพราะเต็มไปด้วยรถยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวทั้งครั้งแรกของโลกและครั้งแรกในญี่ปุ่น
เริ่มต้นด้วยการนำเข้า BMW i ยานยนต์ไฟฟ้าสุดล้ำ เข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการแล้ว ทั้งรุ่น i3 และ i8
รุ่นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ BMW i8 รถสปอร์ตเปิดประทุนแบบปีกนกที่ BMW ทุ่มเทความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด การผสานความล้ำยุคเข้ากับงานวิศวกรรมถือว่าทำได้อย่างลงตัว ทั้งการออกแบบครีบด้านหลังให้กลมกลืนกับชุดไฟท้าย และภายในห้องโดยสารที่โดดเด่นด้วยชุดมาตรวัดดิจิทัลซึ่งเน้นการออกแบบเพื่อเอาใจคนขับเป็นหลัก
ระบบขับเคลื่อนเป็นแบบ Plug-in Hybrid ผสานเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร พ่วงเทอร์โบ 231 แรงม้า (HP) เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า 131 แรงม้า (HP) ให้กำลังรวมสูงสุด 362 แรงม้า (HP) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในระยะเวลาเพียง 4.5 วินาที
ขณะที่ BMW i3 ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 170 แรงม้า (HP) ติดตั้งอยู่ระหว่างล้อคู่หลังเป็นระบบขับเคลื่อน สามารถวิ่งได้ระยะทาง 160 กม./การชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง อีกทั้งยังมีรุ่นขยายระยะทาง Extended Millege พ่วงเครื่องยนต์เบนซินสำหรับตลาดญี่ปุ่นด้วย
แม้รูปทรงของ BMW i3 อาจจะดูแปลกตา แต่การวางโครงสร้างรถนั้นดีกว่าที่คาดไว้ เพราะไม่ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกอึดอัด โดยเฉพาะผู้โดยสารด้านหลังที่ให้ความรู้สึกโปร่งสบายกว่าที่คิด รวมทั้งเลือกใช้วัสดุรีไซเคิลในห้องโดยสารเป็นส่วนใหญ่ สร้างสัมผัสระดับพรีเมียมได้อย่างน่าประทับใจ แม้จะพบว่างานประกอบบาง